สัปดาห์ก่อน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี”
ได้ออกมากำชับให้กระทรวงพาณิชย์ เร่งรัดดำเนินการทางปกครองกับนักการเมือง และข้าราชการที่เกี่ยวข้อง กับการขายข้าวในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) จำนวน 4 สัญญา ปริมาณ 6.2 ล้านตัน เพื่อให้ชดใช้ค่าเสียหายให้กับรัฐบาล เพราะเรื่องนี้สังคมให้ความสนใจและติดตาม
นายกฯ ฝากถึงข้าราชการทุกคน ให้ถือกรณีนี้เป็นบทเรียนตัวอย่างที่มีราคาแพง เพื่อนำไประลึกเป็นข้อเตือนใจอยู่เสมอ ว่า จะต้องยืนข้างความถูกต้อง มีความสุจริต เที่ยงตรง ยึดหลักกฎหมายในการปฏิบัติงาน ไม่ตกเป็นเครื่องมือของนักการเมือง หรือผู้แสวงหาผลประโยชน์จากราชการ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
การเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น กระทรวงการคลังในฐานะเป็นคณะกรรมการ พิจารณาเรียกค่าเสียหายทางละเมิดตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ปี2539 กรณีระบายข้าวแบบจีทูจีกรณีนี้ ทำให้รัฐเสียหายเป็นการละเมิดที่ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทน ซึ่งกระทรวงการคลัง ได้มีหนังสือสรุปค่าเสียหายส่งไปยังกระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 2 พ.ค.2559 ที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ที่จะต้องส่งใบแจ้งหนี้ไปยังนักการเมืองและข้าราชการที่เกี่ยวข้อง
สำหรับนักการเมืองและข้าราชการ ที่จะถูกบังคับทางปกครองให้ชดใช้ค่าเสียหายมีทั้งหมด 6 คน ได้แก่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ , นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ , พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ , นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ , นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และนายอัครพงศ์ ทีปวัชระ อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ
“ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์” บอกว่าได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศ เป็นผู้ดำเนินการตามเอกสารที่กระทรวงการคลังส่งมา ซึ่งจะมีการหารือกับฝ่ายกฎหมายถึงขั้นตอนในการดำเนินการ และเมื่อได้ข้อสรุปก็จะทำหนังสือ แจ้งไปยังผู้ที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายจากสัญญาซื้อขายข้าวจีทูจีต่อไป
ทั้งนี้ หลักการในการเรียกค่าเสียหาย จะมีการทำหนังสือบังคับทางปกครอง แจ้งไปยังนักการเมืองและข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ให้ชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ที่ต้องละเอียดรอบคอบ เพราะต้องดำเนินการอย่างรัดกุมและทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย มีกฎ เกณฑ์ กติกา ที่ตอบสังคมได้
ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งทีมกฎหมาย ตรวจสอบเอกสารตามหนังสือที่กระทรวงการคลังส่งมา เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย และกำลังพิจารณาว่าหน่วยงานใดของกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นผู้ออกหนังสือบังคับใช้ทางปกครองส่งไปยังผู้ที่จะถูกบังคับให้ชดใช้ค่าเสียหายทั้ง 6 คน เช่น จะให้รมว.พาณิชย์ เป็นผู้ลงนามในหนังสือ หรือระดับปลัดกระทรวง หรืออธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เพราะมีบุคคลเกี่ยวข้องหลายระดับ ทั้งนักการเมือง และอดีตข้าราชการกรมการค้าต่างประเทศ
แต่ไม่ว่าจะดำเนินการในรูปแบบไหน วิธีการอย่างไร คาดว่าจะมีรายละเอียดออกมาได้ในเร็วๆ นี้
สำหรับในเรื่องการชดใช้ค่าเสียหาย สัญญาข้าวจีทูจีแต่ละรายจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการเข้าไปมีส่วนร่วมในการดำเนินการขายข้าวจีทูจีดังกล่าวว่ามีมากน้อยแค่ไหน โดยผู้ที่เป็นตัวการ เป็นตัวเดินเรื่อง เป็นตัวกำหนดเกม จะถูกกำหนดให้ชดใช้ค่าเสียหายมากที่สุด ไล่เรียงลำดับลงมาตามการเข้าไปมีส่วนในการกระทำความผิด
เป็นการยืนยันจากปากคนทำงานของกระทรวงพาณิชย์ ว่า เรื่องนี้ไม่ได้ช้า เพียงแต่ต้องทำอย่างรอบคอบ และยึดหลักกฎหมาย
แต่สิ่งที่ต้องเป็นห่วง คือ ในกระบวนการทำงานต้องปิดจุดอ่อนให้หมด ไม่เช่นนั้น อาจจะเป็นช่องทางให้ผู้ที่ถูกเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหายหยิบยกขึ้นมาต่อสู้ได้ หรืออาจจะโดนลากยาวไปจนถึงขั้นการฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลเพิ่มอีกเป็นอีกคดี ซึ่งจะทำให้การเรียกค่าเสียหายคืนหลวง ต้องล่าช้าออกไปอีก
อย่ากระพริบตาไม่นานรู้กัน!!ผลจะเป็นอย่างไร!!






