“คงรณรงค์ไม่ได้ ห้ามรณรงค์ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ ชอบก็ชอบ
รวมถึงการใส่เสื้อโหวตโน หรือโหวตเยส ก็ไม่ได้ จะไม่มีการเชียร์ หากเจอต้องถอดออก อย่างไรก็ตามเราทำตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง เพราะเป็นกฎข้อบังคับและเป็นกฎหมายที่ใหญ่ที่สุด” ปฏิกิริยาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะรองหัวหน้า คสช. ที่มีขึ้นหลังเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านและรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ โดยใส่เสื้อที่มีข้อความ “VOTE NO”
+++ ไม่ทราบเหมือนกันว่าที่ พล.อ.ประวิตร ออกมาห้ามไม่ให้ใส่ “เสื้อ” รณรงค์รับ-ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ในการทำประชามติที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 ส.ค.นี้ อ้างอิงกฎหมายหรือคำสั่งฉบับใด
++ เพราะล่าสุด ประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ.ออกมาบอกชัดเจนว่า ในร่างกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ “ไม่ได้กำหนดเป็นข้อห้ามไว้” กฎหมายระบุเพียงว่าการทำกิจกรรมดังกล่าวนั้น ต้องไม่ใช่ลักษณะที่เข้าข่ายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ หรือมีลักษณะใส่ร้าย และก่อกวนที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายทางการเมือง หรือมีลักษณะที่ให้เกิดกระบวนการต่อต้านทางการเมือง
+++ ความชัดเจนเกี่ยวกับการรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า “อะไรทำได้-อะไรทำไม่ได้” คงต้องรอให้ “กกต.” เคาะระเบียบออกมาอย่างเป็นทางการ ภายหลัง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติมีผลบังคับใช้เร็ว ๆ นี้ แต่ระหว่างนี้ก็คงมีความ “สับสน” น่าดู เพราะทั้่งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ คง “ปฏิบัติตัวไม่ถูก”
+++ ธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ประธานคณะทำงานของเจ้ากระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานกำหนดแนวทางการประเมินประสิทธิภาพและติดตามการดำเนินงานขององค์การค้า ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ออกมายอมรับแล้วว่า “ชุดนักเรียน” ค้างอยู่ในคลังสินค้าขององค์การค้าฯ 509,600 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท
+++ “ตรงนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าการบริหารงานขององค์การค้าฯ ที่ผ่านมามีปัญหา เพราะการที่พบชุดนักเรียนค้างสต๊อกจำนวนมากขนาดนี้ คิดไปในลักษณะอื่นไม่ได้ นอกจากสั่งมาเพื่อกินเงินค่าหัวคิว... สั่งสินค้าเกินจริงมานานเป็นสิบปี ก็ต้องคิดดูว่า ทำไปเพื่ออะไร" ธเนศพลระบุ
+++ นี่แหละวันก่อน วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ถึงได้ออกมาบอกทำนองว่าทุจริตกันแบบ “พึลึกพิลั่น” ... คงต้องรอดูว่าในที่สุดแล้ว จะมีใครต้องรับผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่
++ “โลกสมัยใหม่” อะไรๆ ก็ต้องรวดเร็วทันใจ จะชักช้า อืดอาด ยืดยาด เหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว ทางกรุงเทพมหานคร(กทม.) โดยสำนักงานเขตจตุจักร จึงนำร่องด้วยการเปิดช่องทางพิเศษ“จอด คัด จร” สำหรับการให้บริการคัดเอกสารทางทะเบียนราษฎร เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน และลดปัญหาที่จอดรถไม่เพียงพอ เห็นว่าใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 5 นาทีต่อการคัดสำเนาทะเบียนบ้าน 1 รายการต่อ 1 ราย ความจริงโครงการนี้ทดลองมาก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่เมื่อวานนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ได้ฤกษ์เป็นประธานเปิดอย่างเป็นทางการ
+++ นอกจาก “เขตจตุจักร” แล้ว อยากให้กทม.เร่งดำเนินการขยายการให้บริการลักษณะนี้ไปยังเขตอื่น ๆ ด้วยโดยเร็ว ซึ่งจะเป็นผลดีต่อ “ประชาชน” อย่างมากแน่นอน
...............................
แหลมเชิงดอย:[email protected]






