สัญญาผู้ถือหุ้นที่เป็นโมฆะ

สัญญาผู้ถือหุ้นที่เป็นโมฆะ

ในการที่บุคคลหรือนิติบุคคลไม่ว่าเป็นคนต่างด้าวหรือไม่ จะร่วมลงทุนประกอบธุรกิจกับบริษัทที่ตั้งขึ้นตาม

กฎหมายไทย อาจเป็นการเข้าถือหุ้นตามปกติ และหากต้องการเข้าไปมีอำนาจบริหารจัดการ ก็ต้องเข้าถือหุ้นเป็นฝ่ายเสียงข้างมาก หรืออาจมีการทำสัญญาที่เรียกว่าสัญญาผู้ถือหุ้นหรือสัญญาที่เรียกชื่ออย่างอื่น ทำนองเดียวกันกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ไว้ก็ได้

สำหรับคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ที่ต้องการร่วมลงทุนกับบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย โดยเป็นผู้สนับสนุนเงินทุน หรือเทคโนโลยี แต่ไม่ประสงค์เป็นผู้ถือหุ้นเสียงข้างมาก ด้วยเหตุผลหลีกเลี่ยงข้อจำกัดจากการที่ทำให้บริษัทมีฐานะเป็นคนต่างด้าวหรือด้วยเหตุผลอื่น ก็จะใช้วิธีทำสัญญาผู้ถือหุ้นหรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นกับบริษัท และผู้ถือหุ้นเสียงข้างมากไว้ในสัญญาดังกล่าวจะตกลงกำหนดเงื่อนไขตามที่ต้องการไว้ล่วงหน้า เช่นกำหนดสิทธิประโยชน์ที่ที่จะได้รับ เงื่อนไขที่จะต้องแต่งตั้งบุคคลที่เป็นฝ่ายของตน เป็นกรรมการ ให้มีอำนาจบริหารจัดการกิจการอย่างเบ็ดเสร็จ หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับสัดส่วนผู้ถือหุ้น หรือเงื่อนไขอื่นตามที่ต้องการ

เงื่อนไขตามสัญญาดังกล่าวอาจมีบางส่วนขัดต่อบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยหุ้นส่วนบริษัท ถ้าหากเกิดข้อพิพาทหรือมีปัญหาข้อโต้แย้งเกิดขึ้นจากสัญญาดังกล่าว ก็อาจทำให้มีข้อพิจารณาว่าสัญญาดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ดังเช่นคดีล้มละลายคดีหนึ่ง ที่ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกา ซึ่งมีประเด็นข้อกฎหมายที่ต้องพิจารณาว่าความตกลงผู้ถือหุ้นนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ คือคดีตามคำพิพากษาฎีกาที่ 3402/2548 ข้อเท็จจริงโดยสรุปคือ

บริษัทชิตี้แคปปิตอล จำกัด เป็นผู้ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ลูกหนี้ บริษัทเหล็กบูรพาอุตสาหกรรม จำกัด ในรูปของหุ้นเพิ่มทุน โดยทำสัญญาผู้ถือหุ้นกำหนดเงื่อนไขสัดส่วนการถือหุ้นและเรื่องที่เกี่ยวข้องไว้ แต่หลังจากบริษัทเหล็กบูรพาอุตสาหกรรม จำกัด ถูกศาลสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ผู้บริหารแผนสั่งให้ยกเลิกสัญญาผู้ถือหุ้นดังกล่าว

บริษัทชิตี้แคปปิตอล จำกัด ได้ยื่นคำร้องคัดค้าน การที่ผู้บริหารแผนบอกเลิกสัญญาผู้ถือหุ้นดังกล่าว เป็นการไม่ยอมรับทรัพย์สินหรือสิทธิตามสัญญา ทำให้ผู้ร้องเสียหาย ผู้ร้องชอบที่จะขอรับชำระหนี้ได้ ขอให้มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งและให้ผู้ร้องมีสิทธิขอรับชำระหนี้ได้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำแถลงว่า ผู้ร้องเป็นผู้ถือหุ้นแม้จะได้รับความเสียหายจากการลดทุนตามแผนฟื้นฟูกิจการ ก็เป็นเรื่องที่ผู้ถือหุ้นจะต้องรับผิด ไม่อาจมาขอรับชำระหนี้ได้

