วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สร้างลูกหลานให้โตขึ้นมาเป็นคนเปลี่ยนแปลงโลก

ชอบถามกันว่า ทำอย่างไรจะให้ลูกโตขึ้นเป็นบิลล์ เกตต์ เป็นมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก อยากให้ลูกเติบโตเป็นคนที่สร้าง

การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้น บางคนลงแรงศึกษาประวัติการเรียนของท่านผู้เปลี่ยนแปลงโลกเหล่านี้เพื่อนำมาเป็นแบบอย่าง แต่ก็ไม่ได้อะไรชัดเจนนัก เพราะแต่ละคนเล่าเรียนต่างกันโดยสิ้นเชิง ในหลายบ้านเมืองก็คิดกันจริงจังว่าจะทำอย่างไรจึงจะมีคนแบบนี้มากๆ เพราะคนเหล่านั้นล้วนทำให้คนในโลกนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างใดอย่างหนึ่ง ยิ่งมีมากก็ยิ่งมีอะไรดีๆ เกิดมากขึ้น

อยากให้ลูกหลานบ้านเราโตขึ้นกลายเป็นแบบบิลล์ เกตต์ เป็นมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก คงหนีไม่พ้นที่ต้องให้ลูกหลานคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา ซึ่งดูท่าทางบ้านเราจะมีความสำเร็จด้านนี้พอสมควร คือลูกหลานเราวันนี้ค้าขายกันผ่านเฟซบุ๊ค ผ่านไลน์แบบที่ฝรั่งยังงงว่าทำกันไปได้อย่างไร เพียงแต่ผู้ใหญ่ที่กำลังคิดกันว่า จะให้ลูกหลานเป็น Start Up กันเยอะๆ นั้นแหละที่มองไม่ค่อยจะเห็นความเก่งอันนี้ หรือที่แย่ลงไปอีกคือคอยแต่ไปห้ามปรามไม่ให้พวกเขาคิดทำนั้นทำนี้กันบนเครือข่ายสังคม

ถ้าท่านอยากให้ลูกหลานใช้เทคโนโลยีมาช่วยทำนั่นทำนี่เก่ง ๆ ไม่ใช่รีบซื้อคอม ซื้อสมารท์โฟนให้ใช้ตั้งแต่ยังเรียนอนุบาล แต่หมายถึงต้องเริ่มต้นด้วยการชวนเขาคิดตั้งปัญหา และหาทางแก้ปัญหาที่พบรอบตัวตั้งแต่ตัวเล็กตัวน้อย ชวนลูกรุ่นอนุบาลใช้งานเฟซบุ๊คกับพ่อแม่ แล้วชวนกันค้นหาปัญหาว่าใช้อะไรไม่สะดวกบ้าง ชวนเขาคิดแบบเด็กๆ ว่าเขาจะทำอย่างไรกับความไม่สะดวกนั้น นั่งรถไปโรงเรียน รถติดทั้งเช้าทั้งเย็น พ่อแม่จะประสาทเสียแต่ก็ต้องชวนเขาคิดแบบเด็กๆ ด้วยว่า ลูกเอ๋ยหลานเอ๋ยรถติดแบบนี้ วันหน้าโตขึ้นจะทำอะไรบ้าง ทนฟังคำตอบท่ามกลางความเครียดของท่านให้ได้ เพื่อจะได้คนที่เติบโตขึ้นไปแล้วเห็นปัญหาที่จะหาทางแก้ไขที่ต้องเริ่มต้นกันแบบนี้

เพราะถ้านึกกันดีๆ จะพบว่าท่านผู้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนในโลกนี้ไปในทางที่ดีขึ้นนั้น ล้วนแต่เริ่มต้นเหมือนกันคือเริ่มจากการคบคิดหาทางแก้ปัญหาที่คนอื่นมองยังไม่เห็น ความพยายามแก้ปัญหาเล็กๆ เรื่องหนึ่งของคนเรียนปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยพัฒนามาเป็นเครือข่ายสังคมที่มีผู้คนใช้งานกันนับพันล้านคนทั้งโลก ความพยายามแก้ปัญหาเล็กๆ ในการค้าขายระหว่างโรงงาน กลายมาเป็นร้านค้าขนาดมหึมาบนอินเทอร์เน็ตที่มีการค้าขายทั่วโลก

อยากให้ลูกหลานโตขึ้นกลายเป็นคนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ต้องฝึกให้พวกเขาไม่ละเลยกับปัญหา แต่เป็นคนที่มองหาปัญหาที่ต้องการแก้ไขที่คนอื่นมองข้ามละเลยไป ซึ่งว่าไปแล้วก็ต้องบอกว่ายากเย็นมากในสภาพการศึกษาปัจจุบัน ที่ตั้งความหวังไว้อย่างเลิศล้ำว่าอยากให้เรียนไปสร้างการเปลี่ยนแปลง ในขณะที่ตีกรอบไว้คับแคบว่าจะเปลี่ยนอะไรก็ได้ตราบเท่าที่เป็นไปอย่างที่คนสอนคิด หรือคนสอนกำลังทำอยู่

มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งป่าวประกาศว่าฉันจะสร้างบัณฑิตไปสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาเป็นปีๆ แล้ว แต่วันนี้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยนั้นกำลังประชุมกันเคร่งเครียดว่าจะควบคุมสมาร์ทโฟน สมาร์ทวอทช์ ในห้องเรียน ในห้องสอบได้อย่างไร ลงทุนใช้สารพัดเทคโนโลยีเพื่อหาทางจำกัดการใช้งานเครื่องมือใหม่ๆ เหล่านั้นในหนทางที่ต่างไปจากที่ผู้บริหารคิดว่าควรจะใช้เครื่องมือนั้น อยากสร้างคนคิดเปลี่ยนแปลง แต่ห้ามไม่ให้คิดนอกกรอบที่ฉันคิด อยากเห็นคลื่นลูกใหม่ใหญ่โต แต่ห้ามโตเกินกว่าคลื่นยุคฉัน

ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของคุณพ่อคุณแม่คนใหม่ในวันนี้ คือท่านจะทำอย่างไรให้ลูกของท่านเป็นคนรู้จักมองปัญหาจากสรรพสิ่งที่พบเห็นรอบตัว โดยที่ต้องไม่ลืมว่าลูกหลานของเราตกอยู่ท่ามกลางกรอบที่แสนแคบ และบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับความพลาดพลั้งที่มีให้เห็นอยู่ในวงการศึกษาของบ้านเราในวันนี้ สอบชั้นประถมไม่ได้ระดับที่ผู้ใหญ่บางคนเห็นว่าดีพอ ท่านก็เสนอว่าจะไม่ให้เงินเรียนเสียแล้ว

คนที่เติบโตขึ้นมาโดยมองเห็นปัญหารอบตัว มีหนทางวันหน้าแตกต่างกันสองสุดขั้ว ขั้วหนึ่งคือกลายเป็นทุกอย่างธุระไม่ใช่ อะไรก็ยากเย็นไปหมด ดังนั้นฉันไม่ทำอะไรสักอย่าง คนที่มาทางขั้วนี้มักเติบโตมาแบบมีพ่อแม่ปู่ย่าตายายเป็นปั้นจั่นคอยยกปัญหาทุกเรื่องออกจากชีวิตให้ อีกขั้วหนึ่งคืออึดเพียงพอที่จะลุยกับปัญหาได้ เห็นปัญหาแล้วมองหาโอกาส ไม่ใช่เห็นแล้วก็ถอดใจ เห็นปัญหาที่คนอื่นยังไม่เห็น ยิ่งได้ปั้นจั่นมาช่วยก็ยิ่งแก้ปัญหาได้ดีขึ้น เรื่องยากก็คือปั้นจั่นจะรู้ได้อย่างไรว่า แค่ไหนจะทำให้อึด แค่ไหนจะกลายเป็นธุระไม่ใช่ คำตอบที่พอมีให้ช่วยกันคิดคือ ปั้นจั่นเท่าที่ทำให้คนมั่นใจในฝีมือของเขา ช่วยมากที่สุดตราบเท่าที่เขายังรู้สึกว่าเขามีฝีมือจะแก้ปัญหานั้นได้ ถ้าปั้นจั่นกันแล้วลูกหลานดูหมิ่นดูแคลนขีดความสามารถของเขา ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง แสดงว่ามาผิดทางเสียแล้ว

การเลี้ยงดูให้ลูกหลานเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้นั้น ไม่ใช่ให้โตขึ้นมาเป็นเจ้าคนนายคน แต่โตขึ้นมาเป็นคนที่เห็นปัญหาของคนอื่น และหาทางช่วยคนอื่นให้หลุดพ้นจากปัญหานั้น ถ้าเป็นทุนนิยมใหม่หน่อยก็ต้องต่อด้วยว่าฉันหาทางช่วยเธอแก้ปัญหา แต่การแก้ปัญหาของเธอก็ทำให้ฉันได้ประโยชน์ด้วย