วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยในบริบทของการทูตพหุภาคี

ไทยได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายทางการทูตในระดับทวิภาคี เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับประเทศคู่เจรจาสองฝ่ายมา

ซึ่งเมื่อพิจารณาผลการดำเนินการในอดีตสะท้อนให้เห็นว่ากระทรวงต่างประเทศของเราได้รับความสำเร็จในการใช้เครื่องมือทางการทูตทวิภาคี โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสายตาของประเทศที่ยอมรับการดำเนินนโยบายระหว่างประเทศของไทย ซึ่งมีภาพเป็นกลางไม่รุนแรงสุดโต่งไปทางใดทางหนึ่ง

หลังจากที่ไทยประสบปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองที่ต่อเนื่องมา ประกอบกับการดำเนินการทูตทวิภาคีเพียงมิติเดียวไม่สามารถรับมือความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศภายใต้บริบทของกระบวนการโลกาภิวัติน์ ที่ประเทศต่างๆ เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการยกระดับการมาตรฐานด้านสังคมและการปกครองภายในของประเทศคู่เจรจา ส่งผลให้ปัญหาความไม่สงบภายในของเรากระทบกับสถานภาพของประเทศในการเจรจากับประเทศต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สุดท้ายส่งผลให้การดำเนินนโยบายระหว่างประเทศของไทยในระดับทวิภาคีไม่ราบรื่นเหมือนในอดีต จึงเริ่มตระหนักถึงข้อจำกัดของการดำเนินการทูตทวิภาคี ด้วยเหตุนี้รัฐบาลของประเทศอื่นจึงหันมาให้ความสำคัญกับการทูตพหุภาคีมากขึ้นและใช้ควบคู่กันไป

การดำเนินนโยบายระหว่างประเทศในระดับพหุภาคีเป็นเครื่องมือทางการทูตที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในยุคปัจจุบัน (Diplomacy in the 21st Century) เพราะเป็นกรอบการดำเนินนโยบายระหว่างประเทศที่มีบริบทมากกว่าเพียงการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทวิภาคี ประกอบกับการทูตพหุภาคีครอบคลุมมิติที่หลากหลายทั้งด้านเศรษฐกิจการค้าเทคโนโลยีและทุนทางปัญญา ตลอดจนมีบริบทที่รวมถึงผู้เล่นใหม่ ด้วยเหตุนี้การทูตพหุภาคีจึงกลายเป็นเครื่องมือในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ได้รับความนิยมมากขึ้น

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2558 นายอภิชาติ ชินวรรโณ เอกอัครราชทูตณกรุงปารีสในขณะนั้นได้เข้าร่วมประชุมการประชุมระดับรัฐมนตรีของกลุ่ม 77 (G77) ในฐานะผู้แทนพิเศษของรัฐมนตรีต่างประเทศในช่วงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก เพื่อรับตำแหน่งประธานกลุ่ม G77 สำหรับวาระปี 2559 โดยมีนายบันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ และผู้แทนจากประเทศสมาชิกเข้าร่วม

วาระปี 2559 สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศและเป็นการแสดงความพร้อมและบทบาทนำของไทยในการสานต่อความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนาภายใต้การดำรงตำแหน่งประธานกลุ่ม G77 ไทยจะยึดมั่นในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและประชาธิปไตยของเศรษฐกิจโลกรวมถึงการส่งเสริมผลประโยชน์และผลักดันประเด็นที่กลุ่ม 77 ให้ความสำคัญนอกจากนี้ประเทศไทยจะแสดงบทบาทเป็นสะพานเชื่อมระหว่างประเทศสมาชิกกับองค์กรระหว่างประเทศ

ในวันที่ 30 กันยายนปีก่อน นายชุติน ทรคงศักดิ์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยและประธานประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue Senior Officials’ Meeting - ACD SOM) ซึ่งจัดคู่ขนานกับการประชุม UNGA70 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ โดยมีผู้แทนสมาชิก ACD 21 ประเทศเข้าร่วม

ในการประชุมประเทศสมาชิกได้เป็นสักขีพยานการรับตำแหน่งประธาน ACD ของไทยต่อจากซาอุดีอาระเบีย จนถึงกันยายน 2559 ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรี ACD ครั้งที่ 14 ในวันที่ 9 และ 10 มีนาคม ไทยได้เน้นความสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือภายใต้ ACD ในทุกมิติโดยเฉพาะประเด็นความเชื่อมโยงในภูมิภาค ACD และวิสัยทัศน์ ACD ค.ศ.2030 และร่วมพิจารณารับรองร่างแผนพัฒนาความเชื่อมโยงในภูมิภาคและเอกสารวิสัยทัศน์ ACD เพื่อจะเป็นผลลัพธ์ของการประชุมสุดยอดผู้นำ ACD ครั้งที่ 2 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในไตรมาสสุดท้ายปีนี้

แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ก็เป็นก้าวสำคัญของการปรับเปลี่ยนบทบาทด้านการระหว่างประเทศใหม่ของไทยในบริบทของโลกที่ไร้พรมแดน ทั้งนี้ความสำเร็จระยะยาวที่ยั่งยืน จะต้องเป็นการพัฒนาศักยภาพร่วมของทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ที่จะประสานการทำงานเพื่อผลักดันให้ประเทศของเราได้รับการยอมรับจากสังคมโลกเหมือนในอดีต

--------------------

บัณฑิต หลิมสกุล

เลขาธิการกรอบความร่วมมือเอเซีย

Secretary General, Asia Cooperation Dialogue (ACD)