มหากาพย์ท่อก๊าซ ปตท.(อีกที)

มหากาพย์ท่อก๊าซ ปตท.(อีกที)

ผมไม่ค่อยอยากจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องท่อก๊าซ ปตท.เท่าไรนัก เพราะเห็นเถียงกันเยอะแล้ว ไม่อยากเข้าไปเพิ่มความ

สับสนให้ประชาชนมากขึ้นไปอีก แต่ไหนๆ ก็ถามกันมามากว่า ผมมีความเห็นอย่างไร ดังนั้นผมขอสรุปความเห็นของผมในเรื่องนี้สั้นๆ ว่ามีอยู่สามประเด็นด้วยกัน คือ

1) ท่อก๊าซธรรมชาติทั้งระบบเป็นสาธารณสมบัติ หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นสมบัติของแผ่นดินหรือไม่

เรื่องนี้ต้องไปดูกันตั้งแต่เริ่มสร้างท่อก๊าซเลยทีเดียวว่าตอนเริ่มสร้างนั้น สร้างโดยใคร ใช้งบประมาณแผ่นดินหรือไม่ รัฐค้ำประกันหรือเปล่า ถ้าสร้างโดยหน่วยงานของรัฐ ใช้อำนาจรัฐ ใช้เงินรัฐ หรือรัฐค้ำประกัน กรรมสิทธิ์ย่อมเป็นของรัฐ

แต่ถ้าหน่วยงานนั้นสร้างด้วยเงินของตัวเอง โดยรัฐไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือหรือค้ำประกันเลย และไม่ได้ใช้อำนาจรัฐในการดำเนินการก่อสร้างหรือเวนคืนที่ดินจากเอกชน ทรัพย์สินนั้นย่อมเป็นทรัพย์สินขององค์กรนั้นๆ ถึงแม้หน่วยงานนั้นจะเป็นหน่วยงานของรัฐก็ตาม

ดังนั้นเมื่อรัฐนำเอา ปตท.เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถ้ารัฐไม่แบ่งแยกทรัพย์สินส่วนที่เป็นท่อก๊าซออกมา นั่นย่อมหมายความว่ารัฐได้นำเอาทรัพย์สินส่วนนี้เข้าเป็นส่วนหนี่งในการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์จากเอกชน เช่นเดียวกับทรัพย์สินอื่นๆ ของ ปตท. เช่น คลังน้ำมัน และสถานีบริการ และ ปตท.ได้นำเอาทรัพย์สินนี้ไประดมทุนในตลาดทุนมาใช้ขยายกิจการของ ปตท.จนก้าวหน้าใหญ่โตมาจนทุกวันนี้

การกล่าวอ้างว่ากิจการท่อส่งก๊าซเป็นกิจการที่มีการผูกขาดโดนธรรมชาติ ดังนั้นท่อส่งก๊าซจึงเป็นสาธารณสมบัติที่ไม่ควรนำไปแปรรูป เป็นคนละประเด็นกับความเป็นเจ้าของ

ถ้ามีความเห็นอย่างนั้นรัฐควรแยกทรัพย์สินส่วนนี้ออกมาตั้งแต่แรก แต่เมื่อไม่ได้แยกและจะมีการทวงคืนทรัพย์สินส่วนนี้ในภายหลัง รัฐก็ควรจ่ายเงินทดแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น ปตท.อย่างยุติธรรม ไม่ใช่จะมาเรียกร้องเอาคืนโดยไม่จ่ายค่าทดแทน ทั้งนี้เพราะถือว่ารัฐได้รับเงินค่าท่อฯไปแล้วตั้งแต่ตอนขายหุ้น ปตท.

ส่วนเรื่องความบกพร่องผิดพลาดที่ไม่แบ่งแยกทรัพย์สินนี้ก่อนนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดฯ ก็เป็นเรื่องที่ต้องไปไล่เบี้ยกันเองในหมู่ผู้บริหารและผู้กำกับนโยบายในขณะนั้น ไม่เกี่ยวกับผู้ถือหุ้นรายย่อยแต่อย่างใด (แต่ถ้าแยกทรัพย์สินออกก่อน ราคาหุ้น IPO ก็อาจต่ำกว่าตอนเข้าตลาดขณะนั้นก็ได้ เพราะถือว่าทรัพย์สินที่เข้าจดทะเบียนมีมูลค่าลดลง)

2) การคืนทรัพย์สินตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองครบถ้วนสมบูรณ์แล้วหรือไม่

ประเด็นนี้ผมเห็นว่าศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยไว้ชัดเจนแล้วว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-4 ได้ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองกลางที่สั่งให้มีการแบ่งแยกทรัพย์สินที่ ปตท.ได้มา โดยการใช้อำนาจรัฐและการเวนคืนที่ดินจากเอกชนคืนให้แก่รัฐโดยครบถ้วนแล้ว และคดีได้ถึงที่สุดแล้ว ดังนั้นประเด็นนี้จึงไม่ควรมีการโต้แย้งใดๆ อีกต่อไป เพราะจะเป็นการไม่เคารพต่อคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด

3) ประเด็นเรื่องการไม่ปฏิบัติตามมติของคณะรัฐมนตรีในการพิจารณาแบ่งแยกทรัพย์สินตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองกลาง

โดยคณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เปิดประเด็นใหม่ว่ามีการฝ่าฝืนมติ ครม.ที่ไม่ให้ สตง.รับรองการคืนท่อก๊าซก่อนที่บริษัท ปตท.จะไปแจ้งต่อศาลปกครอง จึงเป็นการนำเอารายงานอันเป็นเท็จเสนอต่อศาลปกครองสูงสุดนั้น

ทางผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง และทางคณะกรรมการผู้ตรวจเงินแผ่นดินก็ได้ทำหนังสือกล่าวโทษ อดีต รมว.คลัง อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ปตท. และข้าราชการกระทรวงการคลังอีกหลายท่านต่อคณะรัฐมนตรี และ ปปช.

ซึ่งล่าสุดทางศาลปกครองก็ได้มีคำสั่งไม่รับฟ้องในส่วนของบุคคลธรรมดาไปแล้ว

ดังนั้นผมจะละเว้นไม่วิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นนี้ โดยจะปล่อยให้เป็นดุลยพินิจของผู้ที่เกี่ยวข้องไปพิจารณากันเองก็แล้วกัน

ผมเพียงแต่สงสัยว่า เที่ยวนี้ถ้าเขาตัดสินออกมาเป็นอย่างไร เรื่องจะจบไหมเนี่ย

------------------

มนูญ ศิริวรรณ