วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หั่นรายได้ภาษีฯ 3หมื่นล้าน เดิมพัน ‘เศรษฐกิจปี 60’

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง “อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์”

พูดในระหว่างการแถลงข่าวการปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่ ครม.เห็นชอบเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าการปรับปรุงโครงสร้างภาษี การเพิ่มค่าลดหย่อน และการหักค่าใช้จ่ายต่างๆ จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ จากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณปีละ 3.2 หมื่นล้านบาท แต่มาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนจากเงินในกระเป๋าที่เพิ่มขึ้น และช่วยให้รัฐบาลเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ได้มากขึ้นขึ้นส่งผลให้รายได้ของรัฐเพิ่มขึ้นด้วยในท้ายที่สุด

รมว.คลังยังแสดงความเชื่อมั่นด้วยว่าในปี 2560 ซึ่งเป็นปีแรกที่จะบังคับใช้โครงสร้างภาษี และการปรับปรุงเกณฑ์การหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนใหม่จะเป็นปีที่เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวชัดเจน ซึ่งส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจไทย ดังนั้นภายใต้สมมุติฐานดังกล่าวหากมีมาตรการที่เข้ามาช่วยให้ประชาชน (ผู้เสียภาษี) มีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นก็จะมีผลทางจิตวิทยาให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจโดยรวมจะคึกคัก และทำให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปัจจุบันมีสัดส่วน 41% ของภาษีเงินได้ทั้งหมดเพิ่มขึ้นด้วย รายได้ที่รัฐสูญเสียจึงเป็นเสมือนการลงทุนแบบหนึ่ง ที่ทำให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียน มีชีวิตชีวา หลังจากที่ซบเซาจากปัญหาต่างๆมานาน

แม้ในมุมมองของรมว.คลังจะมองว่าเศรษฐกิจในปี 2560 โดยเฉพาะเศรษฐกิจจะฟื้นตัว อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยง และในปัจจุบันการคาดการณ์เศรษฐกิจอย่างแม่นยำทำได้ไม่ง่ายนักเนื่องจาก มีปัจจัยที่ส่งผลกระทบทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและความผันผวนได้เสมอ

ในรายงาน World Economic Outlook (WEO) ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่เผยแพร่ล่าสุดในเดือนนี้ได้ปรับลดการขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 2560 (ค.ศ.2017) ของหลายประเทศ จากที่เคยคาดาการณ์ไว้ในเดือน ม.ค.เนื่องจากมองว่าใน 1-2 ปีนี้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนและปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อีกหลายอย่าง

ทั้งนี้ IMF มองว่าในปี 2560 เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวได้ 3.5% ขณะที่เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ Advanced Economies ที่นำโดยสหรัฐฯ จะขยายตัวได้ 2% โดยสหรัฐฯเศรษฐกิจจะขยายตัวได้สูงกว่าประเทศอื่นๆในกลุ่มที่ 2.5% ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงติดลบ 0.1% ส่วนกลุ่มของประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาการขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 2560 จะอยู่ที่ 4.6% เศรษฐกิจจีนจะขยายตัวได้ 6.2% อินเดีย 7.5% ส่วนกลุ่มประเทศอาเซียนเศรษฐกิจขยายตัว 5.1%

ส่วนปัจจัยภายในประเทศต้องไม่ลืมว่าในปี 2560 เป็นปีที่อุณหภูมิทางการเมืองของประเทศอาจจะกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เนื่องจากตามโรดแมปของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดให้มีการเลือกตั้งช่วงกลางปี ซึ่งหมายความว่าในปีหน้าการเมืองจะเข้ามาเป็นปัจจัยที่มีนัยต่อเศรษฐกิจอีกครั้ง ซึ่งกรณีที่สามารถจัดการเลือกตั้งได้อย่างราบรื่นตามโรดแมป ก็จะเป็นปัจจัยบวก แต่หากผลออกมาในทางตรงกันข้าม ก็จะกลายเป็นปัจจัยลบที่กดดันภาวะเศรษฐกิจได้เช่นกัน

และทุกครั้งที่มีปัญหาทางการเมือง ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมักปรับตัวลดลง สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของคนในการจับจ่ายใช้สอยที่ไม่คึกคักเท่าที่ควร แม้จะรู้สึกได้บ้างว่ามีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นก็ตามที เป็นไปได้ว่าอาจเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายปัญหาวังวนเดิมๆในบ้านเมือง

...รัฐบาลยอมหั่นรายได้ภาษีกว่า 3 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ประเทศมีแผนผลักดันโครงการลงทุนจำนวนมาก และยังคงใช้งบประมาณแบบขาดดุล นับเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของรมว.คลังและทีมเศรษฐกิจ ซึ่งจะเริ่มวัดผลได้ในปีหน้าว่าแนวคิดนี้ จะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงไร?