ส่งงบการเงินออนไลน์ สนองนโยบายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

ส่งงบการเงินออนไลน์ สนองนโยบายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับนโยบาย เศรษฐกิจดิจิทัล

 เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีการปฏิรูประบบการทำงานของราชการ เพื่อเอื้อต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

หน่วยงานต่างๆของภาครัฐเดินหน้าตอบสนองนโยบายนี้ นโยบายที่อยู่บนพื้นฐานของระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้การสนองตอบภาคธุรกิจและประชาชน มีความรวดเร็วฉับไวตามเทคโนโลยีที่ย่อโลกด้วยปลายนิ้ว 

กระทรวงพาณิชย์โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเองก็เช่นกัน  ได้ผลักดันให้นิติบุคคลที่ทำธุรกิจอยู่ในประเทศไทย ต้องจัดส่งงบการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกกันว่า DBD e-Filingทั้ง 100%ภายในปี 2559  เป็นการให้ใช้ระบบออนไลน์ในการส่งงบการเงินแบบ 100% ทั้งๆ ที่ภาคธุรกิจเคยชินกับการส่งงบการเงินแบบกระดาษมาช้านาน

หากทำได้สำเร็จ จะเกิดผลต่อต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ดีต่อการตรวจสอบการขับเคลื่อนของธุรกิจในประเทศ เพราะจะทราบได้ทันทีว่า มีธุรกิจที่ทำธุรกิจอยู่เท่าไร แนวโน้มการขยายตัวเป็นอย่างไร รัฐจะสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ ไปใช้ได้ทันที ต่างจากเดิมที่กว่าจะตรวจสอบ วิเคราะห์ได้ ก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 4-5 เดือนหลังจากที่ส่งงบการเงินแล้ว 

ที่ผ่านมามักจะเห็นกันเป็นประจำที่งบการเงินกว่าจะนำมาวิเคราะห์กันได้ มันเนิ่นนานจนสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปแล้ว 

ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บอกว่า ปีนี้เป็นปีแรก ได้ตั้งเป้าให้ส่งงบการเงินครบทั้ง 100% เป็นปีแรกเลย ตอนนี้ ภาพรวมมีคนส่งงบการเงินแล้ว 82% หรือ 465,476 ราย จากที่ต้องส่งทั้งหมด 568,278 ราย และส่งผ่าน DBD e-Filing จนถึงขณะนี้ 182,551 ราย คิดเป็น 39% ของที่ต้องส่งทั้งหมด

เหลือผู้ที่ยังไม่ส่งผ่านระบบ DBD e-Filing อีก 2 แสนกว่าราย ทุกวันนี้ เป็นช่วงเก็บตก มีส่งเข้ามาทุกวัน วันละ 6-7 พันราย ช่วงวันท้ายๆ น่าจะเป็นวันละกว่า 1 หมื่นราย คาดว่าเมื่อครบกำหนดวันที่ 30 มิ.ย. 2559 ที่เปิดโอกาสให้นิติบุคคลที่ส่งงบการเงินแบบกระดาษ ต้องคีย์ส่งผ่านระบบ DBD e-Filing น่าจะทำได้สูงถึง 60-70%”

ผ่องพรรณ ระบุว่า แม้จะไม่เต็ม 100% ตามเป้าที่ตั้งไว้ แต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ ซึ่งส่วนที่เหลือจะนำงบไปคีย์ให้ แต่จะบอกไว้ในหมายเหตุทะเบียนบริษัทว่าบริษัทนี้ไม่คีย์ส่งงบการเงินผ่าน DBD e-Filing เอง ซึ่งธุรกิจคงไม่ต้องการหมายเหตุในลักษณะนี้

กรณีที่โลกออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์ ติชมการใช้ระบบ DBD e-Filing ว่าไม่พร้อมบ้าง ระบบไม่เสถียรบ้าง ถือว่าได้ทั้ง ก้อนอิฐ ก้อนหิน ซึ่งพร้อมรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และจะนำข้อติชมทั้งหมด และข้อเสนอแนะ มาทำการปรับปรุงกระบวนการทำงานและระบบการทำงานให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านจากระบบเอกสาร มาเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมา เอกชนมักจะบอกว่า ขอให้ภาครัฐปรับปรุงระบบการให้บริการให้ทันสมัย แต่พอทำแล้ว ก็มาบอกอย่าเพิ่งทำ ก็ไม่รู้จะเอายังไงกันแน่ แต่ขอยืนยันว่า มีความจำเป็นต้องทำ ไม่อยากผ่อนผัน เพราะไม่เช่นนั้น ก็จะทำไม่สำเร็จ และตอนนี้ก็ใกล้สำเร็จแล้ว และจะเป็นแบบอย่างให้กับประเทศอื่นๆ ด้วยซ้ำ

โลกเทคโนโลยีมาแรงและเร็ว การแข่งขันรุนแรง การปรับตัวระยะแรกอาจเป็นไปด้วยความยากลำบาก มีติดๆขัดๆบ้าง แต่เราไม่สามารถปฎิเสธได้ ถ้าไม่ทำหรือทำช้าตามหลังคนอื่น อาจไม่มีเวลาหรือที่ว่างเหลือพอในการเข้าไปเก็บเกี่ยวผลแห่งความสำเร็จได้

ถึงเวลานั้นเราจะเป็นกลุ่มคนที่ถูกทิ้งอยู่ข้างหลัง เป็นส่วนเกินของระบบห่วงโซ่ใหญ่ เป็นตัวถ่วงการพัฒนาและเป็นภาระเหนี่ยวรั้งการเดินไปข้างหน้าของคนอื่น 

การก้าวสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ การเท่าทัน เรียนรู้เทคโนโลยี 

รอช้าไม่ได้แล้ว!!