บรรดาคนที่อยากเป็นประธานาธิบดีหรือเป็นผู้นำของประเทศนี้ล้วนเป็นชนชั้นนำของสหรัฐฯทั้งสิ้น
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในข่าวประจำวันที่พลเมืองทั่วโลกให้ความสนใจก็คือการแข่งขันเพื่อหาเสียงของเหล่าผู้สมัครชิงตำแหน่งปธน.ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 58 และจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 8 พฤศจิกายนของปีนี้
ขณะนี้มีรายชื่อผู้สมัครชิงตำแหน่งอยู่ประมาณยี่สิบกว่าท่าน ที่ใช้คำว่าประมาณก็เพราะว่ารายชื่อนี้ยังไม่นิ่ง เพราะอาจมีคนเปลี่ยนใจถอนตัวไม่อยากแข่งขันช่วงชิงตำแหน่งเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ผู้สมัครส่วนใหญ่มาจากพรรคการเมืองหลักของสหรัฐฯ 2 พรรคเจ้าเก่าคือ พรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน ทางพรรคเดโมแครตมีผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรคอยู่ 3 ท่านคือ นางฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของอดีตปธน.คลินตันนั่นเอง ท่านที่สองก็คือ นายเบอร์นี่ แซนเดอร์ สมาชิกวุฒิสภาจากรัฐเวอร์มอนต์และท่านสุดท้ายคือ นายร็อคกี้ เดอ ลา ฟูเอ็นเต
ส่วนทางฝั่งพรรครีพับลิกันมีผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรคอยู่ 10 ท่านด้วยกันคือ นายเจบ บุช อดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริดา น้องชายของอดีตปธน.จอร์จ ดับเบิลยู บุช นายเบน คาร์สัน อดีตศัลยแพทย์ระบบประสาท นายคริส คริสตี้ ผู้ว่าการรัฐนิว เจอร์ซีย์ นายเท็ด ครูซ สมาชิกวุฒิสภาจากรัฐเทกซัส นางคาร์ลี ฟิออรินา อดีตกรรมการผจก. บริษัทฮิวเลตต์ แพ็กการ์ดและอดีตผู้แทนสมัครสมาชิกวุฒิสภาจากรัฐแคลิฟอร์เนีย นายจิม กิลมอร์ อดีตผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย นายจอห์น คาซิค ผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ นายไมค์ ฮัคคาบี อดีตผู้ว่าการรัฐอาร์คันซอ นายมาร์โค รูไบโอ สมาชิกวุฒิสภาจากรัฐฟลอริดา และนายโดนัลด์ ทรัมป์ นักธุรกิจจากรัฐนิวยอร์ค
นอกจาก 2 พรรคใหญ่แล้วก็มีผู้สมัครจากพรรคอิสระอีกเกือบสิบท่าน แต่ที่มาแรงหน่อยมีอยู่ 2 ท่าน ก็คือ แพทย์หญิงจิลล์ สเตน อดีตผู้สมัครตำแหน่งผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตต์และนายแกรี่ จอห์นสัน อดีตนักธุรกิจและอดีตผู้ว่าการรัฐนิวเม็กซิโก
ประเด็นสำคัญที่อยากมาคุยในวันนี้คือบรรดาคนที่อยากเป็นประธานาธิบดีหรือเป็นผู้นำของประเทศนี้ล้วนเป็นชนชั้นนำของสหรัฐฯทั้งสิ้น ไม่มีใครที่ไม่เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำระดับสูงของธุรกิจหรือวงการบริหารภาครัฐมาเลย จึงเป็นเรื่องน่าสนใจว่าบุคคลชั้นนำกลุ่มนี้มีบุคลิกภาพความเป็นผู้นำแบบใด มีวิธีคิด วิธีสื่อสาร วิธีแก้ปัญหา วิธีต่อสู้เพื่อได้ชัยชนะอย่างไร และมีจุดอ่อนที่คู่ต่อสู้อาจดึงมาใช้เป็นจุดโจมตีให้สติแตกได้อย่างไร
