วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ภัยที่ต้องร่วมกันป้องกัน

เหตุระเบิดสนามบิน และสถานีรถไฟใต้ดินกรุงบรัสเซลส์

 ประเทศเบลเยียม ซึ่งเกิดขึ้นเพียง 4 เดือนหลังจากเพิ่งเกิดเหตุการณ์โจมตี 6 จุดในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว สะท้อนถึงความท้าทายด้านการรักษาความปลอดภัย และการป้องกันเหตุร้ายเกิดขึ้นซ้ำรอย รวมถึงตอกย้ำให้เห็นความสำคัญของการแลกเปลี่ยนกันด้านข่าวกรอง เพื่อจะได้ลงมือสกัดหรือป้องกันผู้ไม่ประสงค์ดี ก่อเหตุได้อย่างทันท่วงที

ผู้นำตุรกีได้ใช้โอกาสนี้ เรียกร้องให้นานาชาติเพิ่มความร่วมมือต่อสู้กับก่อการร้าย ด้วยการกล่าวว่าผู้นำโลกสามารถรวมตัวเป็นพันธมิตรต่อสู้กับก่อการร้าย หลังจากตุรกีเคยวิจารณ์ว่ามีประเทศที่ไม่ยอมฟังคำเตือน ว่านักรบที่ถูกตุรกีเนรเทศออกนอกประเทศนั้นเป็นอันตราย หลังจากจับคนเหล่านี้ได้ตามชายแดนติดกับซีเรีย ด้านเจ้าหน้าที่ยุโรปก็ขอให้ตุรกีปรับปรุงการแลกเปลี่ยนข่าวกรองระหว่างกัน อีกทั้งรัฐมนตรียุติธรรมและมหาดไทยของสหภาพยุโรป ยังจัดการประชุมฉุกเฉินเพื่อจัดทำแผนการรับมือภัยคุกคามยุโรปจากบรรดานักรบก่อการร้าย รวมถึงหาทางใช้กฎหมายต่อต้านก่อการร้ายให้ทั่วสหภาพยุโรปอีกด้วย

หลังจากเกิดเหตุระเบิดในสนามบินและสถานีรถไฟใต้ดินกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งเป็นจุดที่ประชาชนเข้าไปใช้บริการจำนวนมากนั้น หลายประเทศพากันเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นสนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ซึ่งเป็นสนามบินที่พลุกพล่านที่สุดของเยอรมนี หรือเนเธอร์แลนด์ที่คุมเข้มความปลอดภัยสนามบินและสถานีรถไฟ รวมถึงฝรั่งเศสที่ระดมเจ้าหน้าที่กว่าพันนายคุมเข้มความปลอดภัยทั่วประเทศ สนามบินในกรุงลอนดอนและสนามบินสหรัฐ

ในส่วนของไทยนั้น เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเป้าหมายของการก่อเหตุ พร้อมกับกำชับการปฏิบัติงานทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนามบินนานาชาติ ในเรื่องเพิ่มความเข้มในการตรวจบุคคล ที่เดินทางเข้าออกซึ่งมีการตรวจตัวบุคคล เอกสาร ทำบันทึกข้อมูล รวมทั้งการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมที่มีพิรุธจากบุคคลที่มาจากประเทศเป้าหมาย ทั้งยังมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตรวจบริเวณภายในสนามบินนานาชาติ 6 แห่ง ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ และเชียงราย

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ของไทยยังได้กำชับให้หน่วยงานการข่าว สันติบาล ให้บูรณาการการข่าวกับหน่วยข่าวของไทยและต่างประเทศ เพื่อเสริมการปฏิบัติงาน ทั้งยังได้เน้นย้ำให้หน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวอยู่เป็นจำนวนมาก ให้จัดทำข้อมูลท้องถิ่นเพื่อเป็นประโยชน์ในการประสานงาน รวมถึงผสานกำลังร่วมกันในด้านการหาข่าวและการดูแลนักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น

การเข้มงวดความปลอดภัยของประเทศต่างๆ รวมถึงไทย ถือเป็นเรื่องดี เพราะจะช่วยให้สามารถป้องกันเหตุร้ายได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่ในภาพรวมแล้วการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอยังถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้นแล้วนอกจากมีการสูญเสียชีวิตแล้ว ผลกระทบในด้านอื่นๆ ยังเกิดขึ้นตามมาอีก ดังนั้นเหตุร้ายที่เกิดขึ้นครั้งหลังสุดนี้ จึงเป็นโอกาสของการที่จะยกระดับมาตรฐานในด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้คนทั่วโลก