ในยุค 80 มีทีวีซีรีส์ระดับตำนาน นั่นคือ แม็คไกเวอร์ ยอดคนสมองเพชร ที่เป็นเรื่องราวของพระเอกที่มีความสามารถด้านวิทยาศาสตร์
ในยุค 80 มีทีวีซีรีส์ระดับตำนาน (ในมุมมองของผม ที่ยังจำได้มาจนทุกวันนี้) เป็นเรื่องหนึ่งซึ่งผมชอบดูมากและประทับใจจนทำให้เป็นคนชอบการประดิษฐ์และวิทยาศาสตร์ ซีรีส์ดังกล่าวเป็นเรื่องราวของพระเอกหนุ่มชื่อ MacGyver ที่มีความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ สามารถใช้ทักษะดังกล่าวเอาตัวรอดจากเหตุการณ์อันตรายและเสี่ยงตาย ด้วยการหยิบจับสิ่งของต่างๆรอบตัวมาสรรสร้างเป็นอุปกรณ์ต่างๆ จนเป็นที่มาของชื่อไทยว่า “แม็คไกเวอร์ ยอดคนสมองเพชร”
และผมคิดว่างานนวัตกรรมที่เราพูดถึงกันมากในปัจจุบันต้องการคนที่มีบุคลิกลักษณะและความสามารถดังกล่าว คือเป็นคนที่มีจินตนาการ รู้ความต้องการของคน ในขณะเดียวกันก็เข้าใจในเทคโนโลยี คนพันธุ์นี้สามารถหยิบจับสิ่งนั้นมาผสมสิ่งนี้ และสร้างสรรค์เป็นสิ่งใหม่ที่มีประโยชน์
ถ้าเราลองมองย้อนกลับไปในอดีตจะพบว่าสิ่งต่างๆรอบตัวเราในทุกวันนี้ ล้วนแล้วแต่มีพัฒนาการมาเป็นลำดับ ตัวอย่างเช่น รถยนต์ ที่ให้ความสะดวกสบายในการนำพาคนให้เดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ความจริงแล้วพัฒนาการของยานยนต์มีมาตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่กลไกการทำงานของชิ้นส่วนย่อยจนถึงชิ้นส่วนหลัก (Auto-parts) การเปลี่ยนแปลงวัสดุจากโลหะมาเป็นพลาสติกคุณภาพสูง (Engineering plastic) ตลอดจนมีการเปลี่ยนแปลงรูปโฉมและเทคโนโลยีใหม่ตลอดเวลา อาทิ
- จากคาบูเรเตอร์ มาเป็นหัวฉีด
- จากดรัมเบรก มาเป็นดิสก์เบรก
- จากช่วงล่างธรรมดา มาเป็นอิสระ 4 ล้อ
- จากน้ำมันเชื้อเพลิง มาเป็นไฟฟ้า (EV)
- จากพวงมาลัยธรรมดา มาเป็นพาวเวอร์
- จากเกียร์กระปุก มาเป็นเกียร์ออโต้
- จากระบบควบคุมไฟฟ้า มาเป็นสมองกลอิเล็กทรอนิกส์
- จากกุญแจไขธรรมดา มาเป็นกุญแจสัมผัสแบบเข้ารหัส และอื่นๆอีกมากมาย
โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ยุคดิจิตอล ทุกอย่างก็กลายเป็นสมองกลอัจฉริยะ มีระบบเซนเซอร์คอยตรวจจับปรับเปลี่ยนยืดหยุ่นตามสถานการณ์และพฤติกรรมผู้ขับขี่ เราจึงสามารถรับรู้และสัมผัสได้ถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นมากมาย ยังไม่รวมถึงสิ่งที่กำลังอยู่ในขั้นตอนวิจัย เพื่อให้ได้เหมือนกับที่จินตนาการไว้ในภาพยนตร์ ประเภทลงน้ำได้หรือลอยขึ้นบนอากาศได้ ลองจินตนาการแบบผสมผสานความคิด อาทิ
Passenger car + Drone = ??? (ลอยขึ้นในแนวดิ่ง)
Passenger car + Jetplan = ??? (พุ่งขึ้นเหมือนเครื่องบิน)
Passenger car + Jet Ski = ??? (วิ่งในน้ำ)
Passenger car + Ski = ??? (วิ่งบนหิมะ)
Passenger car + Turn table = ??? (ห้องโดยสารที่หมุนได้ โดยไม่ต้องกลับรถ)
