วัดดังฟ้องไล่ที่ชาวสงขลา

วัดดังฟ้องไล่ที่ชาวสงขลา

‘วัดไม่น่าทำกับพวกเราอย่างนี้ ป้าอายุ 64 แล้ว

 อยู่ที่ตรงนี้มาตั้งแต่ 5ขวบ’ น้ำเสียงปนก้อนสะอื้นค่อย ๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากสั่นรัว วรรณี ตันทยานนท์ ชาวบ้านชุมชนเตาอิฐ บอกกับผมขณะนั่งรอเวลาเข้าพบเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เมื่อเช้าวานนี้ (29 มี.ค.)

ชาวบ้านชุมชนเตาอิฐ จาก อ.เมืองสงขลา อีกกว่า 120 ชีวิต จดจ้องมาที่ตัวผม เหมือนประหนึ่งจะเป็นที่พึ่งให้พวกเขาได้

  ‘ร้องไปหลายที่แต่ แต่สื่อไม่เคยออกข่าวให้เลยบุญเหลือ สุขปลื้ม ผู้ประสานงานชุมชนเตาอิฐ บอกกับผมทำนองตัดพ้อเจ้าหน้าที่ของรัฐและสื่อมวลชน

ชาวบ้านบอกผมว่า เรี่ยไรเงินที่ได้จากอาชีพรับจ้างแกะหอย แกะปู เหมารถบัส 2 ค้น เข้ามาที่กรุงเทพฯ ลำบากแสนสาหัส แต่ต้องมาเรียกร้องดีเอสไอ กรณีถูกวัดอุทัยธาราม ฟ้องขับไล่ชาวบ้าน ออกจากที่ดินที่อยู่มาตั้งแต่ปี 2504

ป้าวรรณี เล่าให้ผมฟังว่า ‘ปี 2503 รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อพยพชาวบ้านจากแหลมสนอ่อน หาดสมิหลา มาจับจองที่ตรงนี้ ตอนนั้นเป็นที่น้ำท่วมถึง ยามน้ำขึ้นต้องถลกผ้าถุงถึงคอ เมื่อตอนเป็นเด็กไปโรงเรียนจะเปียกทุกวัน ครูจะถามเสมอว่า เด็กหญิงวรรณี ทำไมถึงเสื้อ กระโปรงเปียกมาโรงเรียน ก็บอกครูไปว่า หนูลื่น ไม่มีทางเดินมาโรงเรียน ต้องเดินไปตามไม้ไผ่ลำเดียว’ ความทรงจำวัยเยาว์ของป้าวรรณี

ป้าวรรณา สุวรรณพรหม ชาวบ้านยุคแรกๆ ที่เข้ามาจับจองพื้นที่ตามคำสั่งของจอมพลสฤษดิ์ บอกว่า มาปลูกกระต๊อบเสาไม้ยกพื้นสูงให้พ้นน้ำเมื่อยามน้ำขึ้น ทำประมงหากินตามชายฝั่ง นานวันรัฐบาลก็มาช่วยทำคันดินกั้นน้ำทำเล ใครมีเงินก็เริ่มถมที่ถมดิน จนนานวันพื้นดินก็มากกว่าน้ำ

‘ตอนนี้เดือดร้อน ไม่มีที่จะอยู่ แก่ปูนนี้จะให้ไปอยู่ที่ไหน’ ป้าวรรณา ฝากถามถึงเจ้าอาวาสวัดอุทัยธาราม คนปัจจุบัน

ป้าวรรณา เล่าว่า เจ้าอาวาสท่านก่อน 4-5 โมงเย็นท่านจะกางร่ม เดินมาพูดคุยกับชาวบ้าน อย่างเป็นกันเอง ไม่เคยพูดเรื่องที่ดินวัด

จากปากคำจองป้าวรรณา ทำให้ผลนึกถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นระหว่างวัด กับชาวบ้าน

พี่บุญเหลือ บอกกับผมว่า ชาวชุมชนท่าอิฐ อยู่ในพื้นที่มานานกว่า 50 ปี ตั้งแต่ปี 2503 เดิมเป็นพื้นที่ชายทะเล อยู่ๆในปี 2528 ทางเทศบาลได้มาขอออกโฉนดที่ตรงนี้ แต่เนื้อที่โฉนดไปครอบที่ดินวัดอุทัยธาราม วัดจึงฟ้องร้องเทศบาล ศาลฎีกา ตัดสินให้วัดชนะคดี ปี 2541

คำตัดสินนั้น วัดได้นำมาใช้เป็นหลักฐานออกโฉนดในปี 2543 ตอนนั้นชาวบ้านเริ่มสงสัยเพราะไม่มีการเดินสำรวจที่ดินแปลงข้างเคียง บอกแค่มาสำรวจพื้นที่จะทำถนนให้ชาวบ้าน ในที่สุดโฉนดครุฑแดงก็ออกมา

ที่ดินที่ชาวบ้านอยู่มาตั้งแต่ ปี 2503 กลับไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน ชาวบ้านชุมชนเตาอิฐ

จึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก ในปี 2544 เข้ามาร้องเรียนที่ทำเนียบรัฐบาล

จะด้วยผลการร้องเรียนของชาวบ้าน หรือไม่ ปี 2546 กรมธรณีและเหมืองแร่ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเจาะสำรวจชั้นดิน และพบว่าลึกลงไปเป็นดินเลนดินทะเล

จากหลักฐานนี้ ในปี 2546 กรมที่ดินได้เพิกถอนโฉนดเจ้าปัญหา ชาวบ้านเหมือนได้สิ่งที่มีค่ายิ่งในชีวิตกลับคืนมา

เมื่อกรมที่ดินเพิกถอนโฉนด วัดอุทัยธาราม เป็นโจทก์ฟ้องอธิบดีกรมที่ดิน ต่อศาลปกครองสงขลา ปี2556 ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาให้วัดชนะ

ข้อสงสัยในใจลึก ๆ คือ บัญญัติ จันเสนะ’ อธิบดีกรมที่ดินในตอนนั้น ทำไมไม่นำผลสำรวจชั้นดิน ของกรมธรณีและเหมืองแร่ เป็นหลักฐานในศาล ทั้งที่ บัญญัติ เคยเป็นผู้ว่าฯสงขลามาก่อน

‘ชาวบ้านหวังว่าจะได้เห็นสิ่งที่คน ๆ หนึ่งพูดกับพวกเขาว่า เป็นอธิบดีกรมที่ดิน จะทำสิ่งผิดให้เป็นถูก’ คำกล่าวอย่างสิ้นหวังของชาวบ้าน

2557 วัดเริ่มฟ้องขับไล่ชาวบ้านออกจากที่ดิน ที่ตอนนี้พัฒนาเป็นสถานีขนส่ง เป็นศูนย์กระจายสินค้า เจริญแล้ว ราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้น แต่ชาวบ้านกว่า 200 หลังคาเรือน ยังเดือดร้อน

  ค่ำวานนี้ผมโทรหาแกนนำชาวบ้าน บอกยังไปไม่ถึงไหน รถบัสที่เช่ามาเสียกลางทาง ต้องจอดซ่อมก่อน

  ผมภาวนาให้พวกเขาเดินทางปลอดภัย