กรณีทุจริตคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม “เป็นเท็จ”
ของสำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 สั่งคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้บริษัทผู้ขอคืนภาษี 25 บริษัท “พ่นพิษ” ไปถึงข้าราชการที่ร่วมขบวนการ
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พบว่ามีเงินขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าบัญชีเงินฝาก “สุวัฒน์ จารุมณีโรจน์” อดีตข้าราชการสรรพากร พื้นที่กรุงเทพมหานคร 27 เป็นจำนวนมาก
กรรมการ ป.ป.ช. สุภา ปิยะจิตติ ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวน สั่งให้ สุวัฒน์ จารุมณีโรจน์ แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุคคลอื่นที่ถือทรัพย์สิน ไว้แทน
ระหว่างนั้น มีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง กับการร่ำรวยผิดปกติของ สุวัฒน์ จารุมณีโรจน์ คู่สมรส บุตร และบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นการชั่วคราว จำนวน 49,972,033.62 บาท
อนุกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณารายงานผลการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า มีเงินจากกลุ่มบริษัทผู้ประกอบการส่งออก ที่ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยมิชอบ 26 บริษัท ฝากเข้าบัญชีเงินฝาก สุวัฒน์ จารุมณีโรจน์ และบุคคลใกล้ชิด 415 ล้านบาทเศษ และยังตรวจพบทรัพย์สิน สุวัฒน์ จารุมณีโรจน์ ทั้งที่อยู่ในชื่อ สุวัฒน์ คู่สมรส บุตร และญาติพี่น้องของคู่สมรส รวมทั้งพฤติการณ์ที่นำทรัพย์สินไปไว้ในชื่อของนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง สุวัฒน์ ไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินได้
มติป.ป.ช. 1 มีนาคม ชี้ว่า สุวัฒน์ ซึ่งมีตำแหน่งนักวิชาการสรรพากรชำนาญการพิเศษ ร่ำรวยผิดปกติ 597 ล้านบาทเศษ ให้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องต่อศาล ให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน
กรณีทุจริตคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม “เป็นเท็จ” ป.ป.ช. ได้ไต่สวนข้อเท็จจริง อีกหลายราย คือ ศุภกิจ ริยะการ สรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 และ สาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร
27 ตุลาคม 2558 ป.ป.ช.มีมติ สาธิต ได้รับผลประโยชน์โดยมิชอบ 179 ล้านบาทเศษ นำไปซื้อทองคำแท่ง ที่สาธิต เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์
16 ก.พ.2559 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี ลงโทษไล่ “สาธิต รังคสิริ” ออกจากราชการ
ก่อนหน้านี้ 26 กุมภาพันธ์ 2558 มติป.ป.ช. มีคำสั่งอายัดทรัพย์สิน ศุภกิจ ริยะการ หรือสิริพงศ์ ริยะการธีรโชติ และผู้ที่เกี่ยวข้องไว้เป็นการชั่วคราวได้แก่ เงินฝาก เงินลงทุน ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และยานพาหนะ รวมมูลค่าประมาณ 48 ล้านบาทเศษ
โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ ทั้งในชื่อ สิริพงศ์ อดีตคู่สมรส บุตร และบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมมูลค่า 31 ล้านบาท
เงินในบัญชีเงินฝาก 11 ล้านบาทเศษ ของ สิริพงศ์ มีการถอนไปฝากเข้าบัญชีเงินฝากอื่น ซื้อที่ดิน รถยนต์ ในชื่อ สิริพงศ์ และบุตร รวมเป็นเงิน 3,917,317 บาท จึงเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยร่ำรวยผิดปกติด้วย ส่วนเงินคงเหลือ 7,965,682 บาท ให้ดำเนินการกับทรัพย์สินอื่นของ สิริพงศ์ อดีตคู่สมรส และบุตร ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งอายัดไว้เป็นการชั่วคราวแล้ว
รวมทรัพย์สินที่ป.ป.ช.สั่งยึด อายัด ของสาธิต สิริพงศ์ และสุวัฒน์ รวม 808 ล้านบาทเศษ ทั้งหมดเป็นทรัพย์สินที่มาจาก “ส่วย สรรพากร”









