'ซูจี' ทิ้งกะเหรี่ยง?

'ซูจี' ทิ้งกะเหรี่ยง?

สื่อมวลชนทั้งไทยและเทศ รู้สึกงุนงงกับการยกเลิก

กำหนดการของ อองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ซึ่งมีแผนจะเดินทางไปเยี่ยม ผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาที่ พื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน ในวันที่ 25 มิถุนายนนี้

พื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหิน หรือ “ศูนย์อพยพบ้านถ้ำหิน” ตั้งอยู่บริเวณบ้านถ้ำหิน หมู่ที่ 5 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี มีพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ มีภูเขาล้อมรอบ มีลำห้วยน้ำขุ่นไหลผ่าน

ปัจจุบัน ผู้อพยพหนีภัยจากการสู้รบ เหลืออยู่ประมาณ 6 พันคน

ศูนย์แห่งนี้อยู่ในการดูแลของสำนักกิจการความมั่นคงภายใน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (UNHCR) และ NGO ต่างๆ

ผู้อพยพเป็นชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ที่มีถิ่นฐานอยู่ใน จ.มะริด และ จ.ทวาย ได้หนีภัยการสู้รบระหว่างทหารพม่า กับกะเหรี่ยง “เคเอ็นยู” มาตั้งแต่ปี 2538 โดยชาวกะเหรี่ยงชุดแรกอพยพมาอยู่ที่บ้านพุม่วง อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี

ปี 2540 ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่แตกทัพมาจากเขตทวาย ได้มาประชุมจัดตั้งกองกำลังใหม่ เรียกว่า กองทัพพระเจ้า ที่อยู่ภายใต้การตัดสินใจสูงสุดของ จ่อนีทู และ ลูเธอร์ สองฝาแฝดผู้นำทางจิตวิญญาณ

ปี 2543 ทหารพม่าเข้ากวาดล้างที่มั่นกองทัพพระเจ้า ที่บ้านกำมะปอ ตรงข้ามช่องเขากระโจม ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นยุทธภูมิทางการรบที่ดีมาก

สุดท้ายทหารพม่า โดยการสนับสนุนของทหารไทย ก็บุกเข้ายึดบ้านกำมะปอ และสลายกองทัพพระเจ้าได้สำเร็จ

การสู้รบหนนี้ ทำให้มีชาวกะเหรี่ยงหลบหนีการสู้รบเข้ามาในฝั่งไทยเป็นจำนวนมาก ทางการไทยจึงเปิดศูนย์อพยพที่บ้านถ้ำหิน และนำชาวกะเหรี่ยงที่บ้านพุม่วง มารวมกันไว้ในจุดเดียว

ระยะแรกๆ ศูนย์อพยพบ้านถ้ำหิน มีผู้อพยพชาวกะเหรี่ยงอยู่จำนวนเรือนหมื่น ซึ่งทาง UNHCR ได้ทำการคัดเลือกเพื่อส่งไปประเทศที่ 3 โดยแยกเป็นสหรัฐ 5 พันกว่าคน ,ออสเตรเลีย 500 คน และแถบสแกนดิเนเวียอีกพันกว่าคน

ส่วนที่เหลืออยู่ในวันนี้ ไม่มีคุณสมบัติที่จะได้ไปประเทศที่ 3 แต่ชาวกะเหรี่ยงอพยพ ก็ไม่ยอมกลับบ้านเกิดทางฝั่งพม่า จึงต้องอยู่ที่บ้านถ้ำหินแห่งนี้ต่อไป

ทันทีที่มีข่าวว่า อองซาน ซูจี จะมาเยือนบ้านถ้ำหิน ทางจังหวัดราชบุรี ได้ดำเนินการปรับพื้นผิวถนน ที่เป็นดินลูกรัง และเร่งมือในการก่อสร้างถนนคอนกรีต ซึ่งเป็นทางเข้าไปในพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้ลี้ภัยการสู้รบ

เฉพาะถนนคอนกรีตดังกล่าว เป็นถนนสายสั้นๆ เริ่มจากที่ทำการกองร้อยอาสารักษาดินแดน อ.สวนผึ้ง เข้าไปภายในศูนย์อพยพฯ ซึ่งตั้งใจจะให้ซูจี ได้ใช้ถนนคอนกรีตเส้นนี้เป็นคนแรก

จะว่าไปแล้ว “ซูจี” ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องพบ “ผู้ลี้ภัย” เนื่องจากรัฐบาลพรรค NLD กำลังจะเปิดเวทีเจรจาชื่อ ปางโหลง ศตวรรษที่ 21” (The 21st Century Panglong Conference) ซึ่งจะเชิญผู้นำทุก “กองกำลังชาติพันธุ์” มาประชุมกันในราวปลายเดือนกรกฎาคมนี้

หลังจากได้ “ซูจี” ได้ตำแหน่งที่ปรึกษาแห่งรัฐ (State Counsellor) ก็สั่งให้จัดตั้ง ศูนย์ปรองดองและสันติภาพแห่งชาติ ขึ้นมา เพื่อเป็นกลไกเจรจาเพื่อการปรองดองและสันติภาพ

ผลสัมฤทธิ์แห่ง “ปางโหลง 2” ที่ “ซูจี” มุ่งหวังคือ จะจัดให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เป็น สหพันธรัฐ ภายใต้ร่มธงประเทศเดียวกัน

ชาวกะเหรี่ยงบ้านถ้ำหิน อาจเปลี่ยนใจกลับบ้านก็ได้ หากวันนั้น “สหพันธ์รัฐกะเหรี่ยง” ได้เกิดขึ้นจริง ด้วยเหตุนี้ “ซูจี” จึงไม่แวะไปเยี่ยมกะเหรี่ยงบ้านถ้ำหิน

วันนี้ ซูจีไม่ได้เป็นฝ่ายค้าน หากแต่เธอเป็น ผู้มีอำนาจสูงสุดของรัฐบาลพม่า ย่อมคิดถึงประโยชน์แห่งชาติเป็นสำคัญ