วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“ฉันคงไม่ซื้อหมูมาทั้งตัว เพื่อไส้กรอกอันเดียว!” (1)

คำพูดข้างบนเป็นคำตอบที่ “ใช่ อิงเหวิน” บอกกับนักข่าวเมื่อถูกถามถึงการมีชีวิตโสด

“ใช่ อิงเหวิน” ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีของไต้หวันในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา และจะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้

การทำความรู้จักกับใช่อิงเหวินด้วยประวัติที่เป็นทางการคงทำให้รู้จักเพียงระดับหนึ่ง โดยารทำความรู้จักด้วยเสียงซุบซิบในวงสังคม ย่อมทำให้รู้ลึกซึ้งมากกว่า แต่ก็คงจะต้องยอมรับว่า เสียงซุบซิบก็คงรวมเอาข้อมูลที่ไม่จริงอยู่บ้าง การพิจารณาเลือกเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อจึงเป็นวิจารณญาณของแต่ละบุคคลที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เรื่องราวต่อไปนี้เป็นใจความที่แปลมาจาก (传送门) “ฉวน ซ่งเหมิน”

ใช่ อิงเหวิน เกิดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 1956 เป็นบุคคลในวงวิชาการและการเมืองของไต้หวัน เป็นคนในย่านเฟิงกั่ง หมู่บ้านฟางซาน อำเภอผิงตง (屏东县枋山乡枫港人) เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคหมินจู่จิ้นปู้ตั่ง (民主进步党เรียกย่อๆว่า หมินจิ้นตั่ง) สมัยที่ 12 และ 13

“ใช่ อิงเหวิน” เรียนจบนิติศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน นิติศาสตร์มหาบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา และนิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตจาก London School of Economics เมื่อกลับถึงไต้หวันแล้ว ดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษากฎหมายว่าด้วยองค์กรทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของกระทรวงเศรษฐการและเป็นศาสตราจารย์ทางกฎหมายในมหาวิทยาลัยแห่งชาติด้านการเมือง และมหาวิทยาลัยตงอู๋

ปลายเดือนเมษายน 2011 “ใช่ อิงเหวิน” ได้รับความเห็นชอบให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งผู้นำของไต้หวัน (แต่เป็นตำแหน่งประธานาธิบดีตามรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐจีน) จากหมิน จิ้นตั่ง แต่พ่ายการเลือกตั้งและขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค “ใช่ อิงเหวิน” ถือเป็นสตรีคนแรกที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคที่สำคัญของไต้หวันและดำรงตำแหน่ง “ประธานาธิบดีรับเลือก” ของไต้หวัน

ในยุคของรัฐบาลหลี่ เติงฮุย “ใช่ อิงเหวิน” เคยมีส่วนร่วมในการยกร่าง “หลักการสองประเทศในลักษณะพิเศษ” หลังจากหมิน จิ้นตั่ง ได้รับอำนาจการปกครองในปี 2000 ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ ที่จริงแล้ว “ใช่ อิงเหวิน” เดิมทีเป็นผู้ไม่สังกัดพรรค แต่เข้าเป็นสมาชิกหมิน จิ้นตั่ง ในปี 2004 และได้เป็นสมาชิกนิติบัญญัติประเภทรายชื่อพรรคการเมือง (ปาร์ตี้ลิสต์) ปี 2006 ได้รับแต่งตั้งเป็น รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการแผ่นดิน (สิงเจิ้งเหวี้ยน หรือ ??? ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงต่อรัฐสภา) ปี 2008 ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคหมิน จิ้นตั่ง

วันที่ 27 เมษายน 2011 หมิน จิ้นตั่ง ประกาศให้ใช่อิงเหวินเป็นตัวแทนของพรรคจากการซาวเสียงประชาชนเบื้องต้นในการเข้าชิงตำแหน่งผู้นำของไต้หวันและเป็นสตรีคนแรกที่เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งผู้นำไต้หวัน ได้รับคะแนน 6.1 ล้านเสียง หรือ 45.6% แต่พ่ายแพ้แก่หม่า อิงจิ่ว จากก๊กมินตั๋งด้วยคะแนนที่ตามหลังเพียง 0.8 ล้านเสียง หรือ 6% เท่านั้น หลังจากนั้นจึงขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค

เวบไซต์ของหนังสือพิมพ์จงเอียงเรอะเป้า ได้วิเคราะห์ไว้ว่า ปี 2000 เป็นปีที่ผลัดเปลี่ยนพรรคการเมืองที่ปกครองไต้หวัน “ใช่ อิงเหวิน” เป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่คนแรกจากหมิน จิ้นตั่ง และอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ 4 ปีเต็ม เมื่อเธอเข้ารับตำแหน่งอีกครั้งในปี 2005 เพียง 4 วัน เคยกล่าวเอาไว้ว่า “ไม่ว่าจะมองจากวัฒธนรรมหรือสายเลือดก็ตาม ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าตัวเองเป็นคนจีน”

ถ้าหากคำพูดเช่นนี้ออกจากปากของ “ใช่ อิงเหวิน” ในวันนี้ มันก็คงจะเป็นเรื่องถล่มทลายใหญ่โตแน่นอน เพราะว่าถึงตอนนี้คงจะไม่มีใครที่เชื่อว่าเธอจะพูดเช่นนั้นได้อีก กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ในช่วง 8 ปีที่เฉิน สุ่ยเปียน และหมิน จิ้นตั่ง อยู่ในอำนาจนั้น ด้วยปฏิบัติการ “กำจัดความเป็นจีน” ทำให้คำว่า “จีน” หรือ “คนจีน” ต่างกลายเป็นแนวคิดในทางลบ และ “ใช่ อิงเหวิน” ก็คือผู้ที่มีบทบทสำคัญในการ “กำจัดความเป็นจีน” ที่สำคัญคนหนึ่ง

ถ้าเช่นนั้นทำไม “ใช่ อิงเหวิน” จะต้องพูดว่า “ตัวเองเป็นคนจีน” ก็เป็นฉากบังหน้าให้เฉิน สุ่ยเปียน ไง วันที่ 20 พฤษภาคม 2000 ที่เฉิน สุ่ยเปียน เข้ารับตำแหน่ง เขาปราศรัยต่อประชาชนชาวไต้หวัน ต่อจีนแผ่นดินใหญ่ และต่อรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ถึงคำมั่นสัญญา “4 ไม่กับ 1 ไม่มี” ซึ่งก็คือ “ไม่เปลี่ยนแปลงชื่อประเทศ” “ไม่ประกาศไต้หวันเป็นเอกราช” “ไม่ดำเนินการลงประชามติว่าด้วยการรวมจีนหรือการประกาศเอกราช” “ไม่เอาหลักการสองประเทศใส่ในรัฐธรรมนูญ” และ “ไม่มีปัญหาการยุบเลิกคณะกรรมการรวมจีนหรือหลักการรวมจีน” เฉิน สุยเปี้ยน ยังได้กล่าวถึง “คนจีน” และ “คนไต้หวันก็คือคนจีน” ในคำปราศรัยด้วย

เมื่อเป็นเช่นนั้น “ใช่ อิงเหวิน” จะสามารถปฏิเสธความเป็นคนจีนของตนจากวัฒนธรรมและสายเลือดในตอนนี้ได้อย่างไร ? จะเห็นได้ว่า คำพูดที่ว่าเธอเป็นคนจีนในตอนนั้น เป็นเพียงการแต่งหน้าทาปากให้เฉิน สุ่ยเปียน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้หมิน จิ้นตั่ง สร้างวิกฤติระหว่างช่องแคบในตอนที่เพิ่งได้อำนาจการปกครองมาใหม่ๆ ในทางตรงข้ามขณะนี้ “ใช่ อิงเหวิน” ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเอ่ยถึง “4 ไม่และ 1 ไม่มี” อีกต่อไป

ในสภาพขณะนี้ ที่ “ใช่ อิงเหวิน” ได้รับเลือกให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง ไม่เพียงแต่ “ความเห็นร่วม 2 กันยายน” จะถูกใช่อิงเหวินกับหมินจิ้นตั่งปฏิเสธจนข้อตกลงที่เป็นระบบจะสะดุดหยุดลงเท่านั้น คำพูดทางการเมืองที่สร้างโอกาสผ่อนคลายก็จะสูญเสียไปด้วย

 “ใช่ อิงเหวิน” เป็นโสด แต่ “ใช่ อิงเหวิน” กลับเป็นสตรีผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้ชาย 3 คน

เมื่อ 17 ปีก่อน เธอมีสภาพครอบครัวมีกินมีใช้และไม่เคยนึกถึงเลยว่าจะก้าวเข้าสู่การเมือง มาเมื่อ 11 ปีก่อน เธอไม่มีพรรคไม่มีพวก ไม่เคยนึกว่าตัวเองจะกลายมาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญของหมิน จิ้นตั่ง และเมื่่อ 3 ปีก่อน เธอที่สวมใส่ Prada ก็คงไม่นึกว่าตัวเองจะกลายมาเป็นผู้นำภายใต้ หมิน จิ้นตั่ง ที่เป็นพรรครองเท้าฟาง

จากผู้หญิงในครอบครัวที่มั่งมีและเต็มไปด้วยกลิ่นอายวิชาการ ถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งปี 2012 และปี 2016 เส้นทางการเมืองที่ผู้คนไม่น้อยมองว่าน่ากลัวกลับง่ายดุจพลิกฝ่ามือสำหรับ “ใช่ อิงเหวิน” ที่เยื้องย่างประดุจเส้นทางอันราบเรียบ หักปากกาเซียนนับจำนวนไม่ถ้วน ถ้าหากจะพูดว่าผู้ชายที่ประสบความสำเร็จย่อมมีผู้หญิงที่ยิ่งใหญ่อยู่เบื้องหลัง ผู้หญิงโสดผู้กล้าหาญคนนี้อยู่เบื้องหลังผู้ชายที่ไม่ใช่ธรรมดาอย่างน้อย 3 คน

หวง ช่วงเสี้ย ซึ่งเป็นนักวิจารณ์การเมืองของไต้หวันได้เปิดเผยว่า หลังจากที่หลี่ เติงฮุย เข้าสู่อำนาจ เขาต้องการจัดตั้งหน่วยวิจัยเกี่ยวกับ WTO และความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวันไว้ในหน่วยงานความมั่นคง แต่ไม่เชื่อถือ “สถาบันวิจัยแผ่นดินใหญ่” “สถาบันวิจัยอำนาจอธิปไตย” ที่เป็นสถาบันของก๊กมินตั๋ง ที่เคยมีมาและเริ่มให้น้ำหนักแก่ “ศูนย์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” ของมหาวิทยาลัยด้านการเมืองกับ “ศูนย์การพัฒนาประเทศ” ของมหาวิทยาลัยไต้หวัน ในขณะนั้น

การเจรจาระหว่างไต้หวันกับสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับความซับซ้อนยิ่งขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ “ใช่ อิงเหวิน” ที่มีความคุ้นเคยกับงานด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศเข้ามาอยู่ในสายตาของหลี่ เติงฮุย ในปี 1994 ได้รับเชิญให้เป็นกรรมการที่ปรึกษาของคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ และก้าวเข้ามาในวงการเมืองอย่างเป็นทางการ

หลังจากนั้น “ใช่ อิงเหวิน” ที่ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ทางกฎหมายของมหาวิทยาลัยด้านการเมือง เข้ารับผิดชอบกรณี 16 สิงหาคม ที่เป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบตามความประสงค์ของหลี่ เติงฮุย ซึ่งมีความรับผิดชอบหลักประกอบด้วยงานวิจัยเรื่องการสมัครเข้า WTO ของไต้หวัน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศในลักษณะพิเศษ (หรือ “หลักการสองประเทศ”) หลี่ เติงฮุย ได้อนุมัติให้หน่วยงานความมั่นคงให้เงินอุดหนุนกับงานนี้จำนวน 2.6 ล้านเหรียญไต้หวัน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการวิจัย ซึ่งภายหลังเฉิน สุ่ยเปียน ได้เผลอยืนยันเรื่องนี้ในระหว่างถูกจำคุก