แผนการศึกษาแห่งชาติ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ:3

แผนการศึกษาแห่งชาติ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ:3

แผนการศึกษาแห่งชาติ 15 ปี มีความมุ่งหมายในการสร้างพลเมืองรุ่นใหม่ เป็นพลเมืองที่ดี เก่ง มีความสุข

มีคุณธรรม เป็นพลเมืองของไทยและของโลก พลเมืองที่คาดหวังต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

๑) คุณลักษณะนิสัย/พฤติกรรมที่พึงประสงค์ : เป็นพฤติกรรมที่พลเมืองพึงปฏิบัติให้เป็นนิสัยที่ติดตัวไปตลอดชีวิต ประกอบด้วย การดูแลรักษาสุขภาพอนามัยของร่างกายให้เจริญเติบโตอย่างเหมาะสมตามวัย การสร้างลักษณะนิสัยในการใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มีสมรรถนะที่พึงประสงค์ มีจิตสาธารณะมีความกระตือรือร้น (Active Citizen) ในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม และมีค่านิยมของความเป็นพลเมือง

๒) มีองค์ความรู้ที่สำคัญในศตวรรษที่ ๒๑ : เป็นความรู้เบื้องต้นที่สำคัญของการดำรงชีวิตอย่างรอบด้านในสังคมอย่างเป็นสุข ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ระบบเศรษฐกิจและสังคมที่มีการแข่งขันอย่างเสรี และไร้พรมแดน

๓) มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ (๒๑th Century Skills) เป็นทักษะการเรียนรู้ของพลเมืองที่ต้องติดตัวไปตลอดชีวิต ตั้งแต่อยู่ในวัยเรียนและเข้าสู่กำลังแรงงาน ประกอบด้วย ทักษะ ความรู้ความสามารถและสมรรถนะตามมาตรฐานหลักสูตร ซึ่งเป็นความรู้ขั้นพื้นฐาน (Basic Literacy) ตามระดับและประเภทการศึกษา และ

๔) มีทักษะการดำรงชีวิต (Life Skill): เป็นทักษะที่บ่งบอกถึงศักยภาพ ความสามารถ และสมรรถนะที่เพียงพอต่อการดำรง ชีวิตในสังคมอย่างเป็นสุข โดยไม่เป็นภาระกับสังคม ประกอบด้วย ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skill) ทักษะการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทักษะทางสังคม ทักษะในการสร้างจินตนาการ ทักษะการทำงานและความก้าวหน้าในอาชีพ (Career

 

 ส่วนความคาดหวังที่มีต่อแผนฉบับนี้ ลดความแตกต่างในคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาระหว่างสถานศึกษา

-   สถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชนสามารถจัดการศึกษาที่มีคุณภาพไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำที่รัฐกำหนด

-   สถานศึกษามีความเชี่ยวชาญและความเป็นเลิศในการผลิตและพัฒนากำลังคนที่สนองตอบความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ รวมทั้งความท้าทายที่เป็นพลวัตของโลกศตวรรษที่ ๒๑

 เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการการศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐาน

-   ประชากรทุกคนที่อยู่ในวัยเรียนได้รับการศึกษาไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับ ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อพัฒนาขีดความสามารถให้เต็มตามศักยภาพที่มีอยู่ในตัวตนของแต่ละบุคคล

-   ประชากรที่อยู่ในกำลังแรงงานได้รับการพัฒนาทักษะ ความรู้ความสามารถ และสมรรถนะที่ตอบสนองความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ ผ่านระบบการทดสอบ วัดและประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcome) ทั้งการเรียนรู้จากการศึกษาในระบบโรงเรียน การศึกษานอกระบบโรงเรียน การศึกษาตามอัธยาศัย และประสบการณ์จากการทำงาน ผ่านการสะสมหน่วยการเรียน และการเทียบโอน เพื่อยกระดับคุณวุฒิตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ

 กระจายอำนาจและความรับผิดชอบไปสู่สถานศึกษา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

-   สถานศึกษาที่มีคุณภาพมาตรฐาน มีศักยภาพและความพร้อม สามารถเปลี่ยนสถานะเป็นสถานศึกษาในกำกับ (Autonomous School)/สถานศึกษาพันธสัญญา (Charter School) เพื่อความเป็นอิสระคล่องตัว และรับผิดชอบต่อคุณภาพการศึกษาของผู้เรียน

-   สถานศึกษาที่มีความพร้อมแต่ขาดศักยภาพ ได้รับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐาน

-   สถานศึกษาที่ขาดศักยภาพและความพร้อม ไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน มีต้นทุนผลผลิตต่อหน่วยสูง เป็นสถานศึกษาขนาดเล็ก และไม่อยู่ในสภาพของการเป็นสถานศึกษา ต้องเข้าสู่กระบวนการควบรวม/เลิก และเปลี่ยนบทบาทเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน

-   สถานศึกษาขนาดเล็ก ตั้งในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร การคมนาคมไม่สะดวก ได้รับการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐาน รวมทั้งปรับประสิทธิภาพการบริหารจัดการผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการเรียนการสอน

 เพิ่มประสิทธิภาพและลดความสูญเปล่าของการบริหารจัดการ เพื่อรองรับการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ภายใต้การกำกับของรัฐ

-   ลดบทบาท อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบและขนาดของหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จากการเป็นผู้จัดการศึกษาเป็นหลัก มาเป็นผู้กำกับนโยบาย แผน มาตรฐาน ส่งเสริม สนับสนุน ติดตามประเมินผล ควบคู่กับการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาไปสู่สถานศึกษา

-   ควบรวมสถานศึกษาที่มีขนาดและจำนวนผู้เรียนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และไม่อยู่ในสภาพและสถานะของความเป็นโรงเรียน มีครูไม่ครบชั้น ไม่ได้คุณภาพมาตรฐานและประสิทธิภาพการบริหารจัดการ เพื่อให้มีจำนวนและขนาดสถานศึกษาที่เหมาะสม ภายใต้บริบทของโครงสร้างประชากรที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในอีก ๓๐ ปีข้างหน้า โดยเปลี่ยนสถานภาพเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนตามความต้องการจำเป็น

-   ส่งเสริมสนับสนุนสถาบันอุดมศึกษาผลิตบัณฑิตในคณะ/สาขาวิชาที่สถาบันมีความเชี่ยวชาญเพื่อความเป็นเลิศ หรือเป็นความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ และลดการผลิตบัณฑิตในคณะ/สาขาวิชาที่เกินความต้องการของตลาดแรงงาน

-   ควบรวมสถาบันอุดมศึกษาเพื่อให้มีจำนวนและขนาดที่เหมาะสมกับการผลิตกำลังคนเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศในอนาคต

 สร้างการมีส่วนร่วมในการระดมทุนและการสนองทุนเพื่อการศึกษาจากทุกภาคส่วนของสังคม

-   ส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนของสังคมที่มีศักยภาพและความพร้อม เข้ามามีส่วนร่วมในการระดมทุนและสนองทุนเพื่อการศึกษา โดยเฉพาะสถานประกอบการ สถาบัน/องค์กรต่าง ๆ ในสังคม และผู้เรียน ผ่านมาตรการทางการเงินและการคลัง

เพื่อให้แผนการศึกษาแห่งชาติได้รับการตอบสนองจากทุกภาคส่วนของสังคม และนำไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายตามเจตนารมณ์ของแผนการศึกษาแห่งชาติ จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ มาตรการ ตัวชี้วัดและหน่วยงานรับผิดชอบ โดยแบ่งระยะเวลาการดำเนินงานของแผนการศึกษาเป็น ๓ ระยะ ดังนี้

ระยะแรก : เป็นการวางระบบและกลไกการบริหารจัดการ โดยการกำหนดแผนและขั้นตอนการเปลี่ยนผ่าน (transition period) ภายใต้แผนบริหารความเสี่ยง (risk management) รวมทั้งการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (paradigm/mind set) ของบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา และการรนำร่องเพื่อเป็นตัวอย่างของความสำเร็จในการขยายผลต่อในระยะที่สอง

ระยะที่สอง : เป็นการขับเคลื่อนและขยายผลตัวอย่างของความสำเร็จให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ภายใต้ระบบและกลไกการบริหารจัดการที่เปลี่ยนไป และแผนบริหารความเสี่ยงที่รองรับปัญหา อุปสรรค ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้

ระยะที่สาม : เป็นการติดตามและประเมินผลในเชิงระบบและกลไกการบริหารจัดการ เพื่อปรับปรุงแก้ไข และวางแนวทางการบริหารจัดการในลักษณะเชิงพื้นที่ กลุ่มเป้าหมายที่มีความแตกต่างกัน และขยายผลให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนและนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม มีผลผลิต ผลลัพธ์ที่วัดได้

หากสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้สามระยะจะทำให้ “ไทย” สามารถยกระดับตัวเองเป็นประเทศพัฒนาแล้ว และ ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศจะดีขึ้นอย่างชัดเจน ครับผม

------------------------

ผศ. ดร. อนุสรณ์

กรรมการสภาการศึกษา และ ประธานอนุกรรมการแผนการศึกษาแห่งชาติ

[email protected] 

www.Facebook.com/AnusornTamajai