การประท้วงหยุดบิน ของสายการบินนกแอร์
เมื่อบ่ายๆ ของวันที่14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จนทำให้ผู้โดยสาร 1,491 คนได้รับผลกระทบ ไม่สามารถเดินทางได้ สร้างความเดือดร้อนอยู่ไม่น้อย กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมา
เชื่อว่ายังคงเป็นประเด็น “คาใจ” ของผู้คนอยู่ไม่น้อย คงไม่ใช่แค่ประเด็น “ปรับเพิ่มมาตรฐานการให้เข้ากับมาตรฐานของเอียซ่า” อย่างที่ซีอีโอนกแอร์ ร้อนรนออกมาป่าวประกาศตั้งแต่วันแรก
ในฐานะผู้โดยสารคนหนึ่ง มองว่า ถ้านักบินนกแอร์มาตรฐานต่ำอย่างที่ออกมาบอก ยิ่งทำให้รู้สึกน่ากลัวยิ่งนัก อดคิดไม่ได้ แล้วที่บินๆ กันอยู่ มันไม่ได้มาตรฐานหรืออย่างไร จริงๆ วันแรก ใครได้ฟังได้อ่านที่ซีอีโอนกแอร์ออกมาบอก คงนึกสงสัยอยู่ในใจ
เอาละ..จะปรับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างไร มันก็คงเป็นเรื่องภายในองค์กรนั่นแหละ ยิ่งปรับให้ได้มาตรฐานสากลเท่าไหร่ ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักสากลการบินอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่ต้องทำด้วยซ้ำ หากเป็นเรื่องมาตรฐานการบินจริง แต่กลับมีนักบินไม่เห็นด้วยอย่างนี้สมควรให้“ออก”
สิ่งที่เกิดขึ้นเวลานี้ ดูเหมือนจะเป็นหนังคนละม้วน กับต้นเหตุที่นักบินสไตรค์ ยิ่งสองฝ่ายออกมา “สาวไส้” ใส่กัน ยิ่งทำให้คิดต่อไปอีกว่า เรื่องนี้มันน่าจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังมากกว่าที่ปรากฏ และคงไม่เฉพาะแต่ประเด็นที่นักบินมีไม่เพียงพอเท่านั้น
ยิ่งได้ฟังเหตุผลทั้งซีอีโอนกแอร์ และ กัปตันศานิต คงเพชร อดีตผู้จัดการรักษามาตรฐานการบิน ที่ถูกปลดออกจากสายการบินนกแอร์ มึนจนไม่รู้จะเชื่อใคร แต่ละฝ่ายมีข้ออ้างที่ต่างกัน อีกฝ่ายบอกว่า ตอกบัตรแล้วไม่ยอมทำการบิน ฝ่ายกัปตันบอกว่า จริงๆ อยู่ในช่วงลาป่วย เมื่อถูกร้องขอให้มาช่วยบินก็มา แต่มาทราบว่า “ถูกสอบสวน” เลยมีอาการไม่สบายใจ จึงไม่อยากทำการบิน นี่อาจเป็นเหตุผลของแต่ละฝ่ายเท่านั้น
ที่แน่ๆ ว่ากันว่า มีเรื่องที่เป็นจุดชนวนให้ปรอทแตกต่างหาก บ้างก็บอกว่า มันเรื่องทำนองการปรับโครงสร้างของฝ่ายบริหาร แต่เดิมตำแหน่งฝ่ายบริหารนั่งควบอยู่กับตำแหน่งนักบิน
จริงๆ การควบตำแหน่งแบบนี้ การบินไทยในฐานะบริษัทแม่ ก็มีลักษณะการทำงานที่คล้ายๆ กันคือ “นั่งควบฝ่ายบริหารกับนักบิน”
การปรับเปลี่ยนหรือลดทอนหน้าที่ หากทำภายในองค์กร ก็ไม่น่าจะมีปัญหาสักเท่าไหร่ แต่สิ่งที่กำลังจะปรากฏ ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องของ “ศักดิ์ศรี” เข้ามาเกี่ยวข้องยังไงชอบกล
ปมขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารกับนักบินบางส่วน ที่ทำให้แรงเกิดปะทุขึ้นมา จนนำไปสู่การหยุดบิน 9 เส้นทาง แบบ “ออเดิร์ฟ” วันนั้น ไม่ได้เพียงแต่ ขาดนักบินหรือปรับโครงสร้างสักเท่าไหร่
ยิ่งกว่านี้มีการพูดกันมากในหมู่นักบิน ทำนองขัดแย้งหนัก ก็เพราะฝ่ายบริหารนกแอร์ กำลังวางแผนที่จะโยกคนจากการบินไทยมาเสียบแทน ฝ่ายบริหารในนกแอร์ปัจจุบันที่นั่งทับอยู่ 2-3 ตำแหน่ง น่าจะผสมผสานกับความไม่พอใจ นักบินกลุ่มนี้น่าจะอยู่ในสภาพหลังพิงฝา
เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดความไม่พอใจขึ้น จริงเท็จอย่างไร เรื่องนี้ต้องติดตาม ยิ่งบอกว่า นกแอร์กำลังหาพันธมิตรต่างชาติเข้ามา เพราะต้องการทำลักษณะโค้ดแชร์เที่ยวบินกับสายการบินต่างๆ น่าสนใจยิ่งนัก โดยเฉพาะโค้ดแชร์ไปเส้นทางยุโรป
เม้าท์กันสนั่นในวงการนักบิน ทำนองไม่ให้เกียรติกับผู้ที่ถูกปลดหรือผู้ที่ถูกตั้งกรรมการสอบสวน จริงๆ หลายคนมี “ยศ” นำหน้า ในระดับต่างๆ มาจากทหารเรือเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่พอมีคำสั่งปลดหรือสอบสวน “ยศ” นำหน้าหดหายไปซะอย่างนั้น หรือว่าคนที่นี่เขาไม่สนใจกันหรืออย่างไร แต่ในวงการนักบินเขาพูดกันมากว่าไม่ให้ “เกียรติ” กันเลย
จะแย่งชิงอำนาจหรือขัดแย้งกันอย่างไร อย่าทำให้ผู้โดยสารเดือดร้อน หรือได้รับความเสียหายทั้งชีวิต และทรัพย์สินก็แล้วกัน...