ทั้งนี้มีนักจิตวิทยาด้านภาวะผู้นำในสหรัฐฯหลายท่านให้ความสนใจกับการวิเคราะห์ถอดรหัสบุคลิกภาพผู้สมัครช่วงชิงตำแหน่งงปธน.ของสหรัฐฯในปีนี้ หนึ่งในคนเหล่านั้นคือ เนต เรจิเอร์ (Nate Regier) ซึ่งดิฉันได้อ่านบทวิเคราะห์ของเธอฟังดูเข้าท่ามากทีเดียว เลยขอนำมาเผยแพร่ในคอลัมน์นี้บ้าง ทั้งนี้เนตได้นำแบบจำลองการจำแนกบุคลิกภาพของ “ไทบี้ คาห์เลอร์” (Taibi Kahler) มาใช้ในการถอดรหัสบุคลิกภาพของเหล่าผู้สมัครทั้งหลาย และเมื่อเอ่ยถึงนามของ “ไทบี้ คาห์เลอร์” ต้องขอใช้เวลาแนะนำบุคคลท่านนี้สักหน่อย ไทบี้เป็นนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญเรื่องทฤษฎีการวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (Transactional Analysis) และที่สำคัญยิ่งไปกว่านี้คือเขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาเรื่องการสื่อสารของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เช่น บิลล์ คลินตันอีกด้วย ว่ากันว่าทั้งบิลล์และฮิลลารีใช้บริการของไทบี้ทั้งคู่และให้ความชื่นชมยกย่องความสามารถของไทบี้เป็นอย่างยิ่ง โดยทั้งบิลล์และฮิลลารีเรียกไทบี้ว่าเป็น “อัจฉริยะ” เลย ลงว่าคนระดับบิลล์และฮิลลารีมองว่าเป็นอัจฉริยะ คนๆนั้นย่อมไม่ธรรมดา
ไทบี้กล่าวว่า “กระบวนการที่คนๆหนึ่งใช้ในการสื่อสารสามารถทำให้คาดเดาถึงพฤติกรรมของคนๆนั้นในอนาคตได้มากกว่าเนื้อความที่เขาสื่อสาร” (The process of how someone communicates is much more predictive of their future behavior than the content of their message) นั่นหมายความว่า เพียงเราเข้าใจกระบวนการสื่อสารของใครบางคน เราอาจสามารถคาดเดาถึงพฤติกรรมต่อไปของเขาได้ และเมื่อสามารถคาดเดาได้ เราก็อาจสามารถหาวิธีการที่เหมาะสมที่จะจูงใจและบริหารจัดการเขาได้ด้วย และนี่คือจุดสำคัญที่บิลล์และฮิลลารีมองเห็นและนำมาใช้ในการหาเสียง การโต้วาทีเพื่อกดดันเอาชนะคู่แข่ง และการสื่อสารเพื่อจูงใจอื่นๆ
ไทบี้ได้สร้างแบบจำลองในการประเมินกระบวนการการสื่อสารของคนที่เรียกย่อๆว่า PCM (Process Communication Model) โดยแบ่งบุคลิกภาพของคนเราจากกระบวนการในการสื่อสารออกเป็น 6 แบบคือ แบบนักคิด (Thinker) แบบนักสมานฉันท์ (Harmonizer) แบบผู้ยืนหยัด (Persister) แบบนักปฏิวัติ (Rebel) แบบนักจินตนาการ (Imaginer) และแบบนักก่อการ (Promoter)
ผู้ที่เป็น “นักคิด” คือผู้ที่สนใจแสวงหาข้อมูล เหตุผล เป็นคนที่มีเป้าหมาย และชอบมีแผนงานที่เป็นระบบ เวลาโจมตีคู่แข่งหรือศัตรูจะตั้งคำถามเกี่ยวกับหลักฐานข้อมูล ความเป็นเหตุเป็นผล จุดอ่อนคือไม่ค่อยจัดเจนในการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคล ไม่ค่อยคำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่นเท่าที่ควร เพราะสนใจแต่ข้อเท็จจริงและข้อมูล ความกลัวของนักคิดทั้งหลาย คือกลัวการที่ตนเองควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ เวลาเรื่องไม่เป็นไปตามแผนที่เตรียมไว้ อาจเสียขบวนไปไม่ถูกเอาเลยเวลาถูกคู่แข่งโจมตีในเรื่องที่ไม่ได้เตรียมตัวเพราะพลิ้วไม่ค่อยเป็น
นักสมานฉันท์ ชื่อก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าชอบปรองดอง ไม่ชอบขัดแย้ง เห็นอกเห็นใจคน เป็นคนอบอุ่น เจรจาแบบนักการฑูตถนอมความรู้สึกคน ความรู้สึกมักมาเหนือเหตุผล มีสปิริตแรง ไม่ค่อยมีเรื่องราวขัดแย้งหรือมีปากเสียงกับใครเพราะไม่ใช่นิสัย มักถูกคนเอาเปรียบเพราะใจอ่อน ใจดี ขี้สงสาร สิ่งที่หวาดกลัวคือไม่เป็นที่ยอมรับจากกลุ่มคนรอบข้าง จะรู้สึกแย่ถ้าถูกจี้จุดหรือถูกตั้งถามเรื่องเกี่ยวกับความมีน้ำใจ ความเห็นอกเห็นใจหรือความมีมนุษยธรรมของพวกเขา
ผู้ยืนหยัด หรือบางกรณีเรียกว่า ผู้มีความเชื่อ (Believer) คือคนที่มีค่านิยมหรือความเชื่อในบางสิ่งบางอย่างซึ่งกลายเป็นหลักการกรอบความคิดของเขา และถ้ายึดมั่นในความเชื่อใดๆแล้วมักเชื่อหัวปัก มีศรัทธาเหนียวแน่นต่อสู้เพื่อรักษาสิ่งที่เขาเชื่อโดยไม่ถอยง่ายๆ เป็นผู้ที่รักเกียรติ รักศักดิ์ศรี มีความจงรักภักดี เป็นนักสังเกตการณ์ที่ดี แต่อาจโกรธสติแตกง่ายๆ ถ้าใครมาตั้งคำถามเกี่ยวกับความเชื่อและศักดิ์ศรีของเขา ระวังโดนคู่แข่งโจมตีด้วยข้อมูลเพราะมักไม่แน่นเรื่องข้อมูล และอย่าตัดสินคนอื่นง่ายๆด้วยความรู้สึก โดยไม่ใช้เหตุผลอย่างพอเพียง
นักปฏิวัติ ชอบการเปลี่ยนแปลง คุยสนุก ขี้เล่น กล้าได้กล้าเสีย ชอบท้าทาย มองว่ากฏเกณฑ์มีเอาไว้เพื่อท้าทาย ไม่ชอบถูกบงการให้ทำตามระเบียบ ชอบบรรยากาศสบายๆไม่ซีเรียสจริงจัง หากจริงจังกับพวกเขามากไป เขาก็จะหายหน้าหนีไปเลยหากจะชักชวนให้มาทำงานด้วยต้องมีลูกล่อลูกชน ทำงานปนเล่นปนอารมณ์ขันแล้วเขาจะสร้างผลงานได้ดีภายใต้บรรยากาศสบายๆ
นักจินตนาการ ชอบอยู่เงียบๆใช้ความคิดคนเดียว ไม่ชอบพูด ขัดเขินถ้าต้องพูดกับคนที่ไม่ค่อยรู้จัก อึดอัดถ้าต้องอยู่ในกลุ่มคนที่ไม่คุ้นเคย หากต้องการเนื้องานดีๆจากเขา ต้องเข้าไปสื่อสารกับเขาเป็นการส่วนตัว พูดกันให้จะแจ้งเกี่ยวกับเป้าหมายและกระบวนการแล้วจะได้งาน เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ แต่อาจมีความคิดมากมายจนไม่ได้ลงมือทำเสียทีเพราะมัวแต่คิด ไม่ค่อยเห็นเวลาเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ค่อยขี้โมโหแต่อาจโมโหหากไปรบกวนความสงบของเขา หรือกดดันให้เขาต้องสื่อสารกับคนหมู่มากที่ไม่คุ้นเคยนานๆ