เริ่มฟุ้งซ่านแล้วใช่ไหมล่ะ นี่คืออาการเริ่มแรกของคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นนักประดิษฐ์หรือคนที่สร้างสรรค์นวัตกรรมขึ้นมา ผมจึงมีความรู้สึกว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็น แม็คไกเวอร์ ในความคิดของผมจริงๆ
ช่วงนี้มีมีข่าวเกี่ยวกับสวนยางยางดิบยางแผ่นน้ำยางและอุตสาหกรรมการแปรรูปยางเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆกันมากซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่จะเพิ่มมูลค่าของผลผลิตยางในประเทศแทนที่จะขายเป็นวัตถุดิบมูลค่าต่ำเพียงอย่างเดียวและยางก็กลายเป็นสินค้าการเมืองมาตลอด
ไม่ต่างจากข้าวผมมีโอกาสได้ทำงานในบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำของโลกเมื่อ20 กว่าปีก่อนจำได้ว่าในยุคนั้น3 บริษัทชั้นนำของโลกได้แก่Goodyear (สหรัฐอเมริกา) Michelin (ฝรั่งเศส) และBridgestone (ญี่ปุ่น) ครองตลาดยางรถยนต์ส่วนใหญ่โดยมีแบรนด์อื่นๆแทรกตัวอยู่ในตลาดเล็กๆและตลาดเฉพาะกลุ่ม
ถ้าเราโฟกัสชิ้นส่วนเดียวของยานยนต์อย่าง “ยางรถยนต์” จะเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอดีตจนถึงปัจจุบันที่เด่นชัดที่สุด อาทิส่วนโครงสร้างของยางก็มีการเปลี่ยนแปลงจากอดีตที่เป็นโครงสร้างผ้าใบ (textile) ห่อหุ้มด้วยยางและวางเรียงเป็นชั้นๆ (sheet piles) มาเป็นเรเดียล (Radial) ที่ใช้เส้นลวด (steel cord) ทำให้มีสมรรถนะวิ่งได้ด้วยความเร็วสูงขึ้นและแข็งแรงทนทานมากขึ้น
ส่วนของหน้ายางของยางรถยนต์นั่งก็มีการพัฒนาดอกยางที่นอกจากจะยึดเกาะถนนได้ดียังรีดน้ำไม่เก็บกวดหินและมีความเงียบไม่ว่าจะวิ่งในสภาพถนนแบบใดก็ตามซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายกว่ายางรถบรรทุก (สิบล้อ) ที่วิ่งด้วยความเร็วต่ำ
ส่วนของตัวยางเปลี่ยนจากที่ต้องใช้ยางใน (inner tube) ที่ช่วยเก็บกักลมมาเป็นยางล้อรถยนต์ที่ไม่ต้องใช้ยางใน (tubeless tires) ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันโดยเพิ่มขีดความสามารถของขอบยางให้แข็งแรงและสามารถรัดตึงกับกระทะล้อจนอากาศภายในไม่สามารถจะรั่วซึมออกมาได้
มีเทคโนโลยีและพัฒนาการของยางล้อรถยนต์อีกมากมายหลายสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่วัตถุดิบที่นำมาใช้ไม่ว่าจะเป็นยางธรรมชาติหรือยางสังเคราะห์และส่วนผสมทางเคมีที่ทำให้เกิดคุณสมบัติต่างๆของยางรถยนต์ (หน้ายางแก้มยางขอบยาง) จนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของยางรถยนต์ทั้งเส้นใหม่หมดจนไม่ต้องเติมลมอีกต่อไปและในปัจจุบันเรากำลังก้าวสู่ยุคที่อาจจะเปลี่ยนจากTubeless Tires สู่Airless Tires คือล้อยางที่ไม่ต้องเติมลมแต่มีสมรรถนะสูง เอาใจช่วยจริงๆอยากให้นวัตกรรมแปรรูปยางเพื่อเพิ่มมูลค่าและความต้องการใช้ยางพาราของไทยเรา จะช่วยแก้ปัญหาที่ถาวรเสียที









