วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับเข่าซักถาม คุณครูดาว์พงษ์ : พรุ่งนี้เด็กไทยจะเป็นอย่างไร?

“อายุขัย” ของคนมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีศึกษา

โดยเฉลี่ยจะตกเพียง 6 เดือน ดังนั้นเมื่อรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ทำงานมาครบ 5 เดือน ผมจึงต้องขอจับเข่าสัมภาษณ์ถามว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง และจะทำอะไรในอีก 1 ปีครึ่งข้างหน้า (หากเป็นไปตาม Road Map ของ คสช.)

ประโยคแรกที่ รมต.ดาว์พงษ์พูดคือ

“จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ผมมาที่กระทรวงทรัพยากรมนุษย์ซึ่งก็คือกระทรวงศึกษาธิการ...”

ผมเชื่อว่าภารกิจ “สร้างคน” เป็นเรื่องใหญ่ และหาก “ปฏิรูปการศึกษา” ไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าจะปฏิรูปประเทศชาติได้

คุยกันกว่าหนึ่งชั่วโมง สัมผัสได้ถึงความพร้อมที่จะสร้างคุณภาพของเยาวชนไทยด้วยการเน้น

“ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”

ปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคม

ยกมาตรฐานภาษาอังกฤษ

ปรับคุณภาพครู

เพิ่มการสอนให้นักเรียนคิด วิเคราะห์...เพิ่มข้อสอบเป็นอัตนัยมากขึ้น

หากจำเป็น อาจจะเอาการ “ตกซ้ำชั้น” กลับมาใช้เพื่อตอกย้ำถึงความสำคัญของการสอบและมาตรฐานการเรียนการสอน ไม่ให้ย่อหย่อน ปล่อยเกรด ไร้คุณภาพอย่างที่เป็นแนวโน้มในช่วงหลัง

พล.อ.ดาว์พงษ์บอกว่ามี 6 ยุทธศาสตร์ที่แปรเป็น 65 โครงการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการยกเครื่องระบบการศึกษาของชาติ

“ผมไม่มีวาระส่วนตัว ไม่มีผลประโยชน์ใด ๆ ผมเปิดใจกว้างรับฟังความเห็นของทุกท่านไม่ว่าจะเป็นข้าราชการของกระทรวงฯ นักวิชาการ นักธุรกิจและผู้ปกครอง” รัฐมนตรีศึกษาฯบอก

จุดเน้น 6 ยุทธศาสตร์นี้คือ

1. หลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้

2. การผลิตและพัฒนาครู

3. การทดสอบ, การประเมิน, การประกันคุณภาพ, และการพัฒนามาตรฐานการศึกษา

4. ผลิต, พัฒนากำลังคนและงานวิจัย ที่สอดคล้องกับความต้องการของการพัฒนาประเทศ

5. ICT เพื่อการศึกษา

6. การบริหารจัดการ

ผลของนโยบายลดชั่วโมงเรียนและเพิ่มชั่วโมงเรียนรู้ ยังคงต้องประเมินกัน แต่เบื้องต้นนั้นนักเรียนส่วนใหญ่ที่สำรวจ บอกว่าดีใจที่มีเวลาทำกิจกรรมสร้างสรรค์มากขึ้น ผู้ปกครองอาจจะยังเป็นห่วงอยู่บ้าง ว่าเวลาว่างของลูกจะทำอะไรบ้าง แต่หากมีการชี้แจงอธิบาย และทำให้เห็นผลทางบวกต่อเด็กนักเรียน การเพิ่มการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมหลากหลาย และเสริมสร้างวิธีคิดให้กว้างและลึก ก็น่าจะสอดคล้องกับการสร้างเด็กไทยที่เก่ง และมีความสุขกับการไปโรงเรียน

ยังต้องประเมินกันต่อว่าการบ้านน้อยลงหรือไม่ กระเป๋าที่นักเรียนแบกไปโรงเรียนเบาลงหรือไม่ และเด็กจะกล้าตั้งคำถามครูมากขึ้นหรือไม่

ผมถามรัฐมนตรีดาว์พงษ์ว่า “เด็กไทยโง่กว่าเด็กชาติอื่นในอาเซียนหรือไม่?”

รัฐมนตรีตอบทันควันว่า “เด็กไทยไม่โง่กว่าเพื่อนบ้านแน่นอน.... แต่ที่แสดงออกไม่เก่งเพราะความอ่อนด้อยทางภาษาอังกฤษ ผมจึงให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้มากขึ้น อย่างเป็นระบบทั้งร่วมมือกับสถาบันต่างชาติและยกระดับและมาตรฐานของครูไทยเราเอง...”

ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ก็กำหนดไว้ว่า “ปฏิรูปการศึกษา” กับ “ปฏิรูปตำรวจ” ต้องเป็นรูปธรรมในหนึ่งปี

ผมถามว่าหนึ่งปีจะพอหรือ?

รัฐมนตรีดาว์พงษ์บอกว่า “หนึ่งปีจะเห็นแผนงานชัดเจน และจะเป็นหลักการสำหรับรัฐบาลใหม่รับช่วงทำต่อไปได้ ถ้าแผนปฏิรูปการศึกษาเป็นที่ยอมรับและเป็นที่ต้องการของประชาชน ใครมาเป็นรัฐบาลก็ต้องทำตามครับ”

ก่อนลงจากตำแหน่งอยากให้คนไทย จำรัฐมนตรีศึกษาท่านนี้ว่าได้ทิ้งผลงานอะไรไว้บ้าง?

“ผมไม่ได้ต้องการให้ใครจำอะไรครับ แต่อยากปูพื้นฐานการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้เด็กไทยคิดเป็น มีเหตุมีผล วิเคราะห์ได้ เป็นทั้งคนเก่งและคนดีครับ” รัฐมนตรีดาว์พงษ์บอกผม

“ครูดาวพงษ์” คนนี้ถือไม้เรียวหรือไม่?

ติดตามคำถามคำตอบทุกแง่มุมของการปฏิรูปการศึกษาวันนี้ได้ใน “ไทม์ไลน์สุทธิชัย หยุ่น” 22.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์นี้ทางช่อง 22…Nation TV !