วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ร่วมวง TPP…รัฐต้องตรองให้รอบด้าน

Trans-Pacific Partnership หรือ TPP มีสมาชิก 12 ประเทศ ได้แก่ บรูไน ชิลี นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย

แคนาดา ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซิโก เปรู สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม รวมจำนวนประชากรทั้งสิ้น 817 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 11.4 ของโลก สัดส่วนจีดีพีรวมกันคิดเป็นร้อยละ 39.3 ของจีดีพีโลก ด้วยมูลค่า 27.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

12 ประเทศสมาชิกได้จัดให้มีการลงนามความตกลงร่วมกันเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยจะมีผลบังคับใช้เมื่อประเทศสมาชิกให้สัตยาบันอย่างน้อย 6 ประเทศ และต้องมีจีดีพีรวมกันได้ 85% ของสมาชิกทั้งหมด

เป็นที่ทราบกันดีว่า สหรัฐต้องการมีบทบาทในภาคพื้นเอเชีย ขณะเดียวกันสหรัฐพยายามกีดกันจีนไม่ให้มีบทบาทในภูมิภาคนี้เช่นกัน ด้วยความพยายามดึงให้ประเทศในเอาเซียนเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ TPP ให้มากที่สุด นับเป็นการนำเอาเศรษฐกิจมาเป็นอาวุธทางการค้า เพราะหากจีนร่วมกับอาเซียนผ่าน FTA หรือการร่วมวงในข้อตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจสมบูรณ์แบบระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership) หรือ RCEP ที่จีนเป็นโต้โผใหญ่ในการรวมกลุ่ม หากทำได้สำเร็จ จะทำให้กลายเป็นกลุ่มการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก

สำหรับไทยหากเข้าร่วม TPP ก็จะเป็นการยกระดับความสัมพันธ์กับสหรัฐได้ทางหนึ่ง และยังมีโอกาสที่จะดึงดูดการลงทุนของนักลงทุนสหรัฐ และประเทศสมาชิกอื่นๆ ให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยในอนาคตด้วย

อย่างไรก็ดี ท่าทีของแต่ละภาคส่วนที่มีต่อ TPP แบ่งออกเป็นฝ่ายเห็นด้วย และเห็นต่าง โดยฝ่ายที่เห็นด้วยว่าไทยควรเข้าร่วม TPP ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เช่นเดียวกับประชารัฐ แต่ยังติดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีข้อกังวลกับการเข้าร่วม ทั้งนี้ ผลการศึกษาของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ สนับสนุนการร่วม TPP เพราะจะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยโต 0.77% โดยล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ได้ให้สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์กลับไปปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับข้อตกลงที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่สภาอุตสาหกรรมมีท่าทีหลากหลาย โดยระบุว่าต้องคำนึงผลประโยชน์ภาพรวมเป็นสำคัญ ส่วนสมาคมธนาคารไทยขอศึกษาผลดีและผลเสียก่อนกำหนดท่าที

สำหรับฝ่ายที่เห็นต่าง และไม่ต้องการให้ไทยเข้าร่วม TPP คือ ภาคปศุสัตว์ เช่นเดียวกับคุณสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ที่มองว่าไทยไม่พร้อมจะเข้าร่วม TPP

เนื้อหาของความตกลง TPP เป็นกรอบการค้าที่มีมาตรฐานสูง มีข้อกำหนดบทพื้นฐาน อาทิ กฎถิ่นกำเนิดสินค้า มาตรการเยียวยาทางการค้า มาตรการสุขอนามัย ทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ยังมีข้อบทใหม่เรื่องแรงงาน สิ่งแวดล้อม และความโปร่งใสรวมถึงการต่อต้านการคอร์รัปชัน

แน่นอนว่า หากไทยไม่ร่วม TPP ไทยจะเสียเปรียบด้านภาษี รวมถึงขาดความน่าสนใจในการลงทุน เมื่อเทียบกับประเทศสมาชิก TPP ดังนั้น การเข้าเป็นสมาชิกใหม่ของ TPP จะต้องมีการเจรจาทวิภาคีกับประเทศสมาชิกเดิม และต้องได้รับฉันทามติ ซึ่งจะไม่สามารถปรับแก้ความตกลงที่มีอยู่เดิมได้ แต่อาจเจรจาขอยืดหยุ่น ซึ่งหากไทยยังยืนยันที่จะเข้าร่วม TPP ไทยจำเป็นต้องศึกษาเทคนิคการเจรจาของมาเลเซีย และเวียดนามว่าทำกันอย่างไร เพื่อดึงเวลาให้มีการลดภาษีให้ช้าที่สุด

