มีคนเริ่มถามผมแล้วว่าถ้าหาก โดนัล ทรัมป์
ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ จะมีผลกระทบต่อไทยเราอย่างไร?
ก่อนอื่นต้องตอบว่าผมไม่คิดว่าเขาจะชนะเลือกตั้งในเดือนพ.ย.นี้ แม้ว่า ณ จุดนี้เขาคือตัวเต็ง ของพรรครีพับลิกันที่จะชิงชัยกับ ฮิลลารี คลินตัน ที่เป็นเบอร์หนึ่งของพรรคเดโมแครตขณะนี้
เพราะจากนี้ถึง 18-21 ก.ค.ซึ่งเป็นช่วงที่พรรครีพับลิกันประชุมใหญ่ (National Convention) เพื่อเลือกตัวแทนพรรคเหลือหนึ่งคน ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่เมืองคลีฟแลนด์ รัฐไฮโอ ยังอาจมี “อุบัติเหตุ” เกิดขึ้นได้หลายจังหวะ
ขณะนี้มีข่าวแล้วว่า “ผู้มีบารมี” ในพรรคจำนวนหนึ่งกำลังปรึกษาหารือวิธีการต่าง ๆ ที่จะ “หยุด” ทรัมป์ไม่ให้รอดไปถึงการประชุมใหญ่ เพราะเห็นว่าหากเขาเป็นตัวแทนพรรคจริง ก็จะเกิดความเสียหายใหญ่หลวงในความน่าเชื่อถือ
แต่ก็ประมาทอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น เพราะต้องยอมรับว่าสไตล์การหาเสียงแบบห่าม ๆ โฉ่งฉ่าง และพูดจาเอาใจคนทำงานที่กลัวตกงาน และต้องการเห็นผู้นำประเทศที่เข้าใจชาวบ้านมาบริหารประเทศ
สิ่งที่เรียกว่า “เสียงส่วนใหญ่ที่เงียบงัน” หรือ Silent Majority ของคนอเมริกันอาจจะไม่ได้ต้องการผู้นำ ที่มีนโยบายอะไรสลับซับซ้อนเข้าใจยาก แต่ต้องการประธานาธิบดีที่เป็น “นักเลงพูดจาขวานผ่าซาก” และพร้อมจะทำตัว “ติดดิน” ได้
จึงต้องคาดเอาไว้ก่อนว่าหากเขาเข้านั่งเก้าอี้ทำเนียบขาว จะเกิดอะไรขึ้น?
สิ่งแรกที่จะเกิดคือโลกจะปั่นป่วนพอสมควร เพราะไม่รู้ว่าทรัมป์มีนโยบายต่างประเทศอย่างไร เพราะหากฟังเฉพาะที่เขาพูดหาเสียง ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทรัมป์มีแนวทางต่อประชาคมโลกดังนี้
- ไม่เอาข้อตกลงการค้าเสรีกับประเทศอื่น เพราะเป็นการแย่งงานคนมะกัน ดังนั้นเรื่อง TPP (Trans-Pacific Partnership หรือหุ้นส่วนแปซิฟิกที่ประธานาธิบดีโอบามากำลังเร่งรัดอยู่) ก็มีอันต้องล้มไป
- คนต่างประเทศจะเข้าอเมริกายากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการขอเข้าไปอยู่อาศัยหรือทำงาน เพราะนโยบายตรวจคนเข้าเมืองของทรัมป์ มีความรังเกียจคนต่างประเทศ เขาระบุเอาไว้ชัดว่าเขาจะสกัดกั้น ไม่ให้คนนับถือศาสนามุสลิมเข้าประเทศ จนกว่าเขาจะมั่นใจว่าไม่เป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐ
- สิ่งที่เรียกว่า “ปักหมุดเอเชีย” ก็ลืมไปได้ เพราะทรัมป์ต้องการจะยกเลิกเรื่องใหญ่ๆ ที่โอบามาทำเอาไว้เพื่อตอกย้ำว่า รัฐบาลภายใต้พรรคเดโมแครตล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
- ความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนกับประเทศในอาเซียน รวมทั้งประเทศไทยก็จะเข้าสู่ภาวะชะงักงัน เพราะข้อตกลงเรื่อง “เขตการค้าเสรี” หรือ FTAs ทั้งหลายทั้งปวงที่อเมริกาทำกับประเทศต่าง ๆ ในแถบนี้จะต้องถูกทรัมป์สั่งทบทวนแก้ไข เพื่อเอาใจชาวบ้านอเมริกัน ที่ยังเข้าใจการทำเรื่องเขตการค้าเสรีเป็นการแย่งงานคนอเมริกัน
- ความสัมพันธ์ของสหรัฐกับจีนและญี่ปุ่นจะมีความตึงเครียดขึ้นทันที ซึ่งก็จะมีผลกระทบต่อเนื่องถึงอาเซียนและไทย แนวทางของทรัมป์จะทำให้เกิดการปรับตัว ในสมการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
- ทรัมป์อัดทั้งจีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ หาว่าเอาเปรียบอเมริกา ใช้เงินทองของผู้เสียภาษีมะกัน โดยที่วอชิงตันไม่ได้อะไรกลับคืนไปอย่างเป็นกอบเป็นกำ นั่นย่อมทำให้สถานภาพความเป็นผู้นำโลกของสหรัฐภายใต้ “ประธานาธิบดีทรัมป์” ปรับเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เปิดทางให้จีน รัสเซียเล่นบทที่คึกคักมากขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้
ทรัมป์ยังไม่เคยแสดงความเห็นเกี่ยวกับอาเซียนหรือไทยเป็นการเฉพาะ จึงยังประเมินท่าทีของเขาต่อเราไม่ได้ แต่ที่แน่ ๆ ก็คือว่าถ้าเขาเป็นใหญ่เมื่อไหร่ ผู้นำสหรัฐจะมีลีลาท่าทีเป็น “นักเลงปากซอย” ได้อย่างไม่ยากเลย
โปรดจับตาเขาอย่างกระชั้นชิดต่อไป








