สถานการณ์ของรัฐบาล คสช.ตอนนี้ต้องบอกว่าออกอาการ “เป๋”
ส่วนตัวมองว่า “เป๋” มาตั้งแต่เจอตั้งคำถามเรื่องอุทยานราชภักดิ์
วันนี้องค์กรตรวจสอบทุกองค์กรสรุปว่าไม่มีทุจริต แต่กลับไม่ค่อยมีใครเชื่อ เพราะสิ่งที่คนเขาอยากรู้กันแต่ท่านยังไม่มีคำตอบ คือ ท่านรับเงินบริจาคมาทั้งหมดเท่าไร เอาไปใช้ก่อสร้างอะไรบ้าง เป็นเงินเท่าไร และยอดเงินบริจาคเหลืออยู่อีกเท่าใด
เมื่อตอบไม่ได้ ตอบช้า หรือไม่ยอมตอบ ความเชื่อมั่นในความสุจริตโปร่งใสซึ่งเป็น “จุดแข็ง” ของ คสช.ก็ลดต่ำลง
การเมืองไทยก็เหมือนกับการเมืองของทุกประเทศทั่วโลก คือ ผู้ปกครองจะอยู่ในอำนาจได้ก็เพราะประชาชนยังเชื่อมั่นสนับสนุน เมื่อประชาชนไม่เชื่อมั่น ปัญหาอื่นๆ ก็จะถาโถมและอยู่ยาก
ปีนี้หลายคนเชื่อว่าเป็นปี “เผาจริง” เพราะนอกจากเศรษฐกิจจะมีปัญหาต่อเนื่องมา ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการมีรัฐบาลจากการรัฐประหารแล้ว รัฐบาลคสช.ยังต้องเผชิญกับปัญหาภัยแล้ง ซึ่งแทบไม่มีทางแก้ได้เลย รวมถึง “เผือกร้อน” เรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่
ขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยลบทางการเมืองที่ทำให้ผู้มีอำนาจ “กลืนไม่เข้า คายไม่ออก” เพราะหากเขียนกติกาประเทศแบบที่ฝ่ายการเมืองต้องการ หลังเลือกตั้งมีหวังกลุ่มอำนาจเดิมกลับมา บรรดาขุนทหารใน คสช.ก็จะลำบาก
แต่หากเขียนสร้างกลไกต่อท่อสืบทอดอำนาจ ตามที่อ้างกันอยู่ในขณะนี้กรณี “ส.ว.สรรหา” เพื่อเดินหน้าปฏิรูปช่วงเปลี่ยนผ่านการเมือง ก็จะถูกต่อต้าน และสุ่มเสี่ยงบานปลาย โดยเฉพาะหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ แรงกดดันจะกลับไปที่ คสช.ว่าจะเอาอย่างไร กระทบโรดแมพที่นานาชาติจับจ้องอยู่หรือไม่
เซียนการเมืองที่จับกระแสนี้ได้จึงออกมาขย่มซ้ำทันที ไม่ใช่เพียงแค่อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร แต่ยังมี “พ่อใหญ่จิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ด้วย
อดีตนายกฯจิ๋ว เพิ่งเปิดบ้านแถลงข่าวไปเมื่อ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา สารบางส่วนส่งสัญญาณเตือนถึงสถานการณ์ภาคใต้ว่ามีกลุ่มใหม่ชื่อ “แบล็คสวอน” เตรียมก่อเหตุ แถมโยงไอเอส ฝากเตือนหน่วยงานด้านการข่าวเฝ้าระวังให้ดี ถัดจากนั้น 2 วัน คือ 27 ก.พ. ก็เกิดคาร์บอมบ์ที่ปัตตานี
คนความจำดีบอกว่า เมื่อปีที่แล้ว “พ่อใหญ่จิ๋ว” ออกมาขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวทางการเมือง ถัดจากนั้นไม่กี่วันก็เกิดคาร์บอมบ์ที่เกาะสมุย
ต้องยอมรับว่าจังหวะแกดีจริงๆ และการข่าวก็แม่นสุดๆ ไม่ทิ้งลาย “ขงเบ้งแห่งกองทัพ” ซึ่งยังมีลูกน้องคนสนิทมือดีๆ ทำงานด้วยมากมาย
การออกมาเปิดบ้านแถลงอีกรอบเมื่อวานนี้ ฝ่ายความมั่นคงจึงถอดรหัสกันวุ่นวาย โดยเฉพาะที่ “พ่อใหญ่จิ๋ว” พูดถึงยุทธศาสตร์ที่ 3 รวบรวมคนไว้แก้ปัญหาบ้านเมือง ทั้งเรื่องความยากจน และความขัดแย้ง ตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณยื่นข้อเสนอเรื่อง “รัฐบาลแห่งชาติ” หรือ “รัฐบาลปรองดอง” หรือไม่
เพราะทั้งปมรัฐธรรมนูญและปัญหาภัยแล้ง ตลอดจนเรื่องวุ่นๆ ในวงการสงฆ์ ล้วนบานปลายกลายเป็นสถานการณ์มวลชนเผชิญหน้าได้ทั้งสิ้น
ส่วนเรื่องภาคใต้ “พ่อใหญ่จิ๋ว” แม่นอีกตามเคย พูดเตือนฝ่ายความมั่นคงตอนเช้าว่า จะดับไฟใต้ต้องเข้าใจปัญหาที่แท้จริงเสียก่อน ตกบ่ายก็เกิดเหตุป่วนที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ในวันครบรอบ 56 ปีสถาปนาบีอาร์เอ็น
มีรายงานขณะเขียนบทความนี้ว่า คนร้ายยิงออกมาจากโรงพยาบาลเจาะไอร้อง!!!
หลังจากนี้คงมีอะไรตามมาอีกแน่...






