วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คดีธัมมชโย...จะจบอย่างไร

เขียนเกี่ยวกับคดี พระธัมมชโย ช่วงนี้ นับว่าเสี่ยงมาก

 ไม่ใช่เพราะทางวัดกำลังไล่ฟ้องร้อง พวกที่ออกมาวิจารณ์หรือให้ข้อมูลผิดๆ ต่อสังคม (ตามที่ทางวัดเข้าใจ) แต่เป็นเพราะสถานการณ์ กำลังอยู่ในช่วงเข้าไต้เข้าไฟ อะไรก็เกิดขึ้นได้ เขียนอะไรไปวันนี้อาจล้าสมัยได้ในวันรุ่งขึ้น

หลายวันมานี้ ฝ่ายที่ไม่เอาวัดพระธรรมกาย ก็พากันลุ้นให้ดีเอสไอเข้าไปจับกุม ข่าวลือมีตั้งแต่นายกฯจะใช้มาตรา 44 จะขอกำลังทหาร ขึ้น ฮ. โรยตัว หรือแม้แต่ใช้รถหุ้มเกราะเข้าไปรวบตัวในวัด ฯลฯ แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีอะไรในกอไผ่

ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนวัดพระธรรมกายก็พากันออกเคมเปญรักหลวงพ่อ เพื่อปลุกกระแสกดดันกลับไปยังฝ่ายเจ้าหน้าที่

ย้อนดูการบุกจับพระในบ้านเรา ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยหักหาญหรือกระทำรุนแรง เพราะอย่างไรเสียพระก็เป็นตัวแทนพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นหนึ่งในแถบสี 3 สีบนธงชาติไทย

ดูจากอดีตพระยันตระ หรือแม้แต่หลวงปู่เณรคำ ส่วนใหญ่ก็จะยื้อกันจนนาทีสุดท้าย แล้วอลัชชีเหล่านี้ก็มักจะต้องย้ายสำมะโนครัว ไปอยู่ต่างประเทศ กลับไทยไม่ได้อีก

กรณีของพระธัมมชโย หากต้องการจับตัวเป็นๆ ประเมินว่าน่าจะยากยิ่งกว่า เพราะญาติธรรมผู้ศรัทธายังมีมาก สอดคล้องกับข้อมูลของฝ่ายความมั่นคงที่ระบุว่า ปัจจุบันวัดในเมืองไทยราว 60% และวัดไทยในต่างประเทศอีกส่วนหนึ่ง เป็นเครือข่ายของวัดพระธรรมกาย ซึ่งไม่ใช่แค่เลื่อมใส แต่เป็นเครือข่ายที่เอื้อเรื่องผลประโยชน์

หากมีการจับกุม แล้วมีการลุกฮือของเครือข่ายเหล่านี้ ย่อมสร้างความแตกแยกในบ้านเมืองหนักเข้าไปอีก ในทางกลับกัน หากพระธัมมชโยคิดหนี ก็ไปได้แทบจะทั่วโลกที่มีวัดในเครือข่ายรองรับ

ฉะนั้นคนที่หวังจะเห็นภาพการจับกุม พิมพ์มือ บันทึกประวัติ หรืออาจจะภาพจับสึก ก่อนส่งเข้าห้องขังเพราะไม่ให้ประกันตัว ฯลฯ ประเมินแล้วน่าจะยาก

ว่ากันตามจริง วันนี้พระธัมมชโยยังอยู่ในวัดหรือเปล่าก็บอกยาก เพราะภาพบางภาพที่ทางวัดพยายามเผยแพร่ แล้วย้ำว่าเป็นภาพเรียลไทม์นั้น มีผู้เชี่ยวชาญด้านพิสูจน์หลักฐานบางท่านตั้งข้อสังเกตไว้เหมือนกันว่าเป็นเทคนิคภาพซ้อนหรือเปล่า ขณะที่พระภิกษุผู้ใกล้ชิดกับพระธัมมชโย หลายรูปก็หายหน้าไป จากที่เคยออกสื่ออยู่ประจำ

ส่วนเรื่องอาพาธหนัก ขาซ้ายติดเชื้อ ค่อนข้างชัดว่าเชื่อยาก เพราะทีมงานไม่เคยเปิดสบง จีวร ให้เห็นกันจะๆ เลย ถ้าไม่เปิดคนละครั้ง คือเปิดหน้าไม่เห็นขา เปิดขาไม่เห็นหน้า ก็เป็นการเปิดแบบพยายามปกปิด คือเปิดอย่างค่อนข้างมีพิรุธ

ที่สำคัญหากป่วยหนักจริงผู้ต้องหาไม่ว่าจะเป็นใคร ก็จะใช้อาการป่วยให้เป็นประโยชน์อยู่แล้ว ย่อมต้องเปิดตัว ไปรักษายังโรงพยาบาลที่สังคมยอมรับ ซึ่งก็จะเรียกคะแนนสงสารได้อีกมาก

มีคำถามอีกว่า เมื่อไม่อาพาธหนัก เหตุใดจึงไม่มอบตัว เพราะจริงๆ เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน พระธัมมชโยก็เคยตกเป็นผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์วัดพระธรรมกายมาแล้ว (ผันเงินบริจาคของวัดออกไปยังเครือข่ายลูกศิษย์ และบริษัทที่เปิดขึ้นเพื่อทำธุรกิจอสังหาฯ) และเคยไปรับทราบข้อกล่าวหาที่กองปราบด้วย

ครั้งนั้นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคือ พล.ต.ท.วาสนา เพิ่มลาภ และมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นมือทำงานสำคัญ น่าเสียดายที่คดีถูกฟ้องขึ้นสู่ศาล จนศาลจะตัดสินอยู่รอมร่อแล้ว อัยการสูงสุดดันสั่งถอนฟ้อง เหตุการณ์นี้เกิดในสมัยรัฐบาลคุณทักษิณ

ส่วนคดีใหม่ที่พระธัมมชโยกำลังโดนอยู่นี้ ว่ากันว่าหลักฐานแน่นกว่าครั้งก่อน เพราะกฎหมายไทยเองก็ก้าวหน้าพัฒนาขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะกฎหมายฟอกเงิน

หากเข้ามอบตัว มีโอกาสสูงมากที่จะไม่ได้ประกันตัว และอาจต้องถูกจับสึก เพื่อส่งตัวเข้าห้องขัง...อาจจะเพราะเหตุนี้ จึงยอมไม่ได้ที่จะเข้ามอบตัว

ปัญหาคือ ดีเอสไอได้พลาดจังหวะงามๆ หลายจังหวะ ที่สามารถดำเนินการแจ้งข้อหาตามกระบวนการได้ หรืออย่างน้อยก็พิสูจน์ได้ว่าพระธัมมชโยป่วยจริงหรือไม่ แต่ก็ปล่อยให้จังหวะเหล่านั้นผ่านไป จนถึงวันนี้ที่มวลชนของวัดปิดล้อมเจ้าอาวาสที่พวกเขาศรัทธาอย่างแน่นหนาหมดแล้ว

งานนี้จึงต้องถามดีเอสไอด้วยว่า จงใจทำให้เรื่องยืดเยื้อบานปลายเพื่อกระทบชิ่งไปถึงผู้ใด หรือมีวาระอะไรแอบแฝงอยู่เบื้องหลังบ้างหรือเปล่า โดยเฉพาะการเบี่ยงประเด็นการเสนอ นามสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่... งานนี้น่าติดตาม