หากเราหวังจะเป็น Smart Nation แข่งสิงคโปร์....

หากเราหวังจะเป็น Smart Nation แข่งสิงคโปร์....

กฎหมายเปลี่ยนกระทรวง ICT

 เป็นกระทรวง digital economy ผ่านขั้นตอนต่าง ๆ แล้ว คำถามใหญ่ก็คือกลไกที่เหลือของระบบราชการไทย จะปรับตัวให้สอดคล้องกับความเป็น “เศรษฐกิจดิจิทัีล” เมื่อไหร่?

แค่เรื่อง Uber หรือ Grab Taxi หรือบริการแท็กซี่ที่ทำผ่าน apps ในมือถือที่เป็นประเด็น เพราะกระทรวงคมนาคมถือว่าผิดกฎหมาย แต่กระทรวงไอซีที (หรือกระทรวงเศรษฐกิจดิจิทัลใหม่) ประกาศเป็นจุดยืนส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น Smart Nation ที่ต้องกระโดดเข้าสู่เทคโนโยลีทันสมัยให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลก

แนวโน้มการที่แต่ละบ้านสามารถเสนอให้คนมาเช่าพักค้างคืนผ่าน apps ที่เรียกว่า AirB&B ที่กำลังเป็นแนวโน้มใหม่ทั่วโลกขณะนี้ ก็จะเป็นปัญหาในประเทศไทยหากตีความตามกฎหมายที่มีอยู่ทุกวันนี้

เป็นไปไม่ได้ที่ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การส่งเสริม startups ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยที่ยังไม่มีการแก้กฎหมายของกระทรวงทบวงกรมทั้งหลายทั้งปวง ให้สอดคล้องกับทิศทางใหม่ของประเทศ

และไม่เพียงกฎหมายเท่านั้นที่ต้องทบทวน, ยกเลิก, แก้ไขครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองและสังคมของไทย แต่ที่สำคัญกว่าและยากกว่าหลายเท่าคือการแก้ไข ทัศนคติ หรือ วิธีคิด ของคนในระบบการเมืองและราชการไทย ที่ยังคร่ำครึและซอยเท้าอยู่กับที่ เพราะต้องการจะปกป้อง ดินแดน หรือ ผลประโยชน์แห่งตน

คนในวงการ startups มีคำถามมากมาย แต่ดูเหมือนว่าแต่ละกระทรวงจะตอบคำถามเหล่านี้ไปกันคนละทาง

นอกจากเรื่อง Uber, Grab Taxi, AirB&B แล้ว ก็ยังมีประเด็นเรื่อง 3D printer ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่กำลังจะเปลี่ยนโลกอนาคต

กระทรวงเศรษฐกิจดิจิทัลอาจจะเห็นความสำคัญ แต่ดูเหมือนกระทรวงพาณิชย์เลือกที่จะออกกฎกระทรวงมาควบคุมการนำเข้า 3D printer

คนในวงการเทคโนโลยีบอกผมว่า มาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพด้านไอทีของเราจะต้องเป็นมาตรฐานสากล

แต่ดูเหมือนหน่วยงานของรัฐกลับเลือกที่จะออกข้อสอบเป็นภาษาไทย อีกทั้งยังยืนยันว่าการพัฒนาซอฟต์แวร์แบ่งเป็นสองประเภทคือ Cloud กับ Non-Cloud เสียอีกด้วย

อีกด้านหนึ่ง มีข่าวว่ากระทรวงมหาดไทยกำลังศึกษากฎกระทรวงควบคุมการทำงานด้าน computer network โดยอาจกำหนดว่าใครจะทำเรื่องนี้ต้องมีใบประกอบวิชาชีพวิศวไฟฟ้าสื่อสาร ใครไม่เรียนด้านนี้โดยตรงไม่มีสิทธิจะทำ

หากวิธีคิดและแนวทางปฏิบัติยังเป็นเช่นนี้ ความหวังคงจะเลือนรางเต็มทีในอันที่จะเห็นการผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Smart Nation ที่พร้อมจะแข่งขันกับเพื่อนบ้านที่กำลังก้าวกระโดดไปทางนี้อย่างเอาจริงเอาจัง

เพราะประเทศเพื่อนบ้านที่แข็งแกร่งด้านนี้อย่างสิงคโปร์หรือมาเลเซีย ล้วนแล้วแต่นำหน้าเราไปหลายก้าว เพราะนโยบายจากข้างบนที่ลงมาถึงระดับปฏิบัตินั้น มีความเป็นเอกภาพชัดเจน แผนปฏิบัติการระบุชัดเจนว่าใครจะต้องทำอะไร และหากใครไม่ทำจะต้องมีความผิด และบุคลากรหรือหน่วยงานใดที่ดำเนินการตามนโยบาย มีการ ประเมินผลงานกันเป็นระยะ ๆ ก็จะได้รับการตอบแทนและเป็นที่รับรู้ของสาธารณชน

       ของไทยเราถึงวันนี้ มือซ้ายยังไม่รู้ว่ามือขวาทำอะไรอยู่เลยครับ