อย่าพูดเป็นเล่นไป ที่เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้
กำลังจะกลายเป็นเรื่อง “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” ในการเมืองสหรัฐเสียแล้ว
เพราะเริ่มมีคนเชื่อว่าโอกาสที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไป อาจจะชื่อ โดนัล ทรัมพ์ จริง ๆ... และเพื่อนมะกันของผมหลายคน กำลังสอบถามว่าควรจะย้ายไปอยู่ประเทศไหนกันแล้ว
โพลล์แล้วโพลล์เล่ายืนยันว่าเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ปากร้ายหยายคาย และความคิดขวาตกขอบคนนี้ ได้รับความนิยมจากคนอเมริกันที่สิ้นหวังกับการเมืองกระแสหลัก และชอบความห่าม ๆ ของเขาจนคิดว่าจะเลือกเขาเป็นผู้นำมาแก้ความอึดอัดขัดข้องของตัวเอง
ชัยชนะของทรัมพ์ ในการเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐนิวแฮมเชียร์ที่ค่อนข้างเด็ดขาด เหนือคู่แข่งในพรรครีพับบลิกัน ทำให้นักวิเคราะห์บางคนบางค่ายเริ่มจะยอมรับว่า “กระแสทรัมพ์” อาจจะระงับยับยั้งได้ยาก
และหากพรรคเดโมแครตที่กำลังต้องเลือกระหว่าง ฮิลลารี คลินตัน กับ เบอร์นี่ แซนเดอร์ส ไม่สามารถจะระดมเสียงสนับสนุนจากคนอเมริกันเพียงพอ ทรัมพ์อาจจะเป็นผู้ยึดเก้าอี้ทำเนียบขาวก็ได้
หากเป็นเช่นนี้จริง โลกจะต้องเผชิญกับความแปลกแยกที่ไม่เคยเผชิญมาก่อนแน่นอน
เพราะนโยบายของทรัมพ์จะ “บ้าบิ่น” พอที่จะสร้างความปั่นป่วนให้กับสหรัฐ และส่วนอื่น ๆ ของโลกไม่น้อยเลย
นโยบายข้อแรกคือ เขาจะขับไล่คนที่อยู่อเมริกา แต่ไม่มีเอกสารรับรองความเป็นผู้อาศัยอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
แปลว่าหากเขาเป็นประธานาธิบดีจะขับไล่คน 11 ล้านคนในสองปี
ปัญหาคือจะไปตามไล่ล่าคนทั้ง 11 ล้านคนอย่างไร และถึงแม้จะเคาะทุกประตูบ้าน เพื่อตรวจดูว่าใครอยู่ในประเทศอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็มีคำถามว่าจะใช้วิธีการขับไล่ออกไปนอกประเทศอย่างไร
และหากใช้วิธีประเมินด้วยการดูสีผิวหน้าตา ก็จะถูกฟ้องว่าละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานว่าด้วยการไม่แยกแยะคนด้วยสัญชาติหรือรูปลักษณ์
อีกทั้งทุกคนที่ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้อาศัยผิดกฎหมาย ตรวจคนเข้าเมืองก็ยังมีสิทธิจะฟ้องศาลเพื่อขอความเป็นธรรม ขณะที่คดีว่าด้วยตรวจคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย ที่ค้างอยู่ในศาลยังมีบัญชีหางว่าวยาวเหยียดถึง 4-5 ปีอยู่แล้ว
ปัญหาต่อมาก็คือว่าหาก “ท่านประธานาธิบดีทรัมพ์” ขับคนออกนอกประเทศด้วยเหตุผลนี้จริง ๆ ก็จะก่อให้เกิดปัญหาครอบครัวที่ถูกแบ่งแยก แตกกระสานซ่านเซ็นกันครั้งใหญ่ เพราะ 11 ล้านคนที่ว่านี้ส่วนใหญ่แต่งงานกับคนที่อยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว
ตามกฎหมายอเมริกันวันนี้ ใครที่ถูกส่งออกนอกประเทศเพราะทำผิดกฎหมาย จะไม่สามารถเดินทางกลับอเมริกาได้ภายใน 10 ปี
แปลว่าครอบครัวอเมริกันหลายสิบล้าน จะต้องเจอกับปัญหาที่สมาชิกครอบครัวต้องถูกแบ่งแยกกันครั้งใหญ่
และหนีไม่พ้นว่าหากคนจำนวนมากเช่นนี้ถูกไล่ออกนอกประเทศ เศรษฐกิจสหรัฐฯก็จะถูกกระทบไม่มากก็น้อย เพราะอย่างน้อย 7.-7.5 ล้านคนทำงานในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ
หากทำตามที่หาเสียงเอาไว้ ท่านประธานาธิบดีทรัมพ์ ก็จะห้ามคนมุสลิมเข้าประเทศอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด (“total and complete shutdown of Muslims entering the US”)
ซึ่งเป็นแนวทางที่ผิดต่อประวัติศาสตร์ ประเพณี และหลักการของประเทศสหรัฐ ที่ก่อกำเนิดมาด้วยผู้อพยพและเปิดกว้างให้กับความเชื่อทางด้านศาสนาและการเมือง
เท่านั้นไม่พอ “ท่านประธานาธิบดีทรัมพ์” จะยังทำอะไรอีกหลายอย่าง ที่ชาวโลกต้องตะลึงพรึงเพริศไปอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ว่าต่อพรุ่งนี้ครับ









