วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขาดบทวิเคราะห์ อุปสรรคลงทุนหุ้นเล็ก

บทวิเคราะห์หุ้นรายตัว

ที่มีเพียง “หุ้นขนาดใหญ่และกลาง” ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลักทรัพย์ ที่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ไม่ได้รับความสนใจจากเหล่านักลงทุนเท่าที่ควร

ตรงข้ามกับหุ้นขนาดเล็กที่ไม่ได้มีพื้นฐานโดดเด่น แต่กับมีแรงเก็งกำไรหนาแน่นในช่วงแรกของการเข้าเป็นสมาชิก โดยพฤติกรรมที่มักพบบ่อยครั้ง คือ หลังหุ้นคึกคักเกินพื้นฐานได้สักระยะ ราคาจะทยอยปรับตัวลดลง และผู้บริหารไม่ออกมาเปิดเผยแผนธุรกิจถี่เหมือนเคย

นักลงทุนนิยามหุ้นประเภทนี้ว่า “ราคาแพงเกินคุณภาพ”  

ในแง่ความผิดปกติของราคาหุ้น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทัรพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มีแนวคิดปรับปรุงเกณฑ์การจัดสรรหุ้นไอพีโอ โดยหวังให้มีการกระจายหุ้นให้กับผู้ลงทุนทั่วไปอย่างเพียงพอ 

ขณะเดียวกันยังต้องการป้องกันการจัดสรรหุ้นไอพีโอให้กับผู้มีอุปการะคุณ และบุคคลที่มีความสัมพันธ์ของบริษัท ในสัดส่วนที่สูงจนควบคุมปริมาณหุ้นไอพีโอไม่ได้ เช่น ลดระยะเวลาการรายงานผลการขายหุ้นไอพีโอ จากภายใน 45 วัน เป็น 7 วันทำการ นับแต่วันปิดการเสนอขายหุ้น 

รวมถึงขยายระยะเวลาห้ามไม่ให้บริษัทที่จะนำหุ้นไอพีโอเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เสนอขายหุ้นในราคาที่ต่ำกว่าไอพีโอให้กับบุคคลเฉพาะเจาะจง จากเดิม 90 วันก่อนการเสนอขายหุ้นไอพีโอ เป็น 180 วัน ก่อนวันยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นไอพีโอ และเพิ่มทุนจดทะเบียนหุ้นที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai และ SET จาก 20 ล้านบาท เป็น 50 ล้านบาท และจาก 300 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาท ตามลำดับ 

“ไพบูลย์ นลินทรางกูร” นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ว่า ปัจจุบันมีนักวิเคราะห์จัดทำบทวิเคราะห์เพียง 200 หลักทรัพย์แรก จากหลักทรัพย์ทั้งหมด 700 ตัว เท่ากับว่า หลักทรัพย์อีก 400 ตัว ไม่มีบทวิเคราะห์ให้นักลงทุนอ่าน 

ทางสมาคมเล็งเห็นปัญหาเรื่องนี้มายาวมานาน เพราะจากการสำรวจความเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดเล็กบางตัวพบว่า แม้แนวโน้มธุรกิจดี แต่ราคาไม่ขยับ สาเหตุสำคัญเป็นเพราะนักลงทุนไม่มีบทวิเคราะห์อ่าน ทำให้ไม่กล้าลงทุนระยะยาว ส่วนใหญ่จะหันมาเล่นเก็งกำไรแทน ตรงข้ามกับหุ้นขนาดเล็กที่พื้นฐานไม่ดี แต่ราคาหุ้นดี 

“พฤติกรรมลักษณะนี้เกิดขึ้นมา 2-3 ปีแล้ว ตัวไม่ดี หรือดีน้อย นักลงทุนมักเข้ามาเก็งกำไรจนราคาวิ่งไปไกล ผ่านมาไม่นาน ราคาก็ทิ้งดิ่ง นักลงทุนรายย่อยออกไม่ทันก็ติดดอย” 

“นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน” บอกว่า เมื่อปลายปี 2558 สมาคมเคยนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหากับตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยการขอเงินลงทุนก้อนหนึ่งไปแก้ปัญหาที่ทำให้มีบทวิเคราะห์หุ้นขนาดเล็กออกสู่ตลาดน้อย ปัจจุบันทางตลาดหลักทรัพย์ฯยังไม่ให้คำตอบเรื่องนี้

ทางสมาคมอาจจัดตั้ง “โรงเรียนนักวิเคราะห์” วัตถุประสงค์ของโรงเรียนแห่งนี้ คือ “ผลิตนักวิเคราะห์รุ่นใหม่” อย่างน้อยจะได้มีคนจัดทำบทวิเคราะห์บริษัทขนาดเล็ก สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับ คือ ปัจจุบันนักวิเคราะห์มีจำนวนจำกัด และต้นทุนต่อนักวิเคราะห์หนึ่งรายค่อนข้างสูง จะให้เขามาวิเคราะห์หุ้นไร้สภาพคล่องคงยาก 

“เวลาราคาหุ้นที่ไม่มีใครรู้จักแอคทีฟขึ้นมา แต่นักลงทุนไม่มีบทวิเคราะห์อ่าน เท่ากับว่า เสียโอกาสในการลงทุน แต่หากโรงเรียนแห่งนี้สามารถผลิตนักวิเคราะห์ฝีมือดีออกมาต่อเนื่อง นอกจากนักลงทุนจะมีข้อมูลอ่านแล้ว นักวิเคราะห์มือใหม่อาจถูกโบรกเกอร์ซื้อตัวไปก็ได้” 

อย่างไรก็ตาม เห็นว่า ความเข้มงวดของทางการ อาจช่วยคัดครองบริษัทจดทะเบียนคุณภาพดีเข้าสู่ตลาดหุ้นมากขึ้น และโครงการผลิตนักวิเคราะห์รุ่นใหม่ของทางสมาคมฯอาจเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันบริษัทจดทะเบียนขนาดเล็กพื้นฐานดีให้เป็นที่รู้จักในสายตานักลงทุนก็เป็นได้