ทุกวันนี้เมื่อพูดถึง Silicon Valley ของอเมริกา คนยุโรปส่วนมากค่อนข้างจะสิ้นหวัง แม้ว่าทางการยุโรป
จะพยายามสร้าง Cluster พัฒนาอุตสาหกรรมภูมิภาค แต่สิ่งที่เกิดขึ้นดูเหมือนจะไปไม่ได้ไกล อเมริกายังครองความเป็นเจ้าโลกในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ไม่ต้องดูอื่นไกล พวกเขามักจะยกตัวอย่างบริษัทมหาชนในสาขาอินเทอร์เน็ตของโลก 15 บริษัทไม่มีบริษัทยุโรป เป็นบริษัทอเมริกา 21 แห่ง ที่เหลือเป็นจีน Start-up ระดับโลกขนาดมูลค่ามากกว่าหนึ่งพันล้านดอลลาร์ 120 แห่ง ร้อยละ 60 เป็นของอเมริกา
ไม่มีสัญญาหรือเครื่องชี้ใดๆ ที่จะบอกว่า Silicon Valley Cluster อายุกว่าครึ่งศตวรรษกำลังหรือจะต้องถดถอยเข้าสู่ช่วงขาลง
หลายคนคิดว่าความสำเร็จของ Silicon Valley มีลักษณะพิเศษ ไม่ใช่จะลอกเลียนแบบกันนอกอเมริกาได้ง่ายๆ และยากที่ใครจะต่อกร ผู้เขียนค่อนข้างไม่เห็นด้วยกับความเชื่อหรือข้อสังเกตดังกล่าว ถ้าเราจำกัด มองเฉพาะสาขา ICT ในความเป็นจริงเราจะพบการเกิดขึ้นของ Cluster ใหม่ๆ ทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวในประเทศที่เจริญแล้วและประเทศกำลังพัฒนา เช่น มาเลเซีย Super multi corridor เป็นตัวอย่างของความล้มเหลว แต่ในประเทศที่เจริญแล้ว Cluster ในแถบสแกนดิเนเวีย เช่น กรณีของ Ericson และ Nokia ของสวีเดน ฟินแลนด์ที่เน้นเรื่องความต่างทางด้านฮาร์ดแวร์ก็มีช่วงหนึ่งที่เติบโตมาดีที่ Cambridge ก็จัดว่าประสบความสำเร็จ แม้อาจจะมีขีดจำกัดด้านความเจริญเติบโตที่ไม่สูง โดยเฉพาะจากบริษัทขนาดเล็ก
เมืองดับลินของไอร์แลนด์ก็มีอัตราการเติบโตของ ICT ที่สูงมากเป็นตัวอย่างของความสำเร็จของการพัฒนา Cluster ไม่ต้องพูดถึงกรณีของอิสราเอลซึ่งเด่นมากในการมีนวัตกรรมใหม่ๆ หรือการเติบโตของ Cluster ในไต้หวันโดยเฉพาะความสำเร็จที่เริ่มจากคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ไม่ต้องพูดถึงความเด่นและความสำเร็จด้านซอฟท์แวร์และด้านบริการของบังกะลอในอินเดีย รวมทั้งของประเทศจีนในปัจจุบัน ประเทศเหล่านี้เรียนรู้ รับรู้ความสำเร็จ และเอกลักษณ์ของ Silicon Valley แต่ละ Cluster มีโฟกัสที่ต่างกันจากความเปรียบเทียบหรือปัจจัยอื่นๆ ที่ต่างกัน
จริงอยู่ขณะนี้ในโลกของ ICT สหรัฐโดยมี Silicon Valley เป็นสัญลักษณ์หรือผู้นำนั้นเด่นที่สุด วิวัฒนาการที่ผ่านมาเป็นขั้นเป็นตอนทำให้ Silicon Valley เหมือนเป็นศูนย์กลางของโลกด้านอินเทอร์เน็ต นี่คือความได้เปรียบของผู้ที่มาก่อนหรือ First mover advantage แต่เราก็ต้องไม่ลืมเช่นกันว่าปัญหาโครงสร้างด้านอุตสาหกรรมของอเมริกา เช่น ความไม่แข็งแกร่งในระดับโลกของอุตสาหกรรมรถยนต์ก็ดี หรือส่วนใหญ่ของ Consumer electronics คลัสเตอร์ในอดีตไม่สามารถทำให้อุตสาหกรรมที่มีปัญหานี้เติบโตได้อย่างยั่งยืน และคลัสเตอร์เองก็ขาดความยั่งยืน ไม่เหมือนกรณีของ Silicon Valley ที่มีขาขึ้น ขาลง ฟื้นใหม่และเติบโตอย่างแข็งแกร่งเรื่อยมา แม้ว่าคลัสเตอร์นี้จะไม่สามารถแก้ปัญหาอุตสาหกรรมทั้งระดับชาติของอเมริกาได้ทุกเรื่อง
ด้วยเหตุนี้เราจึงอดที่จะตั้งคำถามไม่ได้ว่า มันมีพลังอะไรที่ทำให้คลัสเตอร์อย่าง Silicon Valley หรือที่อื่นๆ เกิดขึ้น และเมื่อมันเกิดขึ้นและเติบโต ปัจจัยอะไรที่ทำให้มันยั่งยืน
ความสำเร็จของ Silicon Valley มักทำให้นักการเมืองผู้มีอำนาจพยายามหาสูตรสำเร็จรูปเพื่อเลียนแบบ โดยดูว่าถ้าที่ Silicon Valley มีอะไร แล้วเราสร้างมันบ้าง ประเทศนั้นๆ น่าจะประสบความสำเร็จ สูตรเช่นนี้มีองค์ประกอบที่ “ต้อง” รับรู้กัน เช่น ต้องมีเทคโนโลยีพาร์คขนาดใหญ่และสมบูรณ์ ต้องมีมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลาง และ R&D Labs ต้องสร้างแรงจูงใจเพื่อดึงดูดนักวิทยาศาสตร์บริษัทและผู้ใช้ต้องเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมผ่าน Consortia และซัพพลายเออร์ ต้องให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ต้องสร้างกฎเกณฑ์การกำกับดูแลที่เกื้อกูลต่อการทำธุรกิจ
การมีความพร้อมของปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น สำหรับ Cluster ใหม่ทั้งหลายในโลกไม่ได้หมายความว่าCluster เหล่านี้จะมีขีดความสามารถเหมือนที่พบที่ Silicon Valley ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะธุรกิจอินเทอร์เน็ตมีรากฐานมาหลายสิบปีที่ Silicon Valley ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ค่อนข้างดีและเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสักวันหนึ่งจะไม่มี Cluster ใหม่ๆ เกิดขึ้นและเติบโต มีขีดความสามารถเด่นกว่าที่พบใน Silicon Valley ที่สำคัญกว่าก็คือยังมีอุตสาหกรรมใหม่ๆ โอกาสใหม่ๆ ทางตลาดที่มีอยู่ขณะนี้และกำลังจะเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การสร้าง Cluster หรือภูมิภาคยังมีอนาคตเสมอ อย่าให้ Silicon Valley ผูกขาดหรือคิดว่าต้องเป็น Silicon Valley เท่านั้น
นอกจากนี้ เราต้องไม่ลืมว่าลักษณะของ Cluster ในแต่ละแห่งมีที่มาของความแข็งแกร่งและการทำธุรกิจที่ไม่เหมือนกันย่อมต้องการปัจจัยและพลังเกื้อหนุนที่ไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น คลัสเตอร์หรือ Industrial district ของอิตาลีที่เรียกกันว่า Third Italy มีความแข็งแกร่งที่สร้างสะสมมาจากพื้นฐานของความผูกพันเหนียวแน่นของครอบครัว (ต่างกับความเป็นปัจเจกชนนิยมที่สูงในสังคมอย่าง Silicon Valley) มีความเชี่ยวชาญทางด้านการทำเสื้อผ้าแฟชั่น กระเบื้อง หรือศูนย์แฟชั่น อย่างเมืองมิลาน ปารีส ย่อมไม่ต้องการเงื่อนไขสำคัญของการมีมหาวิทยาลัยวิจัยการมีนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรเหมือนที่ Silicon Valley ต้องการในช่วงตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 เรื่อยมา หรือช่วงหลังสงคราม ซึ่งต้องพึ่งส่วนผสมขององค์ประกอบที่สำคัญ เช่นการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โอกาสในทางตลาด ความมุ่งมั่นบากบั่น หรือการมีจิตวิญญาณสัตว์ของผู้ประกอบการ หรือ Pioneer (นึกถึง Shockley หรือ Hewlett-Packard ในยุคแรกๆ ที่ Silicon Valley) ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐทั้งในด้านการเงิน การสนับสนุน และเป็นแหล่งดีมานด์แม้จะมาจากการทหาร
แม้ Cluster ในโลกจะมีหลากหลายและดูไม่เหมือนกัน แต่ก็ไม่น่าแปลกใจนักวิชาการพบความสม่ำเสมอ ความคล้ายกันเป็นปกติของปัจจัยหรือปรากฏการณ์เมื่อเกิด Cluster และเศรษฐศาสตร์การเกิดของ Cluster ก็ไม่เหมือนกับเมื่อ Cluster โตมาในระดับหนึ่งโดยเฉพาะปัจจัยที่ทำให้ Cluster ยั่งยืนอยู่ได้
ที่น่าสนใจ ปัจจัยหลักที่เป็นพลังของการเกิด Cluster ใหม่ๆ ในโลกเอาเข้าจริงก็คล้ายกับเมื่อ Silicon Valley เริ่มก่อตัว เช่นถ้าหลังสงครามก็อาจจะเป็นยุค 1960 ที่อุตสาหกรรม Semiconductor จะเป็นจุดเปลี่ยนแห่งอนาคต การเริ่มสร้าง Cluster นี้ไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่าพื้นฐานทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่ชุมชนนั้นต้องมี บวกกับประกายไฟประกายใจของผู้ประกอบการและผู้บุกเบิก ตามมาด้วยการสร้างบริษัทและอุตสาหกรรมให้สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง นี่คือเงื่อนไขที่สำคัญ
ส่วนที่คล้ายและต่างกันของ Silicon Valley ในยุค 60 กับ Cluster ใหม่ๆ ของโลกคืออะไร เราจะวิเคราะห์ในครั้งต่อไป