ขณะที่การเข้าร่วมความตกลง TPP จะทำให้ไทยมีข้อได้เปรียบคือเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้า โดยเฉพาะสหรัฐ เม็กซิโก และแคนาดาซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่ไทยไม่มีความตกลง FTA นอกเหนือจากการดึงดูดการลงทุน รวมถึงเพิ่มโอกาสในการบริหารจัดการ หรือนำเข้าวัตถุดิบจากสมาชิก TPP ในราคาที่ต่ำลงเนื่องจากลดกำแพงภาษีขาเข้า

แต่ก็มีข้อเสียเปรียบ คือ ผู้ประกอบการต้องแข่งขันกับนักลงทุนข้ามชาติที่มีพร้อมทั้งด้านเงินทุน เทคโนโลยี และประสบการณ์การลงทุนที่มากกว่า รวมทั้งต้องปรับตัวด้านมาตรฐานแรงงานในระดับสูง ตลอดจนการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและเคร่งครัดต่อทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมกันนี้ ประเทศไทยจะต้องปรับปรุงกฎหมาย หรือกฎระเบียบให้เป็นไปตามข้อตกลง เช่น การเปิดเสรีให้ต่างชาติสามารถเข้าร่วมประมูลงานจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐได้ หรือการเปิดโอกาสให้นักลงทุนฟ้องรัฐได้มากขึ้น การอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติมาลงทุนได้โดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าที่ได้รับผลกระทบในกรอบ TPP ทั้งเมล็ดพันธุ์พืช ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เนื้อสัตว์ทั้งสุกรและไก่ ยา-เวชภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์พลาสติก ซึ่งเป็นข้อกังวลของภาคประชาสังคม เช่น การคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ บริษัทผู้ผลิตพันธุ์พืชใหม่มีอำนาจผูกขาด และมีการนำพันธุ์พื้นเมืองของไทยไปพัฒนาโดยไม่แบ่งปันผลประโยชน์ให้ และ TPP ยังกำหนดให้สิทธิเจ้าของเครื่องหมายการค้าสูงกว่าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว หรือกรณีของภาคปศุสัตว์ เป็นที่ทราบกันดีว่า สหรัฐเป็นผู้ผลิตและส่งออกปศุสัตว์รายใหญ่มีความได้เปรียบด้านต้นทุน และปัจจุบันมีความพยายามผลักดันชิ้นส่วนสุกรทั้งหัว และเครื่องใน รวมถึงน่องสะโพกไก่ ซึ่งไม่เป็นที่นิยมบริโภคในสหรัฐเข้ามาในประเทศในราคาที่ต่ำ จะสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรทั้งระบบ

ขณะเดียวกัน ไทยยังต้องมีกฎหมายและแนวปฏิบัติสอดคล้องกับอนุสัญญาหลักจำนวน 8 ฉบับขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO โดยปัจจุบันไทยยังไม่ให้สัตยาบันในอนุสัญญาสองฉบับ คือฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัวกันและฉบับที่ 98 ว่าด้วยการปฏิบัติตามหลักการแห่งสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง

ปัจจุบัน ประเทศที่แสดงความสนใจเข้าร่วม TPP เพิ่มเติม ประกอบด้วย เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย โคลอมเบีย คอสตาริกา และฮอนดูรัส

สำหรับประเทศไทย ไม่ว่าจะตัดสินใจเข้าร่วม TPP หรือไม่ ทั้งภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องร่วมกันปฏิรูปประเทศในภาพรวมให้ได้มาตรฐานสากล และคำนึงถึงสังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงการปกป้องการใช้แรงงาน โดยมุ่งถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนและความมั่นคงอาหาร...เพื่อเข้าสู่โลกยุคแข่งขันทางการค้า

 ------------------------

ณัทพล วงศ์สัมพันธ์