วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เราเห็นอะไรในภูเก็ต?

การที่กระทรวงศึกษาธิการเริ่มขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของในภูมิภาค ถือเป็นสัญญาณที่ดีของทิศทางการจัดการศึกษา

โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง หลายจังหวัดได้ขับเคลื่อนจัดการศึกษาในพื้นที่มาก่อนหน้านี้แล้ว นโยบายนี้จึงถือเป็นแรงหนุนที่สำคัญในการทำให้การงานในพื้นที่เป็นรูปเป็นร่าง และมีโอกาสเป็นจริงมากขึ้น

ภูเก็ตเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีหลายภาคส่วนเข้ามาช่วยกันเพื่อผลักดันปฏิรูปการศึกษาในจังหวัด โดยมีสภาการศึกษาจังหวัดภูเก็ตเป็นกำลังหลัง สภาแห่งนี้เป็นการจับมือกันระหว่างตัวแทนจากภาครัฐ เอกชน คนภูเก็ตที่หวังจะเห็นลูกหลานภูเก็ตมีอนาคตที่ดี โดยมีสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) เข้าร่วมเป็นพันธมิตรเสริมอีกแรง จึงเรียกได้ว่าเป็นการทำงานในรูปแบบประชารัฐระดับพื้นที่

หัวใจหลักของการทำงาน คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนมีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น ด้วยการแนะแนวอาชีพ จัดรูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่โลกของงาน ควบคู่ไปกับการให้ข้อมูลที่สามารถนำไปประกอบการตัดสินใจด้านการเรียนต่อของเยาวชน ผู้ปกครอง และครูข้อมูลที่สำคัญในการตัดสินใจเรื่องดังกล่าว คือข้อมูลความต้องการของตลาดแรงงานในระดับจังหวัดที่จะเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสได้งานทำและรายได้ จากการเลือกเรียนในวุฒิที่แตกต่างกัน เพื่อให้เยาวชนสามารถตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตให้เหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของตนเองได้

นอกจากนี้แล้ว การทราบถึงความต้องการของตลาดแรงงานยังมีประโยชน์ในด้านการจัดการหลักสูตรของสถานศึกษา เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดแรงงานที่มีอยู่ทั้งด้านจำนวนของผู้สำเร็จการศึกษา และการออกแบบเนื้อหาในหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของนายจ้างและสภาพเศรษฐกิจของพื้นที่

โดยประเด็นหลักที่เกี่ยวข้องกับตลาดแรงงานของภูเก็ต มี 2 ประเด็นด้วยกัน ประเด็นที่ 1 คือ จริงหรือไม่ที่รายได้ของคนจบปริญญาตรีสูงกว่าคนที่จบสายอาชีพ (ปวช./ปวส.) และ ประเด็นที่ 2 คืออาชีพที่มีความต้องการจ้างงานสูงสุด 10 อันดับแรกของจังหวัดภูเก็ตมีอาชีพอะไรบ้าง?

ประเด็นที่ 1 จริงหรือไม่ที่รายได้ของคนจบปริญญาตรีสูงกว่าคนที่จบสายอาชีพ?

จากการวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจภาวะการมีงานทำของประชากร ไตรมาสที่ 3 ปี 2558 สำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า คนที่จบปริญญาตรีอายุ 25 ปีถึง 30 ปี มีรายได้เฉลี่ย 13,610 บาทต่อเดือน ในขณะที่คนที่จบระดับ ปวช./ปวส. ซึ่งเป็นสายอาชีพในช่วงอายุเดียวกันมีเงินเดือน 12,462 บาทต่อเดือน นับว่าเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกันมาก และถ้าหักค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเรียนระดับมหาวิทยาลัยแล้ว รายได้ของทั้งสองกลุ่มนี้แทบจะไม่แตกต่างกันเลย สะท้อนให้เห็นว่า การเลือกเรียนสายอาชีพก็สามารถมีรายได้ที่ได้ในระดับเดียวกับการเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้

ประเด็นที่ 2 อาชีพที่มีความต้องการจ้างงานสูงสุด 10 อันดับแรกของจังหวัดภูเก็ตมีอาชีพอะไรบ้าง?

ผลการศึกษาพบว่าในช่วง 5 ปีข้างหน้า แต่ละปีจะมีความต้องการจ้างงานเพิ่มขึ้น 9,000 ถึง 10,000 ตำแหน่ง โดยตารางที่แสดงไว้สรุปความต้องการจ้างงาน 10 อันดับแรกของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งรวมแล้วคิดเป็นร้อยละ 75 ของความต้องการจ้างงานใหม่ทั้งหมด ที่น่าสังเกตก็คือ หากไม่นับแรงงานด้านการผลิตอื่นๆ และแรงงานทั่วไป ตำแหน่งงานที่ต้องการผู้ที่เรียนจบสายอาชีพคิดเป็นร้อยละ 49.3 ส่วนตำแหน่งงานที่ต้องการผู้ที่ต้องการเรียนจบระดับปริญญาตรีมีเพียงร้อยละ 15.0 สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ที่เรียนจบสายอาชีพมีโอกาสได้งานทำมากกว่าผู้ที่เรียนจบระดับปริญญาตรี

การเรียนสายอาชีพ คือ “ทางเลือก”

จากผลการศึกษานี้จะเห็นได้ว่า สำหรับเยาวชนในจังหวัดภูเก็ตการเรียนสายอาชีพก็เป็น “อีกทางเลือกหนึ่ง” ซึ่งอาจเหมาะกับผู้ที่ต้องการจะก้าวเข้าสู่โลกของงานเร็วขึ้น ผู้ที่สามารถเรียนรู้ได้ดีจากการทำงานจริง หรือที่ทราบว่าตนเองมีความถนัดในอาชีพใด

นอกจากนี้แล้ว คนที่จบสายอาชีพมีโอกาสในการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยเช่นกัน เพราะปัจจุบันนี้มหาวิทยาลัยมีหลักสูตรภาคค่ำ หลักสูตรเสาร์-อาทิตย์ รวมถึงการเรียนในมหาวิทยาลัยเปิด ด้วยเหตุนี้การเรียนสายอาชีพจึงมิใช่การตัดโอกาสเรียนในระดับสูงขึ้นไปแต่เป็นการเปิดโอกาสให้เรียนเมื่อพร้อม

ข้อดีอีกประการหนึ่งของการเข้าสู่โลกของงานเร็วขึ้น สำหรับผู้ที่เป็นลูกจ้าง ก็คือการที่นายจ้างทราบเห็นความสามารถในการทำงาน โอกาสที่จะก้าวหน้าในการทำงานก็มีมากขึ้น ยิ่งถ้าได้มีการเรียนต่อจนได้วุฒิที่สูงขึ้นด้วยแล้ว โอกาสประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานก็ย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย