ทุกๆ ปีประมาณช่วงเดือนมีนาคม FastCompany หนึ่งในนิตยสารทางธุรกิจชั้นนำของโลกจะมีการประกาศผล
Most Innovative Companies ขึ้นมาซึ่งความน่าสนใจของรายชื่อเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะได้นะครับ แต่อยู่ที่รายชื่อของบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ามาอยู่ใน 50 อันดับแรกครับ เนื่องจากทาง FastCompany เขาจะทำการเก็บข้อมูลจากสื่อต่างๆ และข้อมูลในเชิงคุณภาพจากบรรดานักข่าวและบรรณาธิการของเขา ทำให้รายชื่อของบริษัทที่ติดอยู่ใน 50 บริษัทแรกนั้นหลายบริษัทจะเป็นบริษัทที่ใหม่ และเราจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่น่าสนใจขึ้นมาได้ และที่น่าสนใจอีกประการคือนวัตกรรมตามนิยามของ Fast Company นั้นไม่ใช่นวัตกรรมในเชิงของเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือบริษัทที่ได้อันดับ 1 ในปีที่แล้ว อย่างเช่น Warby Parker เป็นบริษัทที่คนไทยอาจจะไม่คุ้นเคยและก็ไม่ได้คิดเทคโนโลยีใหม่อะไรขึ้นมาแต่เขาสามารถขายแว่นสายตาทางอินเทอร์เน็ตได้ และกำลังท้าทายยักษ์ใหญ่ในวงการแว่นตาอย่าง Luxotica ซึ่งมาในปีนี้เนื่องจาก Warby Parket ยังไม่ได้คิดอะไรใหม่ๆ จนโดนใจ อันดับก็ตกลงมาจากอันดับ 1 ในปีที่แล้วเหลืออันดับที่ 21
ดังนั้นใช่ว่าจะติด 50 อันดับแรกแล้วในปีหน้าก็จะยังติดนะครับ นั้นคือถ้าบริษัทไม่มีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอันดับก็อาจจะตกลงได้ อย่างเช่นในปี 2016 นี้มีเพียงแค่ 6 บริษัทเท่านั้นเองครับที่เคยติด 50 อันดับแรกในปีที่แล้ว แสดงว่า 44 บริษัทที่เหลือจากปีที่แล้วนั้น พอไร้นวัตกรรมก็หลุดโผออกไปเลย
ทีนี้มาดูกันนะครับว่า มีบริษัทไหนที่ติดอันดับกันบ้าง เมื่อนึกถึงบริษัทที่เป็นสุดยอดนวัตกรรมเชื่อว่า ท่านผู้อ่านก็คงนึกถึงบรรดาบริษัทที่ทาง Fast Company เขาเรียกว่ากลุ่มAMAPPOOGLEBOOK ซึ่งเป็น 4 ยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ท่านผู้อ่านลองเดาดูก่อนนะครับว่าประกอบด้วยบริษัทใดบ้าง (อย่าเพิ่งอ่านเฉลยในย่อหน้าถัดไป)
จริงอยู่นะครับ ที่ทั้ง AMAPPOOGLEBOOK ต่างติดใน 10 อันดับแรก (Facebook #2, Amazon #6, Apple #7 Alphabet (บริษัทแม่ของGoogle) #8) แต่อันดับหนึ่งนั้นตกเป็นของ BuzzFeed ครับ ท่านผู้อ่านที่ไม่ได้ติดตามข่าวผ่านระบบดิจิตอลหรือวัยรุ่นเพียงพอ อาจจะไม่คุ้นหรือรู้จักกับ BuzzFeed (ผมมี App BuzzFeed บนมือถือนะครับ) แต่ BuzzFeed ได้รับความนิยมอย่างมากในฐานะผู้ให้บริการข่าวผ่านทางอินเทอร์เน็ต (มีทั้งข่าวมีสาระและไม่มีสาระนะครับ) และไม่ใช่การนำเสนอข่าวในรูปแบบธรรมดาเหมือนแอพพลิเคชั่นของหนังสือพิมพ์ทั่วๆ ไปนะครับ แต่เป็นทั้งข่าวทั้งแบบสอบถาม และการนำเสนอข้อมูลต่างๆ ในรูปแบบของ listicles (บทความหรือ article ที่อยู่ในรูปแบบของ list)
ข่าวภาพและวิดีโอต่างๆ ของ BuzzFeed ได้รับการแชร์ผ่านทางสื่อออนไลน์ต่างๆ จำนวนมาก เรียกได้ว่าเป็นบริษัทหนึ่งที่ใช้ประโยชน์จากสื่อออนไลน์ได้อย่างดีที่สุด ตัวอย่างง่ายสุดคือปัจจุบันในแอพ Snapchat (ได้เคยเขียนถึง Snapchat หลายครั้งแล้ว และก็เป็นอีกหนึ่งแอพของวัยรุ่นที่ผมมีในเครื่อง) BuzzFeed ก็ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง และปัจจุบันมีกลุ่มผู้อ่าน BuzzFeed ที่มาจาก Snapchap ถึงร้อยละ 21
นอกเหนือจากบริษัทใหม่ๆ อย่างเช่น BuzzFeed แล้ว บริษัทที่ทำธุรกิจแบบดั้งเดิมแต่สามารถคิดนวัตกรรมใหม่ออกมาได้ ก็ได้รับการจัดอันดับครับอย่างเช่น CVS Health ที่ติดในอันดับ 3 ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจจะคุ้นกับ CVS ในฐานะร้านขายยายักษ์ใหญ่ของอเมริกา และก็อาจจะเริ่มสงสัยว่าร้านขายยานี้ได้มีนวัตกรรมอะไรใหม่ที่น่าสนใจหรือ? ความน่าสนใจก็คือคู่แข่งสำคัญอย่าง Walgreens กำลังทยอยปิดร้านลงเรื่อยๆ แต่ CVS กลับขยายฐานลูกค้าและเปิดร้านใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเขาสามารถสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ ที่น่าสนใจออกมาได้
ตัวอย่างเช่น CVS เข้าไปซื้อ MinuteClinic ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นคลีนิก (ที่ไม่ต้องมีแพทย์) แล้วนำมาเปิดใน CVS ดังนั้นผู้ป่วยสามารถเข้ามารับบริการทางการแพทย์อย่างง่ายๆ ได้จาก MinuteClinic นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาใหม่ๆ ออกมาจาก Digital Innovation Lab ของเขาอย่างต่อเนื่อง
แต่ที่ผมชอบที่สุดคือ กล้าที่จะประกาศว่า เป็นศูนย์บริการสุขภาพอย่างครบวงจรด้วยการเลิกขายบุหรี่ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจากภายในร้านซึ่งถึงแม้จะทำให้ยอดขายของบริษัทตกลงในปีที่แล้ว แต่ก็ได้ใจผู้ที่สนใจและรักสุขภาพไปได้เยอะเลยครับ
ถ้าท่านผู้อ่านสนใจลองหาซื้อนิตยสาร FastCompany มาอ่านได้นะครับ หรือเข้าไปที่เว็บของเขาครับความน่าสนใจของทั้ง 50 บริษัทที่เขาเลือกมานั้นคือทำให้เราได้เรียนรู้เคล็ดลับหรือแนวคิดใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและน่าจะนำมาปรับใช้กับองค์กรของท่านได้ครับ