ผู้บริหารแผนยื่นคำแถลง ขอให้ยกคำร้องคัดค้าน

ศาลฎีกาได้พิจารณาวินิจฉัยปัญหานี้ไว้ว่า เจ้าหนี้มีสิทธิขอรับชำระหนี้เพียงใด เห็นว่าในการขอรับชำระหนี้ในค่าเสียหายเนื่องจากผู้บริหารแผนไม่ยอมรับทรัพย์สินของลูกหนี้หรือสิทธิตามสัญญาที่มีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้นั้น จะต้องเป็นกรณีที่ลูกหนี้และบุคคลภายนอกต่างมีสิทธิและหน้าที่ซึ่งกันและกัน เช่นนี้ สัญญาที่จะก่อให้เกิดหน้าที่ดังกล่าวแก่ลูกหนี้ได้ ข้อสัญญาดังกล่าวจะต้องสมบูรณ์และมีผลบังคับตามกฎหมาย กรณีจำต้องวินิจฉัยก่อนว่า ข้อสัญญาในส่วนที่กำหนดให้ลูกหนี้มีหน้าที่ต่อผู้ร้องนั้นมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ คดีนี้ที่ผู้ร้องได้สนับสนุนทางการเงินแก่บริษัทลูกหนี้โดยผู้ร้องเข้าไปซื้อหุ้นและเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทนั้น สถานะดังกล่าวมีผลเสมือนหนึ่งว่าผู้ร้องมีส่วนในการเป็นเจ้าของลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคลนั้น

ส่วนที่ว่าผู้ร้องจะได้รับประโยชน์จากเงินที่ลงทุนซื้อหุ้นไปอย่างไร ย่อมเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1200 มาตรา 1200 และมาตรา 1269 อันสรุปเป็นใจความสำคัญได้ว่า ผู้ถือหุ้นจะได้รับผลตอบแทนก็แต่เฉพาะเงินปันผลและจะได้รับชำระคืนเงินค่าหุ้นเมื่อมีการเลิกบริษัทและชำระบัญชี และมีการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ของบริษัทครบถ้วนแล้ว

การที่ผู้ร้องได้ร่วมลงทุนในบริษัทลูกหนี้เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว โดยมีสัญญาผู้ถือหุ้น (shareholoders agreement) ระหว่าง ผู้ร้อง ผู้ถือหุ้นรายใหญ่และลูกหนี้ ซึ่งสัญญาข้อ 1 (1) (3) กำหนดว่า “ผู้ถือหุ้นกับบริษัทจะดำเนินการให้กรรมการของบริษัทถือหุ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 51 ของหุ้นในบริษัทในการออกหุ้นแต่ละครั้ง และจะไม่ออกหุ้นใหม่ของบริษัทให้แก่บุคคลใดๆ ซึ่งจะมีผลทำให้กรรมการถือหุ้นคิดเป็นร้อยละต่ำกว่าร้อยละที่ระบุไว้ข้างต้น โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ถือหุ้นและผู้ร้อง” ข้อ 3 กำหนดว่า “บริษัทและผู้ถือหุ้นจะชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ลงทุน สำหรับต้นทุนค่าใช้จ่าย ค่าสูญเสียและค่าเสียหาย (รวมทั้งค่าธรรมเนียมทางกฎหมายที่สมเหตุสมผล) ที่เกิดขึ้นต่อผู้ลงทุนอันเกี่ยวเนื่องกับการที่บริษัทและผู้ถือหุ้นไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ ผูกพันที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ได้”

ข้อสัญญาดังกล่าวในส่วนลูกหนี้กับผู้ร้องจึงขัดต่อบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในส่วนที่เกี่ยวกับการกำหนดรูปแบบของบริษัทจำกัด รูปแบบผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้นกับบริษัทอันเป็นกฎหมายที่กำหนดแบบแผนที่สังคม จะต้องปฏิบัติร่วมกันมีผลกระทบต่อบุคคลภายนอก ทั้งเป็นการวางรูปแบบองค์กรทางธุรกิจเพื่อให้สาธารณชนยึดถือและปฏิบัติ ถือว่าเป็นกฎหมายอันเกี่ยวกับสงบความเรียบร้อยของประชาชนเช่นนี้ สัญญาผู้ถือหุ้นเฉพาะส่วนที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างลูกหนี้กับผู้ถือหุ้น และความรับผิดอันเกิดจากการผิดสัญญาดังกล่าวตามสัญญาข้อ 1 (1) (3) และข้อ 3 จึงขัดต่อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ข้อสัญญาส่วนนี้จึงเป็นอันเสียเปล่า หามีผลบังคับแต่อย่างใดไม่ เช่นนี้ ผู้ร้องจึงหาได้มีฐานเป็นเจ้าหนี้ซึ่งได้รับความเสียหายตามมาตรา 90/41 ทวิ แต่อย่างใด" พิพากษากลับ ให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้องเสียทั้งสิ้น

ข้อสรุป จากคำวินิจฉัยตามคำพิพากษาฎีกาดังกล่าว อาจถือเป็นบรรทัดฐานได้ว่า ความตกลงผู้ถือหุ้นถ้าขัดต่อบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งลักษณะหุ้นส่วนบริษัทในส่วนที่เกี่ยวกับการกำหนดรูปแบบของบริษัทจำกัด รูปแบบผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้นกับบริษัท เป็นการขัดต่อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ย่อมตกเป็นโมฆะ