ตัด3คำจบ

ตัด3คำจบ

ท่ามกลางกระแสหวาดหวั่นว่า ศาลรัฐธรรมนูญ

 จะวินิจฉัยให้มาตรา 61 วรรค 2 ของพ.ร.บ.ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราว และจะกระทบต่อการเลื่อนลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 ส.ค.นี้หรือไม่ สุพจน์ ไข่มุกด์ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็ได้ออกมาชี้แนะช่องทางเพื่อ สยบปัญหา ดังกล่าวว่า เท่าที่ติดตามข่าวมีอยู่ 3 คำที่มีปัญหา คือ ก้าวร้าว รุนแรง หยาบคาย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายหลายคนมีความเห็นว่า ทั้ง 3 คำนี้ ไม่ปรากฏในบทบัญญัติของกฎหมายใด ทำให้คิดว่า 3 คำนี้อาจไม่มีความชอบธรรม โดยส่วนตัวมองว่า เป็นไปได้ที่ศาลรัฐธรรมนูญอาจวินิจฉัยโดยให้ตัด 3 คำนี้ออกเท่านั้น แต่ก็อยู่ในดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณา

+++ สุพจน์ บอกว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า 3 คำนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็ตัดเพียงแค่ 3 คำ แต่ข้อความหลักอื่นๆ ยังอยู่ครบ ประชามติเดินหน้าต่อได้ และเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องนำกฎหมายมาแก้ไขใหม่

+++ ตัด 3 คำ แล้วจะจบไม่จบต้องรอดูคำวินิจฉัยศาลกันต่อไป

+++ แม้จะถูกห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง จากคำสั่งของ คสช. แต่ นักการเมือง ก็ไม่สามารถยุติการเดินสายพบปะประชาชนได้ โดยเฉพาะ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่เดินสายพบปะ “แฟนคลับ” ตามต่างจังหวัดอยู่เนือง ๆ โดยเฉพาะภาคเหนือ และอีสาน ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรค

+++ เช่นเดียวกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ล่าสุด เดินสายไปที่จ.ระยอง ไปเป็นประธานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในการสัมมนาวิชาการเรื่อง “ทิศทางท้องถิ่นไทย อดีต ปัจจุบัน อนาคต” จัดโดยสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย โดยมีนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล และเจ้าหน้าที่จาก 217 เทศบาล ใน 9 จังหวัดภาคตะวันออก เข้าร่วมสัมมนากว่า 500 คน

+++ ขณะทุกวันอังคารที่มีการประชุม ครม.ที่ทำเนียบรฐบาล หน่วยงานต่าง ๆ ก็มักมีกิจกรรมมานำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ อย่างเมื่อวานนี้ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการภาคภูมิแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นโครงการที่ผนึกความร่วมมือ สานพลังประชารัฐจากทุกภาคส่วน ร่วมกันเพื่อสืบค้น เก็บรวบรวมเรื่องราวอันดีงามที่เป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยจารึกไว้เป็นสมบัติของชาติ และส่งต่อลูกหลานเพื่อรักษาไว้ให้คงอยู่ตลอดไป โดยโครงการนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 มิ.ย.นี้่

+++ โอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จึงได้ชมการเป่าแคนและการสีสะล้อจากตัวแทนเยาวชนภาคอีสานและภาคเหนือ พร้อมพูดคุยกับตัวแทนเยาวชนจากภาคใต้ ให้ช่วยกันรักษาแนวปะการัง ระบบนิเวศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงทำมา ก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะได้เขียนความภาคภูมิใจเป็นคนแรกของโครงการภาคภูมิแผ่นดินไทย มีข้อความว่า

“ความภาคภูมิใจของนายกรัฐมนตรีคือการที่ได้เกิดเป็นคนไทย มีส่วนร่วมในการรักษาผืนแผ่นดินไทย สืบต่อจากบรรพบุรุษได้รักษาไว้ ตลอดจนภูมิใจในการที่ได้เกิดอยู่ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” และนายกฯ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกจากความภาคภูมิใจแล้ว ต้องอย่าให้เกิดความแตกแยกขึ้นมาอีก”

 ...............................

แหลมเชิงดอย : [email protected]