'ประเทศไทย 4.0' กับโอกาสธุรกิจในสังคมผู้สูงอายุ

'ประเทศไทย 4.0' กับโอกาสธุรกิจในสังคมผู้สูงอายุ

เมื่อสัปดาห์ก่อนผมมีโอกาสได้ร่วมคณะ ของรองนายกรัฐมนตรี

 สมคิด จาตุศรีพิทักษ์  รวมทั้งผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ไปโรดโชว์ ที่ประเทศญี่ปุ่น และมีโอกาสได้เยี่ยมชมเมืองทสึคุบะ ใน จ.อิบารากิ เพื่อศึกษาข้อมูลการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (Robotic) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายหนึ่งที่ประเทศไทยต้องการพัฒนาตามโมเดลประเทศไทย 4.0”

เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้นำในการวิจัย พัฒนาและสร้างนวัตกรรม ที่ในเมืองทสึคุบะ รัฐบาลประกาศให้เป็น International Strategic Zone คือเป็นพื้นที่พัฒนาที่มียุทธศาสตร์เฉพาะด้าน และในเมืองนี้มีการกำหนดว่า จะสร้างเป็นเมืองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปัจจุบันมีนักวิจัยจาก 29 ประเทศมาทำงานที่เมืองนี้กว่า 20,000 คน เป็นนักวิจัยที่จบการศึกษาปริญญาเอก 8,000 คนและมีนักวิทยาศาสตร์ระดับรางวัลโนเบลอยู่ในเมืองนี้ถึง 3 คน

ที่มหาวิทยาลัยทสึคุบะมีศูนย์ทดสอบ และวัดมาตรฐานการทำงานของหุ่นยนต์ ซึ่งขณะนี้ หุ่นยนต์ ที่ถูกนำมาทดสอบจำนวนไม่น้อยเกี่ยวข้องกับสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) เช่น การดูแลผู้สูงอายุ หรือช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุดีขึ้น Mr.Kazuhito ที่ปรึกษาของ Tsukuba Global Innovation Promotion Agency บอกว่านักวิจัยมีโจทย์ที่ชัดเจนว่าการพัฒนาหุ่นยนต์ หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจะต้องตอบโจทย์ ในการแก้ปัญหาของสังคมญี่ปุ่นได้ และโจทย์เรื่องผู้สูงอายุก็ชัดเจนที่สุด เนื่องจากในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า ญี่ปุ่นจะมีประชากรวัยสูงอายุมากกว่า 50% ของประชากรทั้งหมดและเหลือประชากรวัยแรงงานเพียง 30% เท่านั้น

ประเทศไทยเองเราใกล้เคียงจะเข้าสู่การเป็น สังคมคนแก่ มากขึ้นเรื่อยๆ ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสภาพัฒน์ บอกว่า ในปี 2574 หรืออีก 15 ปีข้างหน้าไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดคือมีผู้สูงอายุเกิน 60 ปี มากว่า 28% ซึ่งมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในวันข้างหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะ Gen Y ซึ่งมีอยู่ประมาณ 16.45 ล้านคน หรือ 39% ของวัยแรงงานทั้งหมดจะเริ่มเข้าสู่วัยชรา ปัจจัยนี้จะเป็นแรงต้านสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป เพราะกำลังแรงงานที่ลดลงจะส่งผลกระทบในระดับเศรษฐกิจมหภาคได้ หากไม่สามารถยกระดับผลิตภาพและประสิทธิภาพของแรงงานที่มีอยู่

โอกาสทางธุรกิจสำหรับสังคมผู้สูงอายุ ไม่ได้จำกัดแค่เรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ภาคที่จะสร้างเม็ดเงินมหาศาลได้คือในภาคบริการ สืบพงษ์ สมิตทันต์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด หรือ นีโอ” มองว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอย่างรวดเร็วของไทย เป็นโอกาสของผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่เอสเอ็มอี โดยในประเทศที่มีผู้สูงอายุจำนวนมาก อย่างญี่ปุ่น ใต้หวัน ยุโรป มีการคิดค้นเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ ให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวก ส่วนธุรกิจเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุเนอร์สซิ่งโฮม (Nursing Home) ก็ได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเป้าหมายหนึ่งที่ผู้สูงอายุต่างชาติอยากมาใช้ชีวิตในบั้นปลาย

นีโอมีแผนที่จะจัดงาน งานอินเตอร์แคร์ เอเชีย 2016 (InterCare Asia 2016) ระหว่างวันที่ 25 – 27 ก.ค.2559 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยเป็นงานที่รวบรวมการแสดงสินค้า บริการ และนิทรรศการ ด้านสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ และคนพิการ รวมทั้งจัดแสดงเทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุจากในและต่างประเทศ โดยคาดว่าจะมีการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ ทั้งในและต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท

สังคมผู้สูงอายุเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ ถือว่าเป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่เป็นกระแสหลักของโลก หากสามารถมองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่สอดคล้อง ย่อมเป็นโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้ประเทศได้มากขึ้น