สำนักงานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
(สบพ.) เตรียมเสนอจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เพิ่มเติมในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา โดยคาดว่าจะมีพื้นที่เขตที่เป็นนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลกำหนดนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมเป็นกลุ่มหรือเรียกว่าคลัสเตอร์ และพื้นที่ภาคตะวันออกจัดเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อผลักดันประเทศก้าวสู่ยุคใหม่และสามารถแข่งขันได้
แนวนโยบายการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม เป็นสิ่งจำเป็นหากเราต้องการพัฒนาประเทศไปในแนวทางนี้ และหากนโยบายนี้ประสบความสำเร็จ ก็จะทำให้ประเทศไทยมีเขตอุตสาหกรรมกระจายอยู่ทั่วประเทศ ตั้งแต่ส่วนกลางของประเทศจนถึงชายแดนที่ได้รับการจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจชายแดนเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมอย่างไม่ต้องสงสัย ดังที่เราเคยประสบความสำเร็จมาแล้วในการจ้างงานและสร้างรายได้จากนโยบายการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในภูมิภาค
แต่ประเด็นปัญหาที่มักจะไม่มีการพูดถึงคือผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมา เมื่อมีการพูดถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ก็มักจะพูดกันแบบง่ายๆประหนึ่งว่าเป็นปัญหาที่ไม่มีความสำคัญ แต่มักจะขยายความกันมากถึงผลทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ อาทิ ตัวเลขการลงทุน ตัวเลขการส่งออก และสุดท้ายตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่ประเด็นสิ่งแวดล้อมมักจะไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ซึ่งมักจะกล่าวถึงก็เนื่องจากเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน
การขยายพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษใน 3 จังหวัดภาคตะวันออกก็เช่นเดียวกัน ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น หากต้องการขยายพื้นที่เพิ่มเติม ตอนนี้เราเพียงแต่รับรู้ถึงผลทางเศรษฐกิจที่จะทำให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงด้วยอุตสาหกรรมใหม่ หรือเรียกว่าอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเราก็หวังว่าคณะทำงานเรื่องนี้จะมีการศึกษาและประเมินผลกระทบ ไม่ว่าอุตสาหกรรมเป้าหมายที่กำหนดตามแผนจะเป็นอุตสาหกรรมสะอาดเนื่องจากใช้เทคโนโลยีขั้นสูงหรือไม่ก็ตาม
หาก ตื่นตกใจกับปัญหาในมาบตาพุดและบริเวณโดยรอบในเรื่องสิ่งแวดล้อม มีการศึกษาและออกนโยบายหลายด้านเพื่อปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงภาคเอกชนที่มีอุตสาหกรรมในพื้นที่ด้วย และหากจำกันได้ว่าในสมัยนั้นต่างยอมรับกันว่าพื้นที่มาบตาพุดและจังหวัดระยองไม่สามารถรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมได้แล้ว เพราะมีอุตสาหกรรมในพื้นที่เกินขีดความสามารถจะรองรับได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างก็ดำเนินไปเช่นเดิม ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เราเห็นว่าหากรัฐบาลเห็นว่าการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็ไม่ควรละเลยผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น และเราอยากเห็นการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมจากภาคอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง ซึ่งกรณีของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ถือเป็นตัวอย่างที่ดีอย่างยิ่งว่ามีการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมผิดพลาดและไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้เดิม ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องตระหนักไว้ให้มากถึงผลกระทบ เพราะหากเกิดขึ้นแล้วเป็นเรื่องยากอย่างมากในการแก้ปัญหา ยิ่งรัฐบาลเร่งให้เกิดขึ้นเท่าไร ความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้ง่ายเท่านั้น เราหวังว่าในอนาคตคงไม่เห็นภาพแบบมาบตาพุดขยายอาณาเขตไปเรื่อยๆ จนไม่เหมาะกับการอาศัยอยู่ของมนุษย์






