รักษาสิทธิ 'ยุคดิจิทัล' เอ็นโซโก้ 'อย่านิ่ง'

รักษาสิทธิ 'ยุคดิจิทัล' เอ็นโซโก้ 'อย่านิ่ง'

ข่าวการปิดเว็บดีลชื่อดังอย่าง “เอ็นโซโก้”

 เป็นหนึ่งในกรณีตัวอย่างของบริการในยุคโลกออนไลน์ ที่ผู้บริโภคต้อง “รู้เท่าทัน” และ “รักษาสิทธิ” ของตัวเอง แม้ล่าสุดเอ็นโซโก้จะยังไม่ชี้แจงใดๆ โดยเฉพาะประเด็นการเยียวยา ลูกค้าที่ซื้อดีลไปแล้วแต่ใช้ดีลไม่ได้ ซึ่งบางคนก็ซื้อดีลเก็บไว้จำนวนมาก คิดเป็นจำนวนเงินไม่ใช่น้อยๆ 

ขณะที่ หน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ทั้งสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (เอ็ตด้า) สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ โดยแนะนำช่องทางรักษาสิทธิที่พึงได้รับของผู้บริโภค นับเป็นสิ่งที่ดี และมีประโยชน์มาก อย่างน้อยก็ทำให้ผู้บริโภคไม่เคว้งคว้าง รู้ว่าจากนี้ต้องทำอย่างไรต่อไป

เอ็ตด้า แนะว่า ในประเด็นทางกฎหมาย ความตกลงซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์เอ็นโซโก้ ธุรกรรมที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นธุรกรรมระหว่าง เจ้าของสินค้าบริการกับผู้บริโภคโดยตรง ตามที่ปรากฎว่าเจ้าของสินค้าบริการบางรายที่ลงโฆษณาผ่านช่องทางเอ็นโซโก้ ออกมาปฏิเสธการใช้คูปองภายหลังจากที่เอ็นโซโก้ปิดตัวลง โดยอ้างเหตุว่าเจ้าของสินค้าบริการไม่สามารถเข้าระบบหน้าร้าน (Merchant) ของเอ็นโซโก้ได้ หรือเจ้าของสินค้าบริการไม่อาจเรียกเก็บเงินจากเอ็นโซโก้ในภายหลัง  

เอ็ตด้า บอกว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่ เจ้าของสินค้าบริการต้องไปเรียกเก็บเงินจากเอ็นโซโก้เองโดยตรง ไม่สามารถอ้างเหตุการปิดตัวของเอ็นโซโก้ เพื่อไม่ให้บริการหรือส่งมอบสินค้าแก่ผู้บริโภคได้ เพราะธุรกรรมระหว่างเจ้าของสินค้าบริการและผู้บริโภคถือว่าเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว ในส่วนของเงินเอ็นโซโก้ แคชที่ลูกค้าซื้อโดยตรงจากเอ็นโซโก้ย่อมมีสิทธิตามกฎหมาย ในการฟ้องร้องเรียกเงินคืนจากเอ็นโซโก้ได้โดยตรง เช่นเดียวกับธนาคารที่เป็นเจ้าของบัตรเครดิต ลูกค้าก็สามารถร้องเรียนไปยังธนาคารเจ้าของบัตรได้เช่นกัน ในระยะเวลาที่กำหนด โดยสรุปแล้ว เคสเอ็นโซโก้ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนได้อย่างเต็มที่ ตราบใดที่ดีลในคูปองยังไม่หมดอายุ

ส่วนความเคลื่อนไหวของผู้บริโภคเองในโลกโซเชียล เน็ตเวิร์ค ได้ตั้งเฟซบุ๊คเพจขึ้นมาใช้ชื่อว่า www.facebook.com/SosadEnsogo รวมผู้ได้รับผลกระทบจากเอ็นโซโก้ ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับผู้บริโภคได้ติดตามความเคลื่อนไหว หรือแชร์ผลกระทบที่ผู้บริโภคแต่ละคนได้รับจากเว็บดีลปิดตัวลง ทั้งเพื่อส่งเสียงไปยังผู้เกี่ยวข้องได้รับรู้ รับทราบ และช่วยหาหนทางเยียวยาแก้ไข

รวมไปถึงการตั้งกระทู้ บอกเล่าถึงผลกระทบจากผู้บริโภคในเว็บบอร์ด หรือในโซเชียลประเภทอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ผู้บริโภคยุคนี้ต้องตื่นตัว ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ ในสังคมโซเชียลช่วงที่ผ่านมาเราจะเห็นว่า เสียงเรียกร้องของผู้บริโภคต่อร้านค้า บริการ หรือจากการใช้สินค้าถูกขยายออกไปในวงกว้างมากกว่าในอดีต ด้วยศักยภาพ และอิทธิพลในการส่งต่อแมสเสจระหว่างกันจากวงเล็กๆ ไปสู่วงกว้างได้อย่างรดวเร็ว และส่งผลทันทีต่อเจ้าของสินค้า และบริการที่ไม่ปรับปรุง หรือเพิกเฉยละเลยถูกขึ้นบัญชีดำ ไม่มีใครเข้าไปใช้บริการ หรือซื้อสินค้าอีก ซึ่งจะเห็นกันอยู่หลายๆ เคส กรณีเอ็นโซโก้ก็เช่นเดียวกัน 

อย่างไรก็ตาม สำหรับเอ็นโซโก้ แม้ว่าจะถอนธุรกิจออกจากภูมิภาคนี้ไปแล้ว แต่ ความรับผิดชอบในฐานะบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องเพื่อทำธุรกิจในไทยยัง ต้องมีทั้งต่อลูกค้า และผู้ค้าต้องชี้แจงให้ชัดเจน ที่สำคัญต้องทำอย่างทันท่วงทีอย่างมืออาชีพ เพราะเหตุเกิดไปแล้ว และการเลิกกิจการไม่ใช่เลิกกันได้ง่ายๆ ต้องมีการเตรียมการ ดังนั้นเอ็นโซโก้ต้องมีแผนรองรับทันที ที่ปิดกิจการ ไม่ใช่อย่างที่ทำอยู่ทุกวันนี้ .....