วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ข้อสังเกตเรื่องการจัดการท่องเที่ยวในเมืองพม่า

ได้มีโอกาสไปดูงานในเมืองแถบลุ่มแม่น้ำอิระวดีของเมียนมาเมื่อปลายมีนาคมที่ผ่านมา คือย่างกุ้ง หงสาวดีและตองอู

รวมทั้งไปอยู่ในเนปิดอร์ วันที่ประธานาธิบดีคนใหม่แถลงในสภาเข้ารับตำแหน่งพอดี สังเกตเห็นความพยายามของประเทศที่มีศักยภาพสูงประเทศนี้ในการจะถีบตัวขึ้นเป็นประเทศชั้นนำของอาเซียน ตามแนวทางตะวันตกขณะที่ยังรักษาไว้ซึ่งจิตวิญญาณท้องถิ่นดั้งเดิม ในด้านการท่องเที่ยวเมียนมาเปิดรับอุตสาหกรรมด้านนี้อย่างช้าๆ แต่มั่นคง ตามข้อสังเกตดังนี้ครับ

เมียนมาเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันรุ่มรวยให้ได้ขาย ความยาวนานพันกว่าปีของประวัติศาสตร์ถูกผนึกรวมกับประวัติศาสตร์พุทธศาสนาก่อนหน้านั้นอีกกว่าพันปียิ่งทำให้เมียนมามีสิ่งที่ให้เล่นได้เยอะมาก แม้จะอยู่ในกรอบของศาสนาพุทธเป็นหลัก วัดจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณคดีหลักที่ทำรายได้ให้กับรัฐ เป็นเรื่องที่ดีที่พุทธพาณิชย์ยังเข้ามาน้อยมาก ส่วนใหญ่มาในรูปของการซื้อเครื่องบูชาพระแบบเดียวกับบ้านเรา แต่วัตถุมงคลอื่นแทบไม่มี บางทีการที่พระสงฆ์ของวัดไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการปลุกเสกของขลังเป็นกิจวัตรอาจจะเป็นเหตุผลที่ไม่มีดังกล่าว ของที่ระลึกที่เกี่ยวกับวัดและศาสนาจึงรวมอยู่กับซูวิเนียร์อื่นอยู่ในช้อปที่วัดจัดสรรที่ทางให้ ในที่นี้ มักอยู่ตามวัดพระนอน เช่น วัดเจ๊าทัตจีในย่างกุ้ง และชเวตาเลียงในพะโค พุทธพาณิชย์ที่เข้าแอบแฝงมากสุดก็คือเทพกระซิบ เทพทันใจทั้งหลาย ซึ่งแอบอิงอยู่กับวัดโบตาทาวน์ของย่างกุ้งอีกทีหนึ่ง คนพม่าเองให้ความสนใจน้อยกว่านักท่องเที่ยว

การนำโบราณสถานมาเป็นจุดขายเปิดช่องทางให้เมียนมาบูรณะศาสนาสถานเก่าๆ ซึ่งเท่าที่ดูน่าจะทำกันเองจนดูใหม่ผิดตา เช่น ก่อสร้างขึ้นใหม่ที่มีหลายส่วนไม่คล้ายของเดิมแล้วปิดทองเหลืองอร่าม เช่น พระนอนที่เจ๊าทัตจีเปลี่ยนจากกึ่งนอนกึ่งนั่งเป็นนอนไปเลย หรือพระพุทธรูปหลายแห่งดูใหม่มาก ทั้งนี้อาจมีคุณค่าในฐานะงานศิล์ปที่มีชีวิต เพราะคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวยังเข้าชมสักการะ แต่ของจริงจะค่อยๆ หายไปหรือจะบางส่วนจะอยู่แต่ในพิพิธภัณฑ์

ในเมื่อเมียนมามีจุดขายทางพุทธศาสนา สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจึงออกในแนวศาสนามากกว่าอย่างอื่น ที่ชอบทำมากที่สุดคือการจำลองวัดหรือพระพุทธรูปดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงในเมืองอื่น มาให้คนได้บูชาในอีกเมืองหนึ่ง เช่น ที่เนปิดอร์เป็นเมืองใหม่ที่สร้างเพื่อให้ข้าราชการเป็นแกนมาอยู่ เดิมไม่มีสถานที่หย่อนใจหรือศูนย์รวมจิตใจ ทางการก็สร้างวัดอุปปะตะสันติในรูปทรงย่อส่วนวัดชเวดากองของย่างกุ้งมา สิ่งที่สมัยใหม่กว่าคือเจาะช่องเจดีย์ให้เป็นโถงประดับพระพุทธรูปและเป็นพื้นที่ปฏิบัติธรรมได้อีก ที่เนปิดอร์นี้เองถึงขนาดจำลองสังเวชนียสถานสี่แห่งของอินเดียคือวัดมหาโพธิ์พุทธคยา ธรรมเมกสถูปสารนาถ ลุมพินีวัน และกุสินารา มาไว้ชานเมือง นัยว่านำร่องขยายเมืองใหม่อีกด้วย ที่ย่างกุ้งเองก็มีการจำลองพระมหามัยมุนี พุทธรูปยะไข่ชื่อดังที่ตั้งอยู่ที่มัณฑเลย์มาไว้ที่วัดกาบาเอ ทั้งนี้ แม้จะเป็นของจำลอง แต่ละแห่งก็มีพระธาตุของพระพุทธเจ้าประดิษฐานเพื่อความศักดิ์สิทธิ์

