รอพ.ร.บ.กำกับรัฐวิสาหกิจฯ

รอพ.ร.บ.กำกับรัฐวิสาหกิจฯ

และแล้วในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้

 (14 มิ.ย.) ก็ไม่ได้มีการบรรจุ "ร่างพ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.." อยู่ในวาระการประชุม (อีกแล้ว) หลังจากกระทรวงการคลังในฐานะหน่วยงานต้นเรื่อง ได้เสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าไปตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา

จากการสอบถามผู้บริหารกระทรวงการคลัง ทราบว่ายังอยู่ในช่วงที่ทางสำนักงานเลขาครม. ต้องส่งหนังสือเวียนเพื่อสอบถามความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจจะใช้เวลานาน เพราะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงต้นสังกัดของรัฐวิสาหกิจทุกกระทรวง

เข้าใจว่าเรื่องการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ เป็นเรื่องสำคัญ จึงต้องทำอย่างรอบคอบที่สุด แต่ที่ผ่านมา ทางอนุกรรมการฯของคนร. ที่รับผิดชอบในการยกร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องมาหลายรอบ โดยเฉพาะการรับฟังความคิดเห็นจากสภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ และได้นำความเห็นและข้อกังวลต่างๆมาปรับปรุงแก้ไขร่างฯ ก่อนจะนำเสนอให้ ครม.พิจารณา

โดยเฉพาะข้อกังวลเรื่อง การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เพราะมีบางกลุ่มเข้าใจว่า กฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายเพื่อการแปรรูป หรือจะทำให้การแปรรูปรัฐวิสาหกิจทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งทางกรรมการคนร. หลายท่านก็ยืนยันทุกครั้งว่าการจัดทำกฎหมายในครั้งนี้ ไม่ใช่การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ แต่จะเป็นร่างกฎหมายที่ออกมาเพื่อสร้างความสมดุลในการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ

ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น หากพ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ คือ จะมีการจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ หรือ ซูเปอร์โฮลดิ้ง ขึ้นมากำกับดูแลรัฐวิสาหกิจที่มีทุนเรือนหุ้น หรือที่แปลงเป็นบริษัท และบริษัทมหาชนรวม 12 แห่ง มีการแยกบทบาทหน้าที่ชัดเจนระหว่างฝ่ายนโยบาย หน่วยงานกำกับ เจ้าของรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ รวมถึงปรับกระบวนการแต่งตั้งกรรมการรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้ได้กรรมการที่ตรงกับความต้องการของรัฐวิสาหกิจ และป้องกันการแทรกแซงที่ไม่เป็นธรรมของฝ่ายการเมือง ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหารัฐวิสาหกิจในปัจจุบัน

หากทำได้ตามนี้จริง ไม่เพียงแต่เป็นการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจครั้งใหญ่เท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วย เพรารัฐวิสาหกิจเป็นผู้ดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของประชาชนแทบทั้งสิ้น 

อย่างไรก็ตามการดำเนินงานในเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นการตัดวงจรการหาผลประโยชน์ในรัฐวิสาหกิจ กระแสคัดค้านจึงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่เป็นกระแสใหญ่โต บางกลุ่มไม่กล้าออกมาคัดค้านอย่างเปิดเผย เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ที่สำคัญ อาจจะถูกนับรวมอยู่ในกลุ่มที่เสียผลประโยชน์ได้

แม้ว่าการสอบถามความเห็นหน่วยงานผู้เกี่ยวข้อง เป็นขั้นตอนตามปกติ แต่ก็คาดหวังว่าจะไม่กินเวลานานเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้กระบวนการนำเสนอกฎหมายล่าช้าออกไปอีก จากเดิมที่ล่าช้าไปจากแผนเป็นปีอยู่แล้ว จากช่วงก่อนนี้ทางคนร.ตั้งใจว่ากฎหมายจะผ่านและมีผลบังคับใช้ในช่วงปลายปี 2558 หรือต้นปี 2559 ซึ่งจะทำให้สามารถจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจได้ภายในไตรมาสแรกของปี2559

จนปัจจุบันใกล้จะสิ้นไตรมาส 2 ของปี2559แล้ว ร่างพ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับรัฐวิสาหกิจฯ ยังไม่ผ่านมติที่ประชุมครม. หากยังกินเวลานานไปกว่านี้ อาจจะทำให้เกิดข้อสงสัยมีความพยายาม ถ่วงเวลาหรือมีความพยายามวิ่งเต้นให้กฎหมายฉบับนี้ แท้งก่อนคลอดหรือไม่

 .....................................

วรินทร์ ตริโน