ฟังประโยคนี้จากโฆษกสาว ประจำกระทรวงต่างประเทศจีนให้ชัดๆ
“การที่จีนมีกิจกรรมทางทหารในทะเลจีนใต้ ก็เหมือนที่สหรัฐทำกับเกาะฮาวายนั่นแหละ”
แปลว่าสำหรับปักกิ่งแล้ว เกาะแก่งในทะเลจีนใต้ทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของจีน เหมือนที่ฮาวายเป็นรัฐหนึ่งของสหรัฐ
นี่ต้องถือว่าเป็นครั้งแรกที่ทางการจีน เปรียบเทียบเกาะในทะเลจีนใต้กับฮาวาย เพื่อตอกย้ำจุดยืนของตนว่าทุกอย่างที่ทำในย่านนี้เพราะเป็นเรื่อง “ในบ้าน” ไม่ควรที่คนข้างนอกอย่างสหรัฐจะมาตั้งคำถาม หรือมาป้วนเปี้ยนให้เป็นที่วุ่นวาย
โฆษกคนนี้บอกว่าสหรัฐไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่และไม่ควรเป็นปัญหาระหว่างสองประเทศ
พูดอย่างนี้แสดงว่าไม่ได้ฟัง ประธานาธิบดีบารัก โอบามา บอกกับผู้นำอาเซียนระหว่างการประชุมสุดยอดที่ Sunnylands รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่เขาเน้นตลอดว่าสหรัฐถือว่าเสรีภาพการเดินเรือ ในทะเลจีนใต้มีความสำคัญต่อสหรัฐและอาเซียนทั้งหมด
ถ้อยแถลงล่าสุดจากกระทรวงต่างประเทศจีน มีความหมายเป็นพิเศษเพราะเป็นจังหวะก่อนที่รัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวังอี้จะไปเยือนสหรัฐไม่กี่วัน
และเป็นการแสดงจุดยืนนี้หลังจากที่สหรัฐกล่าวหาว่าจีน ได้ติดตั้งฐานยิงจรวดจากพื้นสู่อากาศบนเกาะ Woody หรือที่จีนเรียก “ซีซา” ในหมู่เกาะพาราเซลส์ในทะเลจีนใต้
ภาพถ่ายทางอากาศที่เผยแพร่เมื่อเร็ว ๆ นี้ยืนยันว่าจีนได้ไปติดตั้งแท่นยิงจรวดอย่างนั้นจริง
ปักกิ่งไม่ได้ปฏิเสธข่าวนี้ และยิ่งเมื่อโฆษกกระทรวงต่างประเทศเปรียบเทียบเกาะในทะเลจีนใต้กับฮาวาย ก็ยิ่งเป็นการย้ำว่าจีนจะทำอะไรเกี่ยวกับความมั่นคงในทะเลจีนใต้ ก็เป็นสิทธิอันชอบธรรมของจีน
สหรัฐทำอะไรในฮาวายได้ จีนก็ทำทุกอย่างที่ทะเลจีนใต้ได้เช่นกัน!
โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐโต้กลับว่า อเมริกาจะกดดันให้จีนลดและเลิกกิจกรรมทางทหารในทะเลจีนใต้เสีย เพราะหากทำเช่นนั้นต่อก็จะยกระดับความตึงเครียด
จีนแย้งว่าที่สหรัฐส่งเครื่องบินและเรือบรรทุกเครื่องบิน มาลาดตระเวนในทะเลจีนใต้นั่นแหละเป็นการเพิ่มความตึงเครียด
“เราหวังว่าสหรัฐจะไม่สับสนว่าอะไรถูกอะไรผิดในเรื่องนี้ และไม่ควรจะใช้สองมาตรฐานในเรื่องนี้เช่นกัน” โฆษกหญิงจีนบอก
รัฐมนตรีหวังอี้ มีกำหนดพบกับรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ยอห์น แคร์รี่ วันอังคาร (เวลาสหรัฐ) และคาดว่าเรื่องใหญ่กว่าทะเลจีนใต้ คงจะเป็นประเด็นเกาหลีเหนือที่เพิ่งทดลองนิวเคลียร์ และยิงจรวดที่อ้างว่าส่งดาวเทียม
นอกจากนี้ ก็จะมีหัวข้อเรื่องโลกร้อนและความมั่นคงในโลกไซเบอร์
แต่ก็เชื่อได้ว่าในการแถลงข่าวของทั้งสองรัฐมนตรี จะต้องมีการแสดงจุดยืนที่ต่างกันของสองประเทศในกรณีทะเลจีนใต้
เพราะจีนถือว่าการที่โอบามาประกาศนโยบาย “ปักหมุดเอเชีย” หรือ Pivot to Asia นั้นมีเป้าหมายที่จะสกัดกั้นจีน
รายการวิเคราะห์ข่าวของ CCTV จีนเมื่อคืนก่อนเปิดประเด็นชัดเจน ว่าญี่ปุ่นกับสหรัฐและเวียดนามได้จับมือกันเพื่อ “ปิดล้อม” จีน
เพราะถ้าจีนถือว่าทะเลจีนใต้เป็น “ฮาวาย” ของเขา ใครก็อย่ากระตุกหนวดเสือแถวนี้เป็นอันขาด!