วัดในเมียนมาเป็นสถานที่หย่อนใจหลักของประชาชน แม้จะร้อนเท้า แต่ชาวบ้านทุกหมู่เหล่าก็เข้าวัดทำบุญและเดินเล่น ในยุคนี้ที่เด็กเมียนมานิยมแนวเกาหลีมีเยอะ ทำผมทรงสีต่างๆ แต่งกายคล้ายสาวกบอยแบนด์ แต่พวกเขาก็ควงแฟนสาวในชุดพื้นเมืองเข้าวัด มีจำนวนไม่น้อยในทุกเมือง

ขณะที่การท่องเที่ยวเมียนมาเริ่มบูม คนมุ่งหน้ามาชมเจดีย์ชเวดากองเป็นไฮไลท์ในการมาประเทศนี้ เหมือนที่ต้องไปชมนครวัดเมื่อไปกัมพูชา การพัฒนาสาธารณูปโภคก็ต้องตามมา ในเมืองใหญ่ที่สุดอย่างย่างกุ้งนั้นมีรถติดแล้ว และต้องห้ามไม่ให้ใช้จักรยานยนต์ในเมืองนี้ ถนนหนทางมีการสร้างรองรับ มีการตัดมอเตอร์เวย์จากย่างกุ้งไปยังเนปิดอร์ และมีเส้นแยกไปมัณฑะเลย์ได้ แต่คุณภาพทางวิศวกรรมยังไม่ดีมากนัก อุบัติเหตุจึงเกิดขึ้นบ่อย เส้นทางสายยาวจากหงสาวดีไปตองอูมีจุดพักรถแบบบางประกงบ้านเรา คึกคักและมีคุณภาพพอสมควร เมืองอย่างหงสาวดีและตองอูยังมีศักยภาพในการพัฒนาได้อีกมาก เมืองแรกนั้นกำลังจะก่อสร้างสนามบินพาณิชย์ เมืองหลังความเจริญแค่ระดับตำบลบ้านเรา แต่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูง เพราะเป็นถิ่นกำเนิดของอาณาจักรที่สองของพม่า โรงแรมรีสอร์ทห้าดาวอย่าง Royal Kaytumadi จึงกล้าสร้างที่นี่พร้อมกับจัดธีมเป็นราชวงศ์เมงกะยินโย-บุเรงนอง

ยังมีสถานที่น่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกมาก เช่น ในย่างกุ้ง ชาวมุสลิมและอินเดียมักไปชมสถานที่พำนักสุดท้ายของจักรพรรดิ Bahadur Shah จักรพรรดิองค์สุดท้ายของจักรวรรดิโมกุลที่เคยใหญ่ลั่นโลก อังกฤษ House Arrest พระองค์ไว้ที่นี่ สุสานรวมที่มีทั้งเจดีย์บรรจุอัฐของพระนามศุภยลัต ราชินีองค์สุดท้ายของพม่า เรือนของอดีตเลขาธิการสหประชาชาติอูถั่น และหลุมศพแม่นางอองซานซูจี ก็อยู่รวมกันโดยที่มีนักท่องเที่ยวไม่มากนัก เช่นเดียวกับช้างเผือก

อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ยังน้อยไป การพัฒนาอย่างรวดเร็วตามการไหลบ่าเข้ามาของประชาธิปไตยอาจทำให้เราเห็นสิ่งแปลกใหม่ด้านการท่องเที่ยวของเมียนมาก็เป็นได้ เช่น สวนสนุกระดับโลก หรือห้างสรรพสินค้าเครือสากล

ข้อสังเกตท้ายสุดเลยคือ เมียนมาพยายามสร้างชาติใหม่บนการอยู่ร่วมกันของทุกเผ่าใต้ร่มความเป็นเมียนมาไม่ใช่พม่า แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเหนือกว่าของชาติพันธุ์พม่ายังปรากฏชัด ในดินแดนที่เคยเป็นของมอญหรือที่ไม่เคยเป็นของใคร ในย่านอื่นเช่นยะไข่หรือไทใหญ่นั้นมีความรู้สึกขบกันอยู่ ต้องดูกันต่อไปครับ ว่าสิ่งเหล่านี้ต่อไปจะกระทบต่อเมืองท่องเที่ยวในแถบลุ่มอิระวดีไหม