เทคโนโลยีมูลค่าสูง ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์

เทคโนโลยีมูลค่าสูง ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์

ผลสำรวจมูลค่าตลาดสื่อสารประเทศไทยประจำปี 2559

 โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระบุปี 2559 จะเติบโต 11.5% หรือมีมูลค่า 597,584 ล้านบาท โดยปัจจัยสำคัญมาจากแรงกระตุ้นของการขยายโครงข่าย3จี/4จี การดำเนินนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการองค์กรและการให้บริการให้เป็นดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

ข้อมูลระบุว่า ปี 2558 ตลาดบริการโทรศัพท์ประจำที่ติดลบ 7.4% หรือมีมูลค่า 14,809 ล้านบาท และคาดว่าจะหดตัวลงเป็นติดลบ 12.1% หรือมีมูลค่า 13,016 ล้านบาทเช่นเดียวกับตลาดโทรศัพท์ระหว่างประเทศ ที่ปี 2558 มีมูลค่า 10,357 ล้านบาท ติดลบ 16.6% และคาดว่าปี 2559 ตลาดจะยังคงหดตัวลงเป็นติดลบ 24.6% โดยการหดตัวลงเหล่านี้ เกิดจากการที่ผู้บริโภคหันไปใช้การสื่อสารผ่านการแชท หรือโทรผ่านบริการคอนเทนท์ออนไลน์อื่นๆ แทน

สำหรับตลาดอุปกรณ์สื่อสาร ปี 2558 มีสัดส่วนมูลค่าตลาด 42.3% ของตลาดสื่อสารภาพรวม ที่น่าสนใจคือการลงทุนขยายโครงข่าย 3จี และ 4จี สะท้อนให้ตลาดอุปกรณ์ไร้สายปี 2558 เติบโต 31.0% หรือมีมูลค่า 35,809 ล้านบาท และคาดว่าการขยายโครงข่าย 4จีจะผลักดันให้ตลาดปี 2559 เติบโตอีก 42.0% คิดเป็นมูลค่า 50,860 ล้านบาท ส่วนตลาดอุปกรณ์โครงข่ายหลักปี 2558 เติบโต 9.3% หรือมีมูลค่า 69,680 ล้านบาท แบ่งเป็นอุปกรณ์โครงข่ายหลักมูลค่า 45,160 ล้านบาท และอุปกรณ์เคเบิล 24,520 ล้านบาท คาดการณ์ว่าปี 2559 ตลาดอุปกรณ์โครงข่ายหลักจะเติบโตได้ 13.1% หรือมีมูลค่า 78,780 ล้านบาท

ขณะที่ตลาดอุปกรณ์ใช้สายปี 2558 เติบโต 7.0% มูลค่า 16,030 ล้านบาท และคาดว่าปี 2559 จะเติบโตอีก 12.2% หรือมีมูลค่า 17,980 ล้านบาท การเติบโตของตลาดอุปกรณ์โครงข่ายหลักและตลาดอุปกรณ์สื่อสารใช้สายจะได้รับแรงกระตุ้นจากนโยบายดิจิทัลอีโคโนมี ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของรัฐบาล ทั้งการขยายบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทุกหมู่บ้าน การพัฒนาบริการดาต้าเซ็นเตอร์ และคลาวด์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีเงินลงทุนจากนโยบายดังกล่าวออกมาภายในปี 2559

ปี 2558 ภาคครัวเรือนยังคงเป็นกลุ่มผู้ใช้จ่ายหลักในตลาดสื่อสาร โดยมีสัดส่วนการใช้จ่าย 55.7% ต่อมูลค่าตลาดสื่อสารภาพรวม ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวมีทิศทางลดลงจากปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการใช้จ่ายกลุ่มครัวเรือนที่ลดลง ประกอบกับระดับราคาของผลิตภัณฑ์ และบริการมีแนวโน้มลดลงจากการแข่งขันทางด้านราคา ขณะที่ภาคธุรกิจเอกชนและภาครัฐมีสัดส่วนการใช้จ่าย 44.3% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่เกิดจากการพัฒนาโครงข่ายการให้บริการของผู้ให้บริการโทรคมนาคม และอีกส่วนที่สำคัญคือ การลงทุนปรับเปลี่ยนและยกระดับการใช้เทคโนโลยีในองค์กรที่เริ่มเห็นอยู่บ้าง แม้การทำธุรกิจจะยากลำบากในสภาะเศรษฐกิจชะลอตัวก็ตาม

การยกระดับใช้งานเทคโนโลยีในองค์กรภาคธุรกิจขนาดใหญ่อาจไม่เป็นปัญหานัก แต่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กอาจยังต้องเผชิญปัญหาการนำเทคโนโลยีไปใช้เพื่อเสริมประสิทธิภาพ รับมือการแข่งขัน และยิ่งลงไประดับบุคคลแล้ว ยิ่งยากลำบากใหญ่ต่อการนำอุปกรณ์ที่ซื้อไปใช้ประโยชน์ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อตัวเอง ยังไม่ต้องคิดว่าจะต้องนำไปสร้างให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม ฉะนั้น เรื่องนี้ต้องแก้ปัญหากันอีกนาน