บทบันทึกคำสอนอันล้ำค่าของ อ.ป๋วย

บทบันทึกคำสอนอันล้ำค่าของอ.ป๋วย ผ่านคำบอกเล่าจาก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล
แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานหลายสิบปี กระทั่งก้าวเข้าสู่ 100 ปีชาตกาล ศ. ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ แต่บทบันทึกคำสอน อันเปี่ยมไปด้วยคุณค่าต่อการดำเนินชีวิตในทุกมิติ
ทั้งการถือครองชีวิต การปฏิบัติหน้าที่การงาน หรือการหยิบยื่นความช่วยเหลือให้โอกาสผู้อื่นได้พัฒนาตนเอง ยังเป็นแนวคิดหลักที่ประทับอยู่ในความทรงจำของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นผู้บอกเล่าคำสอน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นแนวความคิดที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อสังคมส่วนรวมและในมิติที่ลงลึกถึงการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคล
ยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง
“สมัยผมยังเด็ก เวลาอ่านหนังสือพิมพ์ก็จะเห็นภาพ อ.ป๋วย ท่านเป็นข้าราชการที่เก่ง ไม่ว่าปัญหาใด ท่านสามารถแก้ไขให้ลุล่วงได้หมด อีกทั้งเป็นข้าราชการที่รักษาความซื่อสัตย์ จำได้แม่นว่า สมัยนั้นบ้านเมืองมีการวางท่อประปาและเกิดการคดโกง อ.ป๋วยท่านก็ลงพื้นที่ยืนตรวจงานอยู่ในท่อประปาขนาดใหญ่ใต้ดิน ลงมือแก้ปัญหาการโกง นี่เป็นสิ่งที่ผมเห็นมาตั้งแต่เด็ก”
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ย้อนภาพความทรงจำในอดีต ในฐานะที่ได้เข้ารับการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตรงกับช่วงที่ ศ. ดร.ป๋วยดำรงตำแหน่งคณบดีของคณะเศรษฐศาสตร์ ประสบการณ์ในตอนนั้น “นับเป็นช่วงที่ผมได้สัมผัสความเก่งของ อ.ป๋วย ท่านเก่งมากจริง ๆ ครับ ท่านสามารถพูดเรื่องยากให้เป็น เรื่องง่าย อ.ป๋วยไปพูดที่ไหน ใครก็อยากไปฟัง เมื่อได้ซึมซับความเก่งของ อ.ป๋วย จึงพลอยทำให้ชอบวิชาเศรษฐศาสตร์มากขึ้น นี่ก็เป็นสิ่งที่ประทับใจ แม้ว่าท่านจะมีอุดมการณ์เป็นที่ตั้ง ยึดถือความถูกต้องเสมอ แต่
ขณะเดียวกันก็คุยได้เถียงได้ รับฟังเด็กนะ ไม่ใช่ไม่รับฟัง ท่านเป็นกันเองกับลูกศิษย์ลูกหา”
จากมุมมองของศิษย์ที่เฝ้าสังเกตและเรียนรู้แนวความคิดของผู้เป็นอาจารย์ มาจนถึงวันที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2544 “เมื่อเข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้ว่าการ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นเรื่องความซื่อสัตย์ของ อ.ป๋วย แต่ที่เห็นเพิ่มขึ้น คือ ในการทำงาน อ.ป๋วยจะยึดถือความถูกต้องเป็นหลัก และกล้าสู้ด้วย สู้กับผู้มีอำนาจทางการเมืองไม่ว่าจะสมัยใดก็ตาม ถ้าไม่ถูกต้อง อ.ป๋วยจะยึดถือความถูกต้อง ขอมาให้แก้โน่นแก้นี่ ท่านก็ไม่แก้ จะแก้ก็ต่อเมื่อมันถูกต้องเท่านั้น ในประวัติ อ.ป๋วยเคยต่อสู้กับผู้มีอำนาจ เรื่องที่จะมาใช้อำนาจโดยให้บริษัทต่างชาติมารับจ้างพิมพ์ธนบัตร ซึ่งเป็นบริษัทที่ไม่มีตัวตน อ.ป๋วยก็ต่อสู้และไม่ยอม จนเป็นผลให้ยกเลิกไป
สำหรับผมถือว่า ไม่เพียงยึดความถูกต้องเท่านั้น แต่ อ.ป๋วยยังกล้าต่อสู้เพื่อความถูกต้องด้วย ไม่เคยกลัว ว่าจะถูกย้าย ซึ่ง อ.ป๋วยก็เคยถูกย้าย เนื่องจากไปขัดใจผู้มีอำนาจเพราะไม่ยอมเซ็นอนุมัติอะไรบางอย่างให้ท่านก็ถูกย้ายไป ท่านก็ไปทำงานในที่ใหม่โดยยึดถือความถูกต้องตามเดิม นอกเหนือจากการเป็นบุคคลที่ซื่อสัตย์แล้ว เพื่อนผม (รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์) ยังใช้คำว่า อ.ป๋วยซื่อสัตย์มากพอที่จะเรียกร้องให้คนอื่นซื่อสัตย์ตามได้ หมายความว่า ท่านซื่อสัตย์จนกระทั่งทุกคนสามารถยึดถือท่านเป็นแบบอย่างได้”
รู้จักการเป็นผู้ให้
อีกหนึ่งบทเรียนสำคัญที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร จดจำได้ไม่มีวันลืม คือ การดำรงชีวิตอย่างสมถะและรู้จักหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ผู้อื่นในโอกาสที่เหมาะสม “ในชีวิตปกติ อ.ป๋วยเป็นคนสมถะ ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ได้อยู่อย่างฟุ่มเฟือย ผมอ่านเจอในเอกสารของท่านบอกไว้ว่า มนุษย์เราต้องรู้จักคำว่าบริจาคด้วย ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ท่านจะแบ่งเงินเดือนส่วนหนึ่งของท่านไว้บริจาค ซึ่งเงินเดือนของท่านเองก็ไม่ได้มากนัก”
“ท่านเป็นคนที่ลูกน้องรักมาก ท่านจะห่วงใยลูกน้อง โดยเฉพาะลูกน้องที่ตำแหน่งน้อย รายได้น้อย อ.ป๋วยจะห่วงใยมาก อาทิ นักการภารโรง อ.ป๋วยจะห่วงใยมากที่สุด แม้กระทั่งตอนที่ท่านทำงานอยู่หลายตำแหน่ง เป็นทั้งผู้ว่าการแบงก์ชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ตลอดจนเป็น คณะกรรมการของสภาพัฒน์ด้วย เหล่านี้ส่งผลให้ท่านต้องเดินทางไปประชุมบ่อย แต่ในการประชุมทุกครั้ง ด้วยความที่งานมันเยอะ จึงต้องมีคนคอยเตรียมเอกสารให้เมื่อท่านได้เบี้ยประชุมมา ท่านจะแบ่งให้คนเตรียมเอกสารทันที เพราะว่าเขาทำงานมาให้ ท่านเก็บไว้ส่วนหนึ่งและอีกส่วนท่านก็แบ่งให้ ทุกคนจึงประทับใจว่าท่านนึกถึงงานที่ทำให้ ตามปกติใครได้ทำงานให้ท่านก็ดีใจแล้ว แต่ อ.ป๋วยยังนึกถึงงานที่เราทำอีก กลายเป็นสิ่งที่ลูกน้องเก่าๆ ประทับใจมาก”
ไทยต้องสร้างไทย...เพื่อรากฐานอันมั่นคง
“อ.ป๋วยเคยกล่าวว่า คนเราหากไม่พะวงรักษาเก้าอี้ ก็มักจะตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ฉะนั้น เวลาทำงาน เราอย่าไปนึกเลยว่า ต้องตัดสินไปแบบนี้จึงจะไม่หลุดจากเก้าอี้ มันไม่ใช่นะ เราควรยึดความถูกต้องก่อน ถ้าจะหลุดก็หลุด ทำไปก่อน ยึดความถูกต้องก่อน นี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้แบงก์ชาติเจริญเติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้ ผมคิดว่า อ.ป๋วยเป็นส่วนสำคัญเลยครับ”
ตลอดระยะเวลาการทำงานทั้งหมด 12 ปี ในฐานะผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ของ ศ. ดร.ป๋วย ซึ่งได้ชื่อว่าอยู่ในตำแหน่งนานที่สุด ได้วางรากฐานเกือบทุกสิ่งอย่างที่ธนาคารกลางของประเทศพึงมีไว้อย่างครบถ้วน “ผมคิดว่า อ.ป๋วยได้วางรากฐานให้เกือบทุกสิ่ง ทั้งในระบบธนาคารพาณิชย์ หรือเครื่องมือทางการเงินที่สากลใช้ อ.ป๋วยได้พิจารณาและนำมาใช้ เช่น อัตราเงินสำรอง แต่ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ อ.ป๋วยยังสร้างนักเรียนทุน เพราะท่านคิดว่าประเทศจำเป็นต้องมีคนเก่งสืบงานต่อเนื่อง ซึ่งนักเรียนทุนการศึกษาของ อ.ป๋วย จนถึงตอนนี้กลายเป็นผู้ว่าการมาหลายคนแล้ว และปัจจุบันยังเป็นกำลังสำคัญของธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ นี่เป็นสิ่งที่ อ.ป๋วยสร้างไว้”
ที่สำคัญ ในประวัติศาสตร์ของการขับเคลื่อนระบบการธนาคารพาณิชย์ไทย ศ. ดร.ป๋วยได้สร้างเสาหลักที่แข็งแกร่งให้กับระบบการธนาคารพาณิชย์ไทยสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง ได้แก่ การออกพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 ท่ามกลางสภาพแวดล้อมในช่วงที่ธนาคารพาณิชย์ของต่างประเทศเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบ อีกทั้งเป็นช่วงเริ่มต้นถือกำเนิดระบบธนาคารพาณิชย์ของไทย ส่วนใหญ่ยังเป็นธนาคารขนาดเล็ก ขาดกำลังต่อรองที่จะมาแข่งขันกับแบงก์ต่างชาติ
“อ.ป๋วยท่านคิดว่า ถ้าไม่มีอะไรช่วยบ้าง ธนาคารพาณิชย์ไทยคงไม่สามารถแข่งกับธนาคารพาณิชย์ต่างชาติได้ ท่านต้องการให้ธนาคารพาณิชย์ไทยเติบโตจนมีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจไทย ท่านจึงตัดสินใจกำหนดเป็นมาตราไว้หนึ่งมาตรา ระบุว่า ห้ามมิให้ธนาคารพาณิชย์ต่างชาติเปิดสาขาอีกต่อไป มีเพียงเฉพาะธนาคารไทยเท่านั้นที่สามารถเปิดสาขาได้ หลังจากนั้นธนาคารไทยก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด จะบอกว่ากีดกันไหม ท่านได้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าต้องการให้ธนาคารพาณิชย์ไทยเติบโตเสียก่อน เพราะพวกเราก็ยังเพิ่งเริ่มต้น ท่านยึดหลักว่าไทยต้องสร้างไทยให้ได้ก่อน”
สืบสานปณิธาน...สู่ 100 ปีชาตกาล ป๋วย อึ๊งภากรณ์
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ยังดำรงตำแหน่งสำคัญในฐานะกรรมการและเลขานุการมูลนิธิอาจารย์ป๋วย รวมถึงเป็นประธานกรรมการสถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์ ซึ่งทั้งสองตำแหน่งต่างมีวัตถุประสงค์ในการสืบทอดปณิธานแห่งความจริง ความงาม ความดี และการพัฒนาที่ควรให้เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของทุกคน โดยได้กล่าวทิ้งท้ายถึงบุคคลอันเป็นที่เคารพยิ่งอย่าง ศ. ดร.ป๋วย ไว้ว่า “หากใช้คำกล่าวนี้ก็อาจไม่เกินไปนัก ผมคิดว่า อ.ป๋วย ท่านคือ ปูชนียบุคคลอันเป็นแบบอย่างที่พวกเราควรเจริญรอยตาม หากใครมีโอกาสได้อ่านประวัติ อ.ป๋วย ยึดถือและนำไปปฏิบัติ ก็เท่ากับการได้ทำความดีไปด้วย หากข้าราชการทั้งประเทศยึดแบบแผนของ อ.ป๋วย ประเทศนี้คงเจริญก้าวหน้าได้อีกมาก”
ในโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาล ศ. ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ในปี 2559 นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทางไปกับเรื่องราวมากมายในองค์กรแห่งนี้ตลอด 12 ปีของ “ผู้ว่าการป๋วย” ผ่านมุมมองหลากมิติจากอดีตผู้ร่วมงาน อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นักวิชาการ และพนักงานปัจจุบัน ด้วยภาพยนตร์สารคดีขนาดสั้น “ความจริง ความงาม ความดี” ป๋วย อึ๊งภากรณ์ กับธนาคารแห่งประเทศไทย จำนวน 5 ตอน เพื่อส่งต่อมรดกทางอุดมคติที่อยู่เหนือกาลเวลาของ ศ. ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ให้แพร่หลายยิ่งขึ้นได้ทาง www.bot.or.th ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2559
คัดย่อจาก BOT พระสยาม Magazine







