หนึ่งในนักเขียนที่เชิญมาพบปะสนทนาในงานเทศกาลทางความคิด "บางกอกแหวกแนว" (Bangkok Edge)
13-14 กุมภาพันธ์ คือ จุง ชาง (Jung Chang) นักเขียนหญิงวัย 64 ปีผู้ถือกำเนิดปี 1953 บนจีนแผ่นดินใหญ่ ผ่านการเป็นเรดการ์ดในสมัยปฏิวัติวัฒนธรรม เมื่ออายุ 25 ปีได้ไปเรียนต่อที่อังกฤษ
หนังสือของเธอตั้งแต่เล่มแรก คือ Wild Swans (1991 โด่งดังเป็นพลุแตกเป็นเรื่องราวชีวิตหญิงจีนสามคน คือ ยาย แม่ และตัวเธอเอง แปล 37 ภาษา ขายได้เกิน 10 ล้านเล่มพากษ์ไทยชื่อหงส์ป่า จัดพิมพ์ครั้งที่ 8 เพื่อต้อนรับเธอโดยเฉพาะ
นอกจากนักเขียน บางกอกแหวกแนว สนุกสนานมีชีวิตชีวาด้วยนักดนตรีและเสียงดนตรีหลายแนว โดยเฉพาะหมอลำอินเตอร์เป็นการผสมผสานดนตรีที่ลงตัว มีสถาปนิกอย่าง ดวงฤทธิ์ บุนนาค มาแลกเปลี่ยนความคิดอ่านที่แหวกกระแส มีหนังสั้นสารคดีเกี่ยวกับหัวลำโพงมาฉายกลางแปลง คนไปงานมีทั้งไทยและเทศพอๆ กัน ในรายการภาษาอังกฤษจัดล่ามไว้ให้คนไทย มีโซนสำหรับเด็กด้วย
หนังสือเล่มที่สามของ จุง ชาง คือ Empress Dowager Cixi :The Concubine Who Launched Modern China (2013) เธอใช้เวลาค้นคว้า 8 ปีเต็มตีความใหม่ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เพื่อเสนอภาพเฉพาะในด้านความเป็นบุคคลทางการเมืองการปกครอง (A Political Portrait) ของพระนางซูสีไทเฮา จักรพรรดินีในช่วงปลายสุดของราชวงศ์ชิงอันเป็นราชวงศ์สุดท้ายของจีนว่า เป็นผู้บุกเบิกนำจีนไปสู่ความเป็นสมัยใหม่
นับว่ามุมมองของ จุง ชาง แหวกทุกแนวทุกกระแส ชนิดที่ทำให้ภาพลักษณ์พระนางซูสีไทเฮาที่เราชาวโลกได้เคยรู้จักแต่เดิมมีอันต้องกระจุยกระจายอย่างไม่เป็นชิ้นดีเลยทีเดียว ที่ว่าพระนางคือหญิงจอมเผด็จการกระหายอำนาจเพื่ออำนาจ เป็นจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมกระหายเลือดฆ่าได้กระทั่งบุตรชาย (บุญธรรม) ผู้เป็นองค์จักรพรรดิ “หุ่น” ให้เธอเชิด โดยมีเธออยู่หลังม่านบัลลังก์ว่าราชการของจักรพรรดิในช่วง ปี 1861-1908
พระนางซูสีไทเฮา สำหรับจุง ชาง เป็นอิสรชนมีความคิดเสรีเป็นของตนเอง มีวิสัยทัศน์จะบุกเบิกนำพาจีนขณะนั้นไปสู่ความเป็นสมัยใหม่ เช่นปฏิวัติระบบการศึกษา ริเริ่มอุตสาหกรรม ให้ชาวตะวันตกสร้างทางรถไฟ ปูทางให้มีสภาและการเลือกตั้ง ให้โอกาสใหม่ๆ แก่ผู้หญิง เลิกประเพณีหญิงจีนมัดเท้า ที่สำคัญคือจีนต้องเปิดประเทศต่อตะวันตก เธอจึงต่อสู้แย่งชิงอำนาจกับขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของจีนฝ่ายอนุรักษ์ที่ต้องการปิดประเทศต่อไป และรักษาระบอบกษัตริย์แบบเดิมไว้เหนียวแน่น ไม่นำพากระแสการเปลี่ยนแปลงในโลกโดยเฉพาะอำนาจตะวันตกที่เข้ามาเคาะถึงประตูหน้าบ้านแล้ว
