วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กูรูจีนตั้งวงวิเคราะห์ : อาการมังกรยักษ์วันนี้ (1)

ผมเชิญ “กูรูจีน” หลายท่านมาตั้งวงวิเคราะห์

 “อาการมังกรยักษ์” เพื่อให้ได้หลากหลายความคิดในรายการ “ไทม์ไลน์สุทธิชัย หยุ่น” ทาง Nation TV

เนื้อหาหลายประเด็นน่าจะถ่ายทอดให้คนอ่านคอลัมน์นี้ ได้รับทราบเพื่อกระตุ้น ให้เกิดความคิดความอ่านให้กระจายในวงกว้าง

เพราะไม่ว่าจีนจะเดินไปข้างหน้าอย่างไรก็ย่อมจะมีผลกระทบต่อไทย ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม

จีนแค่จาม ไทยก็อาจจะติดหวัดเลยได้

วันนั้น ในวงเสวนามี ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น, ดร.สมภพ มานะรังสรรค์, ดร.สารสิน วีระผล, และคุณทนง ขันทอง

คำถามของผมคืออาการมังกรยักษ์ มีอะไรที่น่าเป็นห่วงที่สุด?

อักษรศรี – ด้านเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจของจีนไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเดิมแล้ว

สมภพ – จีนอยู่ในช่วงปรับฐานเศรษฐกิจให้โตขึ้นช้าลง เพื่อที่จะควบคุมได้ง่ายขึ้นและไม่ให้โตอย่างรวดเร็วเกินไป

สุทธิชัย - เศรษฐกิจของจีนเป็นแบบนี้ น่าห่วงเรื่อง ฟองสบู่แตกหรือไม่?

อักษรศรี – น่าห่วงเพราะมีเหตุการณ์หลายๆอย่างโดยเฉพาะเมื่อเดือนมิถุนายน ปีที่แล้ว หุ้นในตลาดหุ้นของจีนร่วงลงมา รัฐบาลใช้มาตรการหลายอย่างพยุงไว้ เช่น การห้ามขายหุ้น แต่ก็เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุเพราะปัญหายังคงอยู่ ทำให้หุ้นร่วงอีกครั้งให้ช่วงเดือน มกราคม ทำให้เห็นได้ชัดว่าเศรฐกิจของจีนยังไม่แข็งแกร่งขนาดนั้น

แต่ก็อาจจะเป็นได้ว่า นี่เป็นช่วงที่จีนกำลังปฎิรูปเศรษฐกิจใหม่เนื่องจากเมื่อก่อนจีนจะเน้นการส่งออกมาก มาในปัจจุบันนี้จะเน้นไปที่ Domestic Economy ซึ่งมันอาจจะไม่ได้ส่งผลอย่างรวดเร็ว และมีอีกอย่างที่น่าสนใจคือ จีนได้เปลี่ยนมาตรการหลายๆอย่างเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ เช่น การลดดอกเบี้ยถึง 6 ครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยได้

ทนง – เชื่อว่าจีนมีปัญหาจริง แต่ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่เป็นข่าวตามที่โลกตะวันตกได้กระพือไว้ จริงอยู่ว่ากำลังการผลิตของจีนลดลง 50 % ซึ่งถ้าหากเศรษฐกิจจีนแย่จริง อเมริกาน่าจะแย่กว่าและเชื่อว่า อเมริกาเป็นต้นตอของปัญหาเศรษฐกิจของโลกในเวลานี้ เนื่องจาก อเมริกาเป็นผู้ซื้อ ซึ่งถ้า ผู้ซื้อ ซื้อน้อยลง ก็แสดงว่าไม่มีกำลังที่จะซื้อ ทำให้จีนต้องลดกระบวนการการผลิตลง ซึ่งหลายๆประเทศ ณ เวลานี้กำลังประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจตามๆกัน ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น หรือ สหภาพยุโรป ทำให้มองไม่ออกว่า อเมริกาจะยังคงความเป็น เบอร์ 1 ทางด้านเศรษฐกิจของโลกต่อไปได้อย่างไร

สารสิน – ทางประเทศจีน ได้ทำแผนรองรับปัญหาไว้หมดแล้ว ซึ่งแตกต่างกับอีกหลายๆประเทศ ผมไม่ได้ตกใจเลยว่าจีนจะมีอันเป็นไป เพราะจากประสบการณ์แล้ว เชื่อว่าจีนจะสามารถรับมือกับความท้าทายนี้ได้

สุทธิชัย - คิดว่าจีนจะเจ๊ง หรือ ยังไงก็ยังแข็งแกร่ง หรือยังมีอะไรที่ไม่แน่นอนอยู่ อาจจะระเบิดเมื่อไรก็ได้ ?

สมภพ – จีนน่าจะประคองตัวเองได้ เพราะจีนมีตัวแปรอยู่ในประเทศของตัวเอง เนื่องจากเป็นประเทศที่ใหญ่พอๆ กับทวีปๆหนึ่ง และมีคน 20% ของโลกอยู่ในประเทศตัวเอง ซึ่งทำให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ และยังมีวิธีพัฒนาอีกหลายวิธีที่ประเทศจีนยังไม่ได้ใช้อย่างเต็มที่ เช่นการพัฒนาการบริการสังคม และการขยายเมือง ฉะนั้นนี่น่าจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยแบกประเทศจีนไว้ไม่ให้ล้มง่ายๆ และออกมาสู่โลกภายนอกได้คล่องตัวมากขึ้น แต่หลังจากนี้ก็คงจะยากลำบากสักหน่อย เพราะหลังจากนี้จะต้องต่อสู้ทางเศรษฐกิจกับอเมริกาและอีกหลายๆประเทศซึ่งมีประสบการณ์กว่า

สารสิน – ประเทศจีนกำลังผลักดันคนหนุ่มสาวในประเทศของเขาให้มีความเชื่อมั่นที่จะลงทุนทำธุรกิจของตัวเอง และให้มีบทบาทโดยตรงทางด้านเศรษฐกิจ โดยพยายามให้ ธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลางมีบทบาทมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้เวลานี้ประเทศจีนมีนักธุรกิจที่อายุไม่มากเยอะ และถึงแม้นักธุรกิจเหล่านี้จะมีบทบาทไม่เท่ากับบทบาทของพวกบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่ก็สอดคล้องกับนโยบายที่อาจจะเกิดขึ้นนั่นก็คือ การพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยการสร้างเมืองให้มากขึ้น ซึ่งการที่มีเมืองมากขึ้น ก็จะช่วยให้นักธุรกิจรุ่นใหม่มีพื้นที่ในการลงทุนมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจในยุคต่อไปจะเป็นเศรษฐกิจแบบพันธมิตร นั่นก็คือ บริษัทใหญ่กับบริษัทเล็ก จะจับมือร่วมกัน เพราะตลาดนั้นใหญ่ขึ้น

ทนง – ผู้นำจีนได้เล็งเห็นแล้วว่า เศรษฐกิจของจีน จะโตช้าลง และได้วางแผนรองรับไว้แล้วด้วยการสร้างเมืองใหม่ ซึ่งจีนควรที่จะเปลี่ยนมาเป็นการทำการค้าภายในประเทศแทน เพราะจีนได้ทุ่มไปทางการส่งออกจนตอนนี้มันได้ล้นมากเกินไป ผู้ซื้อไม่มีกำลังจะซื้อ และจะทำการค้ากับต่างประเทศโดยใช้เส้นทางสายไหมเส้นใหม่

สารสิน – รัฐบาลจีนเชื่อมั่นว่าจะมีนักธุรกิจสายเลือดๆใหม่ๆเข้ามา เพราะว่า บทบาทของเทคโนโลยี ซึ่งประเทศจีนตอนนี้มียอดผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมากที่สุดในโลก ทำให้มีคนที่ตั้งร้านค้า E-Commerce มากมายบนอินเตอร์เน็ตในประเทศจีน และจะเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่จะใช้ระบบ O2O (Online to Offline) ซึ่งจะพอเหมาะกับการสร้างเมืองใหม่พอดี ซึ่งจะสามารถเชื่อมต่อกับร้านค้าเล็กๆต่างๆที่ร่วมมือกันตามแบบเศรษฐกิจพันธมิตรได้

(พรุ่งนี้: ตลาดหุ้นตลาดการเงินจีน: ฟองสบู่จะแตกไหม?)