วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โดนัล ทรัมป์ กับ ฮิลลารี คลินตัน :

นโยบายใครเอื้ออาเซียนมากกว่ากัน?

มีใครวิเคราะห์ล่วงหน้าหรือยังครับว่าถ้า โดนัล ทรัมป์ (พรรครีพับลิกัน) ชนะ ฮิลลารี คลินตัน (พรรคเดโมแครต) ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ประเทศไทยจะได้รับกระทบด้านบวกด้านลบอย่างไรบ้าง?

นี่ไม่ใช่คำถามสมมติแล้วนะครับ ชัยชนะของทรัมป์ในการเลือกตั้งขั้นต้น 3 รัฐที่ผ่านมาเป็นคะแนนที่สูง ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างมาก แม้คนที่เกลียดเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์คนนี้เข้าไส้ก็ยังเริ่มจะยอมรับแล้วว่าบางที “กระแสทรัมป์” อาจจะเป็นสิ่งที่ “หยุดยั้งไม่ได้” เสียแล้ว

คาดกันว่า ฮิลลารี คลินตัน คงจะชนะเบอร์นี่ แซนเดอร์ส ในการชิงชัยให้พรรคเดโมแครต เลือกเป็นตัวแทนพรรคในการชิงเก้าอี้ทำเนียบขาว

หากเป็นไปตามแนวโน้มนี้จริง ทรัมป์ ก็จะปะทะกับฮิลลารีในรอบสุดท้าย... อย่างที่ทรัมป์ทำนายเอาไว้หลังชัยชนะ ในการเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐเนวาดา

นโยบายของฮิลลารีในเรื่องเอเชียเป็นที่รับรู้ในระดับหนึ่ง เพราะเคยเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ และเดินทางมาแถบนี้หลายครั้ง รวมถึงที่ไปกอดกับอองซานซูจีที่พม่า และมาแวะเวียนประเทศไทยหลังจากที่รับตำแหน่งใหม่ ๆ

จุดยืนของเธอต่ออาเซียนน่าจะไม่ต่างจากบารัก โอบามามากนัก แต่เธอประกาศไม่เห็นพ้องกับ Trans-Pacific Partnership (TPP) ของโอบามาค่อนข้างชัดเจน ดังนั้นหากเธอชนะเลือกตั้ง ไทยก็จะต้องประเมินสถานการณ์ใหม่ในหลาย ๆ เรื่อง

นโยบายด้านการค้าการลงทุนของสหรัฐต่ออาเซียนและไทย ภายใต้ฮิลลารี คงจะยังเน้นเรื่องสิทธิมนุษยชน, ประชาธิปไตย, และสิ่งแวดล้อม แต่แน่นอนว่าท้ายที่สุดใครมาเป็นผู้นำสหรัฐ ก็จะต้องยึดเอาประโยชน์ของเขาเป็นหลัก

ประเด็นอื่น ๆ เป็นข้ออ้างที่ใช้กดดันประเทศอื่นเพื่อตนเองจะได้ประโยชน์สูงสุดเท่านั้น

แต่ทรัมป์ยังไม่ได้ประกาศนโยบายต่อเอเชียที่ชัดเจน นอกจากจะหาเสียงด้วยการกล่าวหาว่าจีนและญี่ปุ่นแย่งงานคนอเมริกัน เพราะนโยบายของโอบามาโอนอ่อนต่อจีนในเรื่องการค้าการลงทุนมากเกินไป

ทรัมป์หาเสียงกับชาวบ้านอเมริกัน ที่อาจจะไม่ได้ติดตามข่าวสารระหว่างประเทศมากนัก ว่าหากเลือกเขาเป็นผู้นำ เขาก็จะต่อรองกับจีนอย่างเข้มข้น และไม่ยอมให้จีน “เอาเปรียบ” สหรัฐในเรื่องต่าง ๆ อีกทั้งยังจะทำให้ธุรกิจสหรัฐที่ไปลงทุนในจีนกลับมาสร้างงานที่บ้าน

แต่ทรัมป์ยังไม่เคยแสดงวิสัยทัศน์ต่ออาเซียน เพราะการจะชนะเลือกตั้งที่อเมริกาต้องพูดเรื่องปากท้อง และเรื่องใกล้ตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เรื่องต่างประเทศเป็นเพียง “น้ำจิ้ม” เท่านั้น และหากพูดเรื่องนอกประเทศ ก็จะเน้นไปที่ว่าสหรัฐจะส่งทหารไปทำศึกสงครามที่ไหนหรือเปล่า เช่นตะวันออกกลางเป็นต้น

แต่คำว่า “อาเซียน” ไม่อยู่ในส่วนไหนของการหาเสียงของทรัมป์หรือฮิลลารีแน่นอน เพราะอยู่ไกลตัว และคนอเมริกันทั่วไปไม่รู้จัก

หากพิเคราะห์จากท่าทีและแนวทางหาเสียงของทรัมป์ ก็พอจะมองเห็นว่าเขาจะเป็นพวก “ประชานิยม” สำหรับชาวบ้านมะกันมากกว่าที่จะเป็น “ผู้นำวิสัยทัศน์ในเวทีสากล” ซึ่งจะต่างจากฮิลลารีก็ตรงนี้

ทรัมป์จะทำทุกอย่างเพื่อได้ความนิยมจากคนอเมริกันชนชั้นกลาง และอาเซียนจะไม่อยู่ในลำดับความสำคัญขั้นต้น ๆ ของเขา ยิ่งถ้าหากเขาต้องการจะแสดงผลงานว่าจะไม่ให้เอเชีย “แย่งงาน” คนอเมริกัน ทรัมป์ก็จะยิ่งต้องแสดงผลงานที่มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์เดิม ๆ ที่สหรัฐมีกับประเทศในแถบนี้ไม่น้อย

ปัญหาสำหรับฮิลลารีจากนี้ไปถึงวันเลือกตั้งก็คือ เธอจะต้องแย่งเสียงจากทรัมป์ และเสียงส่วนใหญ่จะเป็นคนอเมริกันที่ไม่ได้สนใจเรื่องต่างประเทศ

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปีนี้จึงมีเดิมพันสูงมาก ไม่เฉพาะสำหรับคนอเมริกันเท่านั้น แต่สำหรับคนในเอเชียและประเทศไทยด้วย

เป็นเรื่องที่คนไทยจะต้องติดตาม ข่าวการหาเสียงเลือกตั้งมะกันจากนี้ไปอย่างใจระทึก!