ราคาก๊าซในประเทศแพงกว่า ตลาดโลก 3-5 เท่าจริงหรือ?

ราคาก๊าซในประเทศแพงกว่า ตลาดโลก 3-5 เท่าจริงหรือ?

ว่อนกันไปทั่วในโซเชียลมีเดียว่า ราคาก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้ในอ่าวไทยของเรามีราคาแพงกว่าราคาในตลาดโลก

3-5 เท่าตัว ม้กระทั่งคนระดับอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ยังออกมาโพสต์อ้างอิงข้อมูลดังกล่าว ทำให้ยิ่งเป็นที่น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น?

ผมก็เจอเข้ากับตัวเองในวันที่ไปออกรายการ “เถียงกันให้รู้เรื่อง” อันอื้อฉาว กับคุณรสนา โตสิตระกูล เพราะเธอก็ยกตัวอย่างมาให้ดูว่าราคาก๊าซธรรมชาติบ้านเราแพงกว่าราคาตลาดโลก 3-5 เท่าจริงๆ โดยยกราคาก๊าซ Henry Hub ที่สหรัฐอเมริกาเดือนมีนาคมปีนี้มาอ้างอิง ว่าอยู่ที่ 1.73 ดอลลาร์/ล้านบีทียู เท่านั้น แต่ก๊าซในอ่าวไทยจากแหล่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบงกช บงกชใต้ และเอราวัณ มีราคาตั้งแต่ 5.21-8.26 ดอลลาร์/ล้านบีทียู ล้วนแต่สูงกว่าทั้งสิ้น 3-5 เท่า

ก่อนจะตอบว่าทำไมราคาก๊าซธรรมชาติบ้านเราถึงแพงกว่าราคาก๊าซของ Henry Hub ผมต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่า ก๊าซธรรมชาติไม่มีราคาตลาดโลกเหมือนน้ำมันนะครับ เวลาพูดถึงน้ำมันเราบอกได้ว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกเป็นอย่างไร เช่น ราคาน้ำมันดิบ Brent, WTI หรือ Dubai เคลื่อนไหวอย่างไร ราคาน้ำมันทุกชนิดก็จะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน และเราสามารถซื้อน้ำมันดิบโดยอ้างอิงราคาน้ำมันทั้งสามชนิดได้ และถ้าจะซื้อน้ำมันทั้งสามชนิดนี้มาใช้ไม่ว่าจะอยู่ในภูมิภาคใด ราคาก็ไม่แตกต่างกันมากนัก เราจึงยกให้ราคาซื้อขายน้ำมันทั้งสามชนิดนี้ในสามตลาด คือ นิวยอร์ก ลอนดอน และสิงคโปร์ เป็นราคาน้ำมันที่ใช้อ้างอิงในตลาดโลก

แต่ตลาดก๊าซธรรมชาติไม่เหมือนกับตลาดน้ำมันครับ เพราะตลาดก๊าซธรรมชาติเป็นตลาดที่มีการซื้อขายกันในภูมิภาคเท่านั้น เนื่องจากถูกจำกัดโดยระบบขนส่งว่า จะต้องเป็นระบบท่อเท่านั้น (ระบบส่งโดยเรือแบบแอลเอ็นจี พึ่งจะพัฒนามาเมื่อเร็ว ๆ นี้) ดังนั้นราคาซื้อขายจึงเป็นราคาที่สะท้อนปริมาณก๊าซและความต้องการในตลาดนั้นๆ ไม่ใช่ปริมาณการจัดหาและความต้องการในตลาดโลก พูดง่ายๆ คือราคาไม่ได้สะท้อน Demand/Supply ในตลาดโลกนั่นเอง ดังนั้นจะมาเหมาเอาว่าราคาก๊าซ Henry Hub เป็นราคาตลาดโลกไม่ได้     แล้วถ้ายังงั้นทำไมราคา Henry Hub มันถึงถูกกว่าก๊าซในประเทศไทยเยอะล่ะ คำตอบก็คือ มันเป็นผลมาจาก Demand/Supply นั่นแหละ ในอดีตราคาก๊าซ Henry Hub ก็เคยสูงถึง 5-6 ดอลลาร์/ล้านบีทียู เหมือนกัน แต่ต่อมาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้เขาค้นพบแหล่งก๊าซจากชั้นหินดินดานที่เรียกว่า Shale Gas ในปริมาณที่มากมายมหาศาลเกินความต้องการในประเทศ แต่ไม่สามารถส่งออกได้ (รัฐบาลยังห้ามส่งออกและยังไม่มีโครงสร้างพื้นฐานในการแปรสภาพก๊าซเป็นของเหลวหรือแอลเอนจีเพื่อส่งออกทางเรือ) จึงกดดันราคาก๊าซธรรมชาติในสหรัฐให้ลดลงมาจนเหลือ 1.73-2.40 ดอลลาร์/ล้านบีทียู ในปัจจุบัน      แต่ถ้าเราไปดูราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรป ก็จะเห็นว่าราคาไม่ได้ถูกแบบในสหรัฐ เพราะราคาก๊าซในยุโรปปัจจุบันอยู่ที่ 4.77 ดอลลาร์/ล้านบีทียู ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงของ National Balancing Point (NBP) ที่มีการซื้อขายอยู่ในสหราชอาณาจักร

ดังนั้น ถ้าเราต้องการเปรียบเทียบราคาก๊าซธรรมชาติในบ้านเรากับราคาตลาดโลกจริงๆ เราต้องไปเทียบกับราคาก๊าซธรรมชาติเหลว หรือแอลเอ็นจีนำเข้าครับ เพราะถ้าก๊าซธรรมชาติบ้านเราไม่พอใช้ เราต้องไปนำเข้าเป็นแอลเอ็นจี ซึ่งวันนี้ราคาอยู่ที่ 5.35-6.69 ดอลลาร์/ล้านบีทียู ขึ้นอยู่กับว่าซื้อเป็นแบบ Spot หรือ Term Contract แต่เมื่อเทียบกับราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยทุกแปลงของบ้านเราในเดือนเมษายนที่ผ่านมาก็อยู่ที่ 5.69 ดอลลาร์/ล้านบีทียู ราคาก็พอๆ กัน     แต่อย่าลืมว่าถ้าเป็นราคาก๊าซในประเทศ รัฐบาลยังได้ค่าภาคหลวง ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม และส่วนแบ่งรายได้พิเศษอีกไม่น้อยกว่า 30% ของราคาก๊าซนะครับ เพราะฉะนั้นไม่ว่ายังไงราคาก๊าซในประเทศก็ถูกกว่าราคานำเข้าวันยังค่ำแหละครับ     เถียงอย่างนี้รู้เรื่องหรือเปล่าครับ !!!.

--------------------

มนูญ ศิริวรรณ