ข่าว“ภัยแล้ง” ปีนี้ดูเหมือนมีสัญญาณบ่งชี้ความรุ่นแรง
มากกว่าหลายปีที่ผ่านมา และผลกระทบอาจไม่จำกัดเฉพาะในการทำเกษตรกรรม แต่อาจรวมถึงน้ำกินน้ำใช้ ทั้งของภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และประชาสังคมเมือง เป็นเหตุให้หลายหน่วยงานตื่นตัวออกประกาศเตือนรับมือภัยแล้ง ในฤดูร้อนปี 2559 กันอย่างคึกคัก
ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มี.ค.2559 ที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือปภ. ได้รายงานข้อมูลว่า ขณะนี้มีจังหวัดที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน(ภัยแล้ง) แล้วจํานวน 12 จังหวัด รวม 48 อําเภอ 226 ตําบล 1,989 หมู่บ้าน ประกอบด้วย ภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ พะเยา สุโขทัย นครสวรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา นครพนม มหาสารคาม บุรีรัมย์ ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี เพชรบุรี และภาคตะวันออก 1 จังหวัด คือ สระแก้ว เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งที่มีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มมากขึ้น
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ย้ำให้จังหวัดตรวจสอบปริมาณน้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะ และแหล่งน้ำตามธรรมชาติในพื้นที่ พร้อมสำรวจจุดเสี่ยงที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก เพื่อวางแผนรับมือและจัดสรรน้ำให้เพียงพอต่อการใช้งาน กรณีแหล่งน้ำสำรองไม่เพียงพอ เน้นการจัดหาน้ำสนับสนุนเพิ่มเติม ด้วยการนำน้ำใต้ดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ การสูบน้ำสนับสนุนแหล่งน้ำดิบ พร้อมใช้รถบรรทุกน้ำจัดส่งน้ำให้กับพื้นที่ขาดแคลนน้ำ โดยแบ่งมอบพื้นที่ในการดูแลรับผิดชอบอย่างชัดเจน
รวมทั้งใช้กลไกของฝ่ายปกครอง ทั้งนายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง จัดชุดปฏิบัติการสำรวจเส้นทางการไหลของน้ำ เพื่อป้องกันมิให้มีการปิดกั้นและลักลอบสูบน้ำนำไปใช้ผิดประเภท จนส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาและน้ำในการผลักดันน้ำเค็ม
นอกจากนี้การประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.) ได้รายงานว่าขณะนี้ยังไม่มีการหยุดจ่ายน้ำ แต่มีการปรับจ่ายน้ำเป็นเวลา และแบ่งโซนจ่ายน้ำ เพื่อจัดสรรการใช้น้ำอย่างประหยัด เช่น กปภ.ท่าตะโก กปภ.หนอกเรือ กปภ.ปักธงชัย และ กปภ.กันตัง ส่วนการประปาฯที่มีการลดอัตราการจ่ายน้ำ ได้แก่ กปภ.ชนแดน กปภ.พิมาย กปภ.บ้านบึง กปภ.พนัสนิคม กปภ.ศรีประจันต์ และกปภ.สวนผึ้ง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจัดสรรการใช้น้ำด้วยความประหยัดและทั่วถึง
ปรากฎการณ์ภัยแล้งปีนี้ เป็นความตื่นตัวเตรียมรับมือสถานการณ์ ซึ่งอธิบดีกรมการค้าภายในยืนยันว่า ภัยแล้งปีนี้ยังไม่กระทบสินค้าเกษตร ราคาพืชผักยังทรงตัว ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกแต่ต้องตระหนักถึงภาวะภัยแล้ง เพื่อจะได้ร่วมแรงร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่า
ส่วนในกรุงเทพมหานครเอง ทางการได้ประกาศให้ประชาชนใช้น้ำอย่าประหยัด เพราะเกรงว่าผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง อาจทำให้น้ำดิบที่นำมาผลิตน้ำประปาไม่พอเพียง ซึ่งจะก่อปัญหาขาดน้ำได้ อันที่จริงการใช้น้ำ ทั้งของภาคธุรกิจ ครัวเรือน และหน่วยงานต่างๆ สิ่งสำคัญทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันประหยัดการใช้ เพื่อการใช้น้ำให้คุ้มค่า ลดค่าใช้จ่าย ลดความสูญเสีย ไม่ว่าจะมีสถานการณ์ภัยแล้งหรือไม่ การใช้น้ำอย่างประหยัด ควรทำเป็นกิจวัตรประจำ เพื่อการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่า ไม่ใช่เพียงเพื่อแก้ปัญหารับมือภัยแล้งเท่านั้น






