วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เจ้าสัว’ จะช่วยธุรกิจกลาง-เล็ก

ให้แข่งขันกับเพื่อนบ้านได้อย่างไร?

รองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์เชิญชวน “เจ้าสัวทุกค่ายทุกสำนัก” มาร่วมแนวทาