วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิกฤติภัยแล้ง ปัจจัยเสี่ยงซ้ำเติมเศรษฐกิจ

สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ ที่คาดการณ์ว่าจะหนักหนาสาหัส

ที่สุดในรอบ 2 ทศวรรษ เป็นภัยคุกคามเศรษฐกิจไทย ที่ชะลอตัวอยู่แล้วอาจย่ำแย่ลงอีก ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินผลกระทบภัยแล้งต่อเศรษฐกิจและธุรกิจไทย ในปี 2559 คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทุกภาคส่วนเป็นวงเงินถึง 119,278 ล้านบาท หรือกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) 0.85% เป็นผลกระทบต่อภาคการเกษตร 77,861 ล้านบาท ผลกระทบต่อภาคธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม 41,416 ล้านบาท

แน่นอนว่าเมื่อเกษตรกรมีต้นทุนในการผลิตจากการจัดหาน้ำมากขึ้น กระทบ “รายได้ลดลง”  และอาจต้องหันไปพึ่งพา “สินเชื่อนอกระบบ” มากขึ้น ทำให้เกษตรกรมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นราว 12% จากปีก่อน หรือมีหนี้สินเฉลี่ย 167,452 บาทต่อครัวเรือน จะเห็นว่า ภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หนี้สินเพิ่มขึ้น ขณะที่ รายได้ลดลง ย่อมส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อที่ลดลง

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินผลกระทบภัยแล้งต่อภาคธุรกิจ พบว่า ในธุรกิจขนาดเล็ก ได้รับผลกระทบเฉลี่ยรายละ 940,000 บาท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 39,927 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางเสียหายเฉลี่ยรายละ 1.2 ล้านบาท มูลค่าความเสียหายรวม 1,446 ล้านบาท ส่วนธุรกิจขนาดใหญ่ เสียหายเฉลี่ยรายละ 1.6 ล้านบาท มูลค่าความเสียหายรวม 42.1 ล้านบาท หรือมีมูลค่าความเสียหายต่อธุรกิจทางตรงเฉลี่ยรายละ 1.1 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 41,416 ล้านบาท

นอกจากมาตการความช่วยเหลือจากภาครัฐเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งต่างๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน จะมีมาตรการบริหารจัดการการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร รัฐบาลต้องเร่งรณรงค์ชนิดเสียงดังฟังชัด หรือแกมบังคับแนวทางการใช้น้ำอย่างประหยัด สร้างจิตสำนึกใหม่ของการใช้น้ำอย่างจริงจังเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว

วิธีการประหยัดน้ำเพื่อช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ให้มีไว้ใช้ได้นานทำให้ได้ไม่ยากทั้งภาคครัวเรือน ผู้ประกอบการ ลงมือสำรวจต้องตั้งแต่วันนี้ง่ายๆ ทำได้ทันที เริ่มจาก “เช็คท่อน้ำและก๊อกน้ำไม่ให้มีน้ำรั่วไหล” เป็นพื้นฐานสำคัญ ตรวจสอบมิเตอร์น้ำเป็นประจำ เพื่อให้รู้ว่าแต่ละเดือนใช้น้ำมากน้อยเท่าไร ทั้งยังสามารถเช็คและป้องกันน้ำรั่วได้ด้วย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำในชีวิตประจำวัน อาทิ เปลี่ยนวิธีล้างจาน ด้วยการรองน้ำใส่กะละมังหรือซิงค์แล้วค่อยนำจานมาล้าง หรือรวมกันจำนวนมากค่อยล้าง จะช่วยประหยัดน้ำได้มาก การรีไซเคิลน้ำล้างจาน ซักผ้า สามารถใช้ล้างพื้น ทางเดินภายนอก รดน้ำต้นไม้

อีกแนวทางสำคัญ การอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เพราะต้นไม้และป่าเป็นต้นกำเนิดของแหล่งน้ำ เมื่อต้นไม้ถูกตัดก็ไม่มีแหล่งดูดซึมน้ำฝนและก่อให้เกิดสภาวะแห้งแล้งตามมา .... ทุกภาคส่วนต้องทบทวน และวางแนวทางบริหารจัดการน้ำ แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน เพื่อจะไม่ต้องเผชิญปัญหาและผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า