บทโศกที่บรัสเซลส์

“...ช่วงจันทรคราส 23 มีนาคม เกิดปรากฏการณ์ดวงดาวสำคัญ 2 ประการคือ (1) พฤหัสสิงห์ทำมุม 90
สนิทกับเสาร์พิจิก เพียง 2 ชั่วโมงก่อนเกิดคราส นี่อาจหมายถึงภัยธรรมชาติหรือเรื่องใหญ่ทางการเมือง (2) เสาร์วิกลคติพักร (Stationary-retrograde: หยุดนิ่งเพื่อถอยหลัง) ในอีก 2 วันต่อมา โหราศาสตร์ฮินดูย้ำหนักย้ำหนาถึงความสำคัญของดาวที่พักรในจังหวะคราส คราสมีอิทธิพลแรงสุดหน้าหลัง 1 เดือน เราจะได้เห็นเหตุการณ์สำคัญของไทย (และโลก) ในช่วงนี้...”
นี่คือคำทำนายของ “คราส 2559” ที่
วันที่ 22 มีนาคม 2016 เวลา (ท้องถิ่น) 8:00 น. เกิดเหตุระเบิดอย่างรุนแรง 2 ครั้งที่อาคารผู้โดยสารขาออกของสนามบินซาเวนเทม (Zaventem) ในบรัสเซลส์-เบลเยี่ยม 9:11 น. เกิดเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินมาลบีค (Maelbeek) ซึ่งห่างจากที่ตั้งของสำนักงานใหญ่สหภาพยุโรปเพียงสถานีเดียว
มีผู้เสียชีวิต 35 คนและบาดเจ็บกว่า 187 ราย เจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นระเบิดพลีชีพของกลุ่มก่อการร้ายที่มุ่งแก้แค้น หลังการจับกุมซาลาห์ อับเดซาลาม (Salah Abdeslam) หนึ่งในผู้ก่อการร้ายที่โจมตีปารีสได้แค่เพียง 4 วันเท่านั้น ต่อมา ISIS ได้แถลงความรับผิดชอบในเหตุการณ์ดังกล่าว
เหตุก่อการร้ายปารีสเกิดคืนวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2015 ที่สนามกีฬา State de France ร้านอาหาร 3 แห่ง และโรงละครบาทาคลัน มีผู้เสียชีวิต 129 คนบาดเจ็บ 352 ราย กลุ่มไอซิสรับเป็นฝีมือของตน ฝรั่งเศสเชื่อว่า ผู้ก่อการร้ายข้ามพรมแดนมาจากเบลเยี่ยม
บรัสเซลส์อาจเป็นแหล่งซ่อมสุมผู้ก่อการร้ายของยุโรป เพราะมีชาวมุสลิมอพยพอยู่เป็นจำนวนมาก ข้อสังเกตคือพบชาวมุสลิมเบลเยี่ยมหลายร้อยคนไปเข้าร่วมกับไอซิสเพื่อรบในซีเรียอิรักมีการตั้งสมมติฐานว่า เหตุร้ายทั้งในบรัสเซลส์และปารีสถูกวางแผนและดำเนินการโดยไอซิสกลุ่ม (ย่อย) เดียวกัน
เหตุระเบิดครั้งนี้มีนัยหลายแง่มุม เพราะบรัสเซลส์เป็นที่ตั้งของคณะกรรมการและรัฐสภาสหภาพยุโรป รวมถึงนาโต้ (NATO) มันแค่ล้างแค้นเบลเยี่ยม หรือต้องการข่มขวัญทั้งอียู ข่มขวัญแล้วได้อะไร? ความหวาดกลัวจะทำให้รัฐบาลชาติต่างๆ ใช้มาตรการที่ก้าวร้าวรุนแรง เพื่อตอบโต้ไอซิสทั้งในยุโรปและตะวันออกกลาง สงครามในซีเรียจะไม่ยุติง่ายๆ ผู้ที่ชักใยเบื้องหลังไอซิส ต้องการแบ่งดินแดนซีเรีย และสร้างอำนาจใหม่ในตะวันออกกลาง ก็จะได้ประโยชน์มหาศาล
ก่อนที่จะวิเคราะห์ทางโหราศาสตร์ เราเริ่มต้นที่ประวัติศาสตร์เบลเยี่ยมเพื่อค้นหาดวงเมืองที่เหมาะสมกันก่อน เบลเยี่ยมเดิมเป็นดินแดนทางใต้ของอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ แต่เพราะความต่างทางด้านภาษาและชาติพันธุ์ จึงเกิดความขัดแย้งขึ้นเนืองๆ จนนำไปสู่ปฏิวัติ 25 สิงหาคม ค.ศ.1830 ที่บรัสเซลส์
การปฏิวัติขยายตัวและประสบความสำเร็จ จนเกิดการร่างรัฐธรรมนูญใหม่และตั้งรัฐบาลชั่วคราวเมื่อ 26 กันยายน เบลเยี่ยมประกาศอิสรภาพเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ต่อมาในวันที่ 20 ธันวาคม เกิด London Conference of 1830 ของชาติมหาอำนาจยุโรปทั้ง 5 คือ ออสเตรีย อังกฤษ ฝรั่งเศส ปรัสเซีย และรัสเซีย ทั้งหมดรับรองความเป็นอิสระของเบลเยียม วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1831 เบลเยี่ยมประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่และแยกตัวเป็นอิสระจากเนเธอร์แลนด์
แต่ปัญหาและความขัดแย้งเดิมๆ ก็ยังไม่หมดไป ส่วนใหญ่เกิดจากประชากรกลุ่มที่พูดภาษาดัชท์ในฟลานเดอร์ (Flanders) และกลุ่มที่พูดฝรั่งเศสในวอลโลเนีย (Wallonia) เบลเยี่ยมจึงต้องปฏิรูปการเมืองอีกครั้ง ผ่านกระบวนการทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เพื่อเปลี่ยนจากรัฐเดี่ยวเป็นสหพันธรัฐ (Federal State) ที่ประกอบด้วยดินแดนและชุมชนที่ภาษาแตกต่างกัน
การปฏิรูปครั้งแรกเกิด ค.ศ.1970 ครั้งที่ 2 เกิดปี 1980 ครั้งที่ 3 ในปี 1988-1989 ครั้งที่ 4 ในปี 1993 ครั้งที่ 5 ในปี 2001 และครั้งที่ 6 ในปี 2011 การปฏิรูปครั้งที่ 4 ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี Jean-Luc Dehaene เบลเยี่ยมได้กลายเป็นสหพันธรัฐอย่างสมบูรณ์ โดยบัญญัติไว้เป็นประโยคแรกของรัฐธรรมนูญ ปัจจุบันเบลเยี่ยมปกครองระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ และเป็นประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
เพราะมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ดวงชะตากำเนิดของเบลเยียมจึงเป็นไปได้หลายทาง แต่ที่นิยมใช้กันในหมู่นักโหราศาสตร์ มี 2 ดวง คือ (1) การประกาศอิสรภาพเมื่อ 4 ตุลาคม 1830 ดวงนี้มาจากหนังสือ The Book of World Horoscopes ของ Dr. Nicholas Campion แต่ไม่ทราบเวลาที่แน่นอน (2) การประกาศเป็นสหพันธรัฐอย่างสมบูรณ์ เมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 1993 เวลา 20:36 น. ข้อมูลจาก Michael Keller
ดวงแรกน่าจะเป็นดวงเมืองที่ใกล้เคียงนิยามที่ถูกต้อง เพราะแสดงถึงเจตนารมณ์แรกเริ่มและยิ่งใหญ่ของประชาชนทั้งมวล เสียดายที่ไม่มีเวลาแน่นอน เวลาคือข้อมูลสำคัญที่สุด เมื่อไม่ทราบเวลา ดวงชะตาก็ไม่อาจถูกต้องสมบูรณ์ ดวงที่ 2 แม้เป็นดวงตามหลัง แต่ก็ทราบเวลาประกาศแน่นอน ทั้งแสดงถึงเจตนารมณ์ในการแก้ปัญหาที่ค้างคามาตั้งแต่ยุคก่อตั้งประเทศ จึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน
ผู้เขียนขอเลือกใช้ดวงที่ 2 เป็นดวงเมืองเบลเยี่ยม เมื่อผูกดวงแล้ว ได้ลัคนาราศีสิงห์ที่ 25 องศา 46 ลิปดา มีตำแหน่งดาวอื่น คือ พฤหัสกันย์ ราหูพลูโตอยู่พิจิก มฤตยูเนปจูนอยู่ธนู อาทิตย์เสาร์มังกร พุธกุมภ์ ศุกร์มีน อังคารเมถุน จันทร์กรกฎ และทศมลัคน์ (MC) อยู่ที่ 22องศา 41 ลิปดาในราศีพฤษภ
ลัคน์สิงห์ อาทิตย์คือดาวเจ้าเรือนลัคน์ อาทิตย์อยู่มังกร กุมเสาร์สนิทในภพ 6 (อริ) บอกถึงสภาพความเป็นไปของบ้านเมืองที่เผชิญปัญหาตลอด ปัญหานั้นเกิดจากตัวเอง เสาร์เป็นเกษตร์-เข้มแข็ง ชี้ถึงความพยายามและอดทนในการแก้ไขปัญหา โชคดีที่อาทิตย์ได้มุม 120 จากพฤหัส ประคองบ้านเมืองให้ผ่านเรื่องร้ายทั้งหลายมาได้
ศุกร์คือดาวที่เข้มแข็งและให้คุณสูงสุด เพราะได้ตำแหน่งอุจจ์และเป็น “ศุกร์เพ็ญ” ที่ห่างอาทิตย์ถึง 44 องศา ทั้งยังได้แสงจากพฤหัส ศุกร์คือดาวเจ้าเรือนภพ 3 และ 10 ซึ่งหมายถึงเกียรติยศชื่อเสียงในหมู่เพื่อนบ้าน นั่นคือการเป็นที่ตั้งของสำนักงานคณะกรรมการและรัฐสภาของสหภาพยุโรปรวมถึงสำนักงานใหญ่นาโต้
ช่วงเกิดเหตุที่ปารีส วันที่ 12 พฤศจิกายน 2015 เกิดอมาวสี (จันทร์ดับ) ที่ 24:56 องศาในราศีตุลย์ จุดอมาวสีทำมุม 90 กับอาทิตย์เสาร์เดิมสนิท เบลเยี่ยมจะได้รับผลกระทบร้ายแรงด้วย ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2016 เกิดอมาวสีที่ 25:11 องศาราศีมังกร ทับอาทิตย์เสาร์เดิมพอดี นี่คือสัญญาณเตือนภัย
ปัจจัยสำคัญที่สุดคือสุริยคราส (เต็มดวง) 9 มีนาคม 2016 ที่ 24:51 องศาราศีกุมภ์ ซึ่งทำมุมเล็ง 180 กับลัคนาสนิท เภทภัยของบ้านเมืองหลีกเลี่ยงไม่ได้ คราสมีกำลังสูงสุดภายใน 1 เดือน วันเกิดเหตุคือ 22 มีนาคม ตรงตามหลักโหราศาสตร์พอดี
ยังมีอีก 2 ปัจจัยสำคัญคือ (1) จันทรคราส (เงามัว) 23 มีนาคม ที่ 9:12 องศาราศีกันย์อิทธิพลคราสแรงสุดในหน้าหลัง 7 วัน จันทรคราสเล็งศุกร์เดิมพอดีเช่นกัน (2) เสาร์วิกลคติพักร 25 มีนาคม (มีอิทธิพล +/- 5 วัน)ที่ 22:19 องศาราศีพิจิก ทับ IC สนิท เภทภัยเกิดในบ้านตัวเอง
ในวันเกิดเหตุ อังคารทำมุม 45 กับพลูโตและมฤตยู-เนปจูนเดิมสนิท บอกถึงภัยจากขบวนการใต้ดินหรือก่อการร้าย อาทิตย์จรทับศุกร์เดิมวันนั้น เมื่อจันทร์จรถึงลัคน์ ก็เป็นเวลาเกิดเหตุ
ปารีสกำสรวล บรัสเซลส์โศกา โลกจะยังวุ่นวายต่อไป







