รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ดอน ปรมัตถ์วินัย
แสดงถึงท่าทีของรัฐบาลไทย ต่อเอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำประเทศไทย กลิน ที. เดวีส์ อีกครั้งก่อนเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย ถึงถ้อยแถลงแสดงความกังวลต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนของไทยว่า อยากให้ทุกคน “ก้าวข้าม” กรณีนี้ และควรที่จะเดินหน้ามองเรื่องอื่น ๆ
รัฐมนตรี ดอน บอกว่า นับตั้งแต่วันที่มีการแถลง ก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันอีก และไม่คิดว่าคำพูดของเอกอัครราชทูต จะเป็นการโน้มน้าวให้ต่างชาติคิดเช่นเดียวกัน จึงจะไม่พูดในเรื่องนี้อีก ถือว่าเรื่องนี้จบแล้ว
ท่าทีของ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย มองไปไกลอีกนิดหนึ่ง ว่า รายงานสิทธิมนุษยชน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ หรือ tip report ซึ่งจะคลอดออกมาในไม่นานนี้ ก็ไม่สามารถคาดหมายได้
รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย คาดหวังว่า การแสดงความคิดเห็นนี้ จะไม่ส่งผลอะไรต่อการพิจารณาในเรื่องสิทธิมนุษยชน เพราะไทย แก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ถือเป็นวาระแห่งชาติที่ไทยได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ไม่เห็นเหตุผลอะไรที่ tip report จะจัดให้ไทยคงอยู่ในระดับที่เทียร์ 3 ต่อไป เพราะไทยได้แก้ไขปัญหา “มาก” เกินกว่าปกติ
ส่วนกรณีการนำเสนอรายงานด้านสิทธิมนุษยชน ตามกลไกขององค์การสหประชาชาติหรือคณะทำงาน UPR นายดอน กล่าวยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ทุกประเทศสามารถที่จะไปรับฟังคำซักถาม โดยไม่มีมาตรการใด ๆ ทั้งสิ้น
รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ยังกล่าวอ้างต่อไปว่า ในส่วนของสหรัฐ ก็โดนประเทศต่าง ๆ ตั้งคำถามสิทธิมนุษยชน ถึง 377 ข้อ ในวงรอบที่สหรัฐฯ ต้องไปนำเสนอรายงาน ซึ่งสหรัฐฯ ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องของ “สิทธิเด็ก” ได้
อีกทั้งในเวทีชี้แจง ประเทศแถบตะวันตก ก็ไม่สามารถแก้ไขในบางเรื่องได้เช่นกัน ดังนั้น เวทีคณะทำงาน UPR ไม่ใช่เวทีถล่มประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นเวทีที่เปิดรับฟังความคิดเห็น และการแก้ไขปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน
“เมื่อเทียบกับประเทศอื่นแล้ว ประเทศไทย มีสิทธิเสรีภาพอย่างมาก ประชาชนมีสิทธิในการพูดและกระทำมากกว่าประเทศอื่น โดยเฉพาะเรื่องสิทธิมนุษยชน ตลอดเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันคนไทยไม่ได้มีความรู้สึกอะไรในเรื่องนี้ แต่ต้องรับว่าสื่อนำเสนอน้อยเกินไป จึงอยากขอให้เข้าใจและช่วยกัน” นายดอน กล่าวย้ำ
ต้องนำมาย้ำหัวตะปูตรงนี้ ว่า สหรัฐ ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องของ “สิทธิเด็ก” ได้
ย้ำอีกด้วยว่า อเมริกา ที่ได้ชื่อว่ามีเสรีภาพ กลับปิดถนนไม่ให้ “โดนัลด์ ทรัมป์” ไปหาเสียงต่างมลรัฐ
กลุ่มต่อต้าน “โดนัลด์ ทรัมป์” จอดรถขวางถนนที่แอริโซนา ชั่วคราว ซึ่งเป็นเส้นทางไปยังพื้นที่หาเสียง พร้อมชูป้ายเรียกร้องให้ร่วมกันสกัดนายทรัมป์ ผู้ประท้วงเดินขบวนไปตามทางหลวง และอีกกลุ่มเดินขบวนที่นิวยอร์ก
การขัดขวางการหาเสียงนั้น เป็นประชาธิปไตย หรือเป็นการขัดขวางสิทธิเสรีภาพ






