ในที่สุดความคาดหวังที่หลายคนรอคอย ก็เป็นจริง
เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2559 ได่ผ่านมติความเห็นชอบ โครงการ “บ้านประชารัฐ” ด้วยวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษ 7 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อยกว่า 4-5 หมื่นราย มีโอกาสซื้อที่อยู่อาศัยของตัวเอง ด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษเฉลี่ยราว 4% ตามที่เคยเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้
รายละเอียดโครงการนี้ กำหนดให้แบงก์รัฐ ประกอบด้วยธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์, และธนาคารกรุงไทย จัดสินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย หรือพรีไฟแนนซ์ สำหรับผู้พัฒนาโครงการวงเงินรวม 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นออมสิน ธอส.และกรุงไทย แห่งละ 1 หมื่นล้านบาท ส่วนวงเงินอีก 4 หมื่นล้านบาท เป็นการปล่อยกู้ให้กับประชาชนทั่วไปในการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งมีราคาขายไม่เกิน 1.5 ล้านบาท โดยธอส.และออมสินจะปล่อยสินเชื่อแห่งละ 2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะสามารถช่วยผู้มีรายได้น้อย ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองได้ประมาณ 4-5 หมื่นราย
ที่สำคัญโครงการนี้ไม่ได้เป็นการส่งเสริม การพัฒนาที่อยู่อาศัยโครงการใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นโครงการที่ให้สิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ใหม่ ที่สร้างเสร็จและขายอยู่ในตลาดด้วย ซึ่งหมายความว่าโครงการต่างๆ ที่พัฒนาเพื่อขายมาก่อนหน้านี้ หากมีรายละเอียดราคาขายไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ก็สามารถเข้าร่วมโครงการสินเชื่อบ้านประชารัฐได้ด้วย ซึ่งในกรณีนี้โครงการก่อสร้างไปแล้วอาจไม่ได้ในส่วนของสินเชื่อผู้ประกอบการเพื่อการก่อสร้าง แต่จะได้สิทธิ์ในฝั่งลูกค้า หรือผู้บริโภคผู้มีรายได้น้อย ในกรณีซื้อที่อยู่อาศัยจะได้สิทธิ์ในการขอสินเชื่อบ้านประชารัฐ ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษดังกล่าว ถือเป็นการส่งเสริมประชาชนผู้มีรายได้น้อย ให้ซื้อที่อยู่อาศัยภายใต้เงื่อนไขดอกเบี้ยตำ
เงื่อนไขการกู้ซื้อบ้านนั้น จะต้องไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมาก่อน หรือเป็นบ้านหลังแรก ราคาที่อยู่อาศัยรวมที่ดินไม่เกิน 1.5 ล้านบาท สำหรับการกู้เพื่อต่อเติมหรือซ่อมแซมนั้น ผ่อนปรนให้ผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยได้ แต่ให้กู้ไม่เกิน 5 แสนบาท ในส่วนของโครงการเอกชนที่จะร่วมโครงการนั้น ภาคเอกชนจะต้องเป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง รวมทั้งค่าใช้จ่ายส่วนกลางในปีแรก และต้องให้ส่วนลดพิเศษไม่น้อยกว่า 2% จากราคาขายสุทธิ
สำหรับอัตราดอกเบี้ยนั้น หากวงเงินกู้ไม่เกิน 7 แสนบาท ปีแรกดอกเบี้ย 0% ปีที่ 2-3 ดอกเบี้ย 2% ผ่อนต่อเดือน 3 พันบาท ปีที่ 4-6 ดอกเบี้ย 5% ผ่อนต่อเดือน 4 พันบาท และปีที่ 7-30 ดอกเบี้ยลอยตัว หรือผ่อนต่อเดือน 4.5 พันบาท หากวงเงินกู้เกิน 7 แสนบาท ถึง 1.5 ล้านบาท ปีที่ 1-3 ดอกเบี้ย 3% ผ่อนต่อเดือน 7.2 พันบาท ปีที่ 4-6 ดอกเบี้ย 5% ผ่อนต่อเดือน 8.6 พันบาท ปีที่ 7-30 ดอกเบี้ยลอยตัว ผ่อนต่อเดือนตั้งแต่ 8.9-9.1 พันบาท
นอกจากนี้ยังมี โครงการบ้านประชารัฐ ที่จะดำเนินการก่อสร้างโครงการบนที่ดินของกรมธนารักษ์ด้วย ซึ่งกระทรวงการคลังจะมีการนำเสนอรายละเอียดของโครงการ ให้ที่ประชุมครม.พิจารณาในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า
ดูจากรายละเอียดนี้ ถือว่าเป็นการส่งเสริมผู้มีรายได้น้อยซื้อที่อยู่อาศัยในรูปแบบใหม่ ที่ให้โอกาสผู้ซื้อมากกว่าผู้ขาย ซึ่งในฝั่งผู้ขายหากต้องการเข้าร่วมต้องปรับขนาดและแบบบ้าน พร้อมกำหนดราคาขายสูงสุดไม่เกินราคาที่กำหนด และรับภาระค่าโอนค่าจดจำนองแทนลูกค้า จึงถือเป็นแนวทางการส่งเสริมรูปแบบใหมบ้านประชารัฐ ที่น่าจะช่วยทั้งการดูดซับตลาดที่สร้างเสร็จแล้ว และผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการซื้อบ้าน หรือผู้ที่เริ่มต้นทำงานต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเป็นบ้านหลักแรก ได้ระดับหนึ่ง