ผู้ก่อการ คือคนที่เก่งในการมองหาโอกาสที่จะสร้างฝันให้เป็นจริง หาโอกาสที่จะทำอะไรใหม่ๆที่ท้าทายน่าตื่นเต้น เป็นนักปฏิบัติ ฉับไวในการตัดสินใจ เปลี่ยนใจเร็ว พลิ้วเก่ง ไม่ชอบให้ใครมาท้าทายหรือดูถูกว่าเป็นคนอ่อนแอ ไม่เก่ง ไม่แน่จริง และถ้าถูกจี้จุดอ่อนนี้ก็อาจหลุด โมโหหุนหันพลันแล่น และล้มกระดานได้ง่ายๆ แต่เป็นคนประมาณแข็งนอกข้างในไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไร ดูภายนอกเก่งกับการทำให้คนประทับใจในความฉลาดเชี่ยวชาญเข้มแข็ง ลึกๆอาจกลัวการมีความสัมพันธ์แบบลุ่มลึกที่ต้องใช้ความจริงใจเป็นพื้นฐาน ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีความจริงใจ แต่เขากลัวที่จะเปิดเผยความรู้สึกส่วนลึกกับผู้คน
บุคลิกภาพทั้ง 6 แบบล้วนมีข้อเด่นข้อด้อยด้วยกันทั้งสิ้น ไม่มีแบบใดดีกว่าแบบใด และคนเราสามารถมีบุคลิกภาพได้มากกว่า 1 แบบ เช่น อาจเป็นทั้งนักคิดและผู้ยืนหยัดในคนเดียวกันก็ได้ และคนบางคนอาจมีบุคลิกผสมกันได้ถึง 4 แบบก็มี แสดงว่าคนๆนั้นปรับตัวยืดหยุ่นเก่ง พลิ้วได้หลายแบบ
เรามาดูกันว่าผู้ชิงตำแหน่งปธน. ของสหรัฐฯในปีนี้มีบุคลิกภาพแบบไหนกันบ้างจากการวิเคราะห์ของเนต เรจิเอร์กันเลยค่ะ
นักคิด ฮิลลารี คลินตัน ,แรนด์ พอล,คาร์ลี ฟิออรินา,จอห์น คาซิค,มาร์ค รูไบโอ,เบอร์นี่ แซนเดอร์ส
ผู้ยืนหยัด เจบ บุช,ไมค์ ฮัคคาบี,เทด ครูซ,คาร์ลี ฟิออรินา,เบอร์นี่ แซนเดอร์ส
นักก่อการ คาร์ลี ฟิออรินา,โดนัลด์ ทรัมป์
นักสมานฉันท์ เบอร์นี่ แซนเดอร์ส
จะเห็นได้ว่าผู้สมัครชิงตำแหน่งปธน. ของสหรัฐฯ ส่วนใหญ่มีบุคลิกเป็นนักคิด คือจริงจัง ใช้เหตุผล เช่น ฮิลลารี คลินตัน แรนด์ พอล รองลงมาคือเป็นผู้ยืนหยัด เช่นเจบ บุช ไมค์ ฮัคคาบี ส่วนนักก่อการก็คือ โดนัลด์ ทรัมป์อย่างไม่น่าสงสัย สุดท้ายคือ นักสมานฉันท์ ได้แก่ เบอร์นี่ แซนเดอร์ส ซึ่งเบอร์นี่คนนี้และคาร์ลี ฟิออรินา มีบุคลิกผสมผสานระหว่างการเป็นนักคิด ผู้ยืนหยัด และนักก่อการ แสดงว่าสองท่านนี้เป็นคนยืดหยุ่นและสามารถปรับบุคลิกภาพให้เข้ากับคนได้หลายแบบ
ข้อสังเกตที่เราอาจจะสรุปได้จากการวิเคราะห์ของเนต คือ แม้ว่าบุคลิกภาพทุกประเภทจะสามารถก้าวเป็นผู้นำได้หมด แต่ในเวลานี้ดูเหมือนว่าจะมีพวก “นักคิด” อยู่ในกลุ่มผู้สมัครชิงตำแหน่งมากที่สุด และในครั้งนี้ไม่มีผู้สมัครที่มีบุคลิกภาพแบบนักจินตนาการและนักปฏิวัติปนอยู่ด้วย
เราคงต้องดูกันต่อไปว่าเมื่อผลเลือกตั้งออกมาในปลายปีนี้ คนอเมริกันจะเลือกผู้นำแบบนักคิด ผู้ยืนหยัด นักก่อการ หรือนักสมานฉันท์เป็นปธน.









