14 เม.ย. นอกจากอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์แล้ว
ยังเป็นวันครอบครัว ซึ่งหลายๆ ครอบครัวทั่วประเทศคงใช้ช่วงเวลานี้จับจ่ายใช้สอย พาคนในครอบครัวไปรับประทานอาหารนอกบ้าน พักผ่อนหย่อนใจยังสถานที่ต่างๆ โดยปีนี้เป็นอีกปีหนึ่งที่รัฐบาลกระตุ้น การใช้จ่ายช่วงสงกรานต์ ให้ประชาชนนำใบเสร็จรับเงินที่ใช้จ่ายระหว่างวันที่ 9-17 เม.ย. 2559 สูงสุด 15,000 บาท มาลดหย่อนภาษีตามฐานรายได้ของแต่ละบุคคล คล้ายกับการกระตุ้นยอดใช้จ่ายปลายปี 2558 ที่เกิดภาวะช้อปกระจาย ทำรถติดทั่วเมือง แต่สงกรานต์ปีนี้ประชาชนน่าจะวางแผนการท่องเที่ยว หรือกลับภูมิลำเนาล่วงหน้า ฉะนั้น การใช้จ่ายคงกระจายตัวไปหลากหลายแหล่ง ซึ่งผู้ต้องการจะได้รับการลดหย่อนภาษีต้องระวังว่า ร้านค้า หรือสถานที่ที่เข้ารับบริการนั้นๆ ต้องออกใบเสร็จรับเงินถูกต้อง มีชื่อ นามสกุลของผู้รับบริการชัดเจน จึงจะนำมาประกอบหลักฐานการยื่นขอลดหย่อนภาษีได้
ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศจะทำได้มากเพียงใด ต้องรอดูผลการใช้จ่าย แต่ก่อนหน้านี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดผลสำรวจพบว่าสงกรานต์ปีนี้ยังเป็นช่วงเศรษฐกิจซึมตัวลงต่อเนื่อง บรรยากาศนิ่งเกินไป ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่าย คาดว่าการใช้จ่ายเงินคิดเป็นเงินสะพัดรวม 119,165.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.01% เมื่อเทียบกับปี 2557 จากปกติการใช้จ่ายต้องเพิ่มระดับ 4% การขยายตัวต่ำกว่าสะท้อนเศรษฐกิจยังมีบรรยากาศซึมตัวลงอย่างต่อเนื่อง แต่ประชาชนยังต้องการเดินทางกลับบ้านเหมือนเช่นทุกปี เพื่อผ่อนคลายความเครียด แต่ภาพรวมประชาชนจะสนุกสนานน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ไปเที่ยวด้วยความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและสินค้าราคาสูงขึ้น สิ่งที่กังวลมากที่สุด คือ ภาวะเศรษฐกิจ ส่วนการดื่มสุราอาจเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับปี 2556 โดยปีนี้ใช้เงินซื้อสุราดื่ม 1,746.21 บาทต่อคน และการใช้เงินออมลดลงเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ประชาชนยังต้องการให้พืชผลทางการเกษตรขายได้ราคาดีขึ้น
ทั้งนี้ หากพืชผลการเกษตรมีราคาดีขึ้น ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมก็จะมีความหวัง มีเงินทองพอต่อการยังชีพเพิ่มขึ้น แต่ปัญหาคงไม่ได้สิ้นสุดลงแค่นั้น เนื่องจากปัจจุบัน ภัยแล้งยังคุกคามชีวิตความเป็นอยู่ และอาชีพของเกษตรกรขาดแคลนน้ำกินและน้ำใช้เพื่อการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นการเพาะปลูกพืช หรือการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งที่ผ่านๆ มา ภาคเกษตรกรรมจะใช้น้ำถึง 71% ของน้ำต้นทุนที่มี แต่ถือเป็นเรื่องจำเป็น เพราะผลิตผลทางการเกษตรที่ผลิตได้ก็จะนำมาบริโภคภายในประเทศ และส่งออก
จากปัญหา“น้ำ” เรื่องเดียวขยายความเดือดร้อนไปถ้วนทั่ว เพราะน้ำคือปัจจัยสำคัญแห่งการดำรงชีวิตของมนุษย์ เมื่อขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค การดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต และวิถีการดำรงชีวิตล้วนสั่นสะเทือน กลายเป็นภัยคุกคามเศรษฐกิจและสังคม สงกรานต์ในห้วงเวลา ร้อน แล้ง และเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่องยาวนานอาจไม่ทำให้ครอบครัว และสังคมเป็นสุขมากนัก แต่ทุกคนทุกฝ่ายคงต้องฟันฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน ร่วมกันคนละไม้คนละมือเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินเดียวกันต่อไป หรืออย่างน้อยๆ ก็ใช้เวลาช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ให้มีประโยชน์ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีงามอย่างมีความสุขกันภายในครอบครัว