การอ่านข้อมูลหลักฐานต่างๆ อย่างกว้างขวาง ทั้งเก่าและใหม่ในหลายภาษา เช่น จีน อังกฤษ กับการคิดตีความใหม่ๆ แหวกแนว โดยเธอมีหลักฐานสนับสนุนเพียบ ทำให้หนังสือเล่มนี้นอกจากจะแตกแถวทางความคิด ยังเปี่ยมด้วยรายละเอียดอ่านสนุกทั้งนักวิชาการและผู้อ่านทั่วไป อย่างเช่น เรื่องวงในต่างๆ เกี่ยวกับขันที สุนัขพันธุ์ปักกิ่งไปถึงอังกฤษอย่างไรเมื่อไร มีที่ตัวเล็กขนาดพกพาได้โดยให้อยู่ในแขนเสื้อที่กว้างมีชายยาวของเครื่องแต่งกายจีน ฉากชาวตะวันตกปล้นทำลายพระราชวังฤดูร้อน จุง ชาง ใช้ข้อความจากจดหมายของชาวฝรั่งเศสที่เล่าถึงชาวตะวันตกด้วยกันที่ปล้นสะดมหยิบฉวยสมบัติมีค่าอย่างไร้ยางอาย รวมทั้งการจุดไฟเผาทำลายพระราชวังอย่างป่าเถื่อน ผู้เขียนเองชื่นชมเล่มนี้ทั้งในเนื้อหาและลีลาการเขียนมากกว่า หงส์ป่า
อย่างไรก็ดี หนังสือที่ผู้ฟังถามถึงไม่หยุด คือเล่มที่สองเกี่ยวกับ เหมา เจ๋อ ตุง MAO : The Unknown Story (2005) เธอเขียนร่วมกับสามีนักประวัติศาสตร์ชาวไอริช จอน ฮอลิเดย์
จุง ชาง ขยันค้นคว้า ศึกษาข้อมูลกว้างขวางโดยเฉพาะเมื่อพบแหล่งข้อมูลใหม่ๆ ในภาษาจีน เมื่อเขียนอะไรลงไป หมายความว่าผ่านการค้นคว้า ตีความ และเชื่อมั่นแล้วเท่านั้น จึงยืนยันทุกสิ่งทุกอย่างที่เขียน ไม่ยอมแก้ไขอ่อนข้อกับใครทั้งสิ้น ทั้งเล่มที่หนึ่งและสองยังถูกห้ามอ่านห้ามจำหน่ายในจีนแผ่นดินใหญ่
ภาพรวม เหมา เจ๋อ ตุง ในหนังสือของจุง ชาง แสดงด้านร้ายๆ อย่างให้อภัยกันไม่ได้
มีคนถามว่า วันนี้ 11 ปีให้หลัง มองหนังสือเล่มนี้อย่างไร
จุง ชาง ตอบทันทีไม่ลังเลว่าเธอยืนหยัดสิ่งที่เธอเขียน สำหรับเธอ เหมา เจ๋อ ตุง อยู่ในกลุ่มเดียวกับผู้นำอย่างฮิตเลอร์ สตาลิน
ลีลาพูดและตอบคำถามตรงไปตรงมา ชัดเจน กล้าหาญพูดสิ่งที่เธอตัดสินใจไว้แล้ว ไม่อ้อมค้อม หรือตอบอย่างสุภาพแบบนักการทูต ย้ำว่าตั้งแต่เขียนและจัดพิมพ์ก็รู้ตัวดีว่าจะต้องถูกวิพากษ์และซักไซ้ไล่เลียง ตลอดเวลาจึงได้คิดหน้าคิดหลังทุกรายละเอียด มีหลักฐานพร้อมทุกอย่างที่เขียนไปจึงผ่านการคิดแล้วอย่างรอบคอบ สามารถตอบคำถามและยืนหยัดสิ่งที่เธอเชื่อและเขียนลงไป
มีผู้ถามว่า เขียนหนังสือจนถูกทางการสั่งห้ามขายในจีน เธอเคยรู้สึกถูกคุกคามไม่ปลอดภัยบ้างไหม
จุง ชาง ตอบว่า ตอนเขียนเล่มแรก ไม่ได้รู้สึกอะไร ไม่รู้ว่าจะมีคนอ่านมากมายขนาดนั้น แต่ตอนเขียนเล่มสอง รู้ตัวดีว่าจะไม่ถูกใจทางการจีนแต่ก็ไม่สามารถจะจ้างใครมาดูแลความปลอดภัยได้ทว่าจนถึงวันนี้ ทุกอย่างก็ยังดีอยู่
รายได้จากหนังสือทำให้จุง ชาง ได้ดูแลมารดาที่อยู่เมืองจีนอย่างดี และกลับไปเยี่ยมแม่อยู่เสมอ เธอเลือกอยู่ที่กรุงลอนดอน แต่ก็รับว่าทิ้งหัวใจไว้ที่เมืองจีน
บางกอกแหวกแนว ที่เริ่มจัดครั้งแรกนี้เป็นงานเรียบๆ ไร้พิธีเปิดอลังการ แสดงถึงกึ๋นผู้จัดให้ความคิดและความสนุกสนานแก่ผู้คนทั้งไทยและเทศในบางกอกได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน
จัดอีก จัดอีก






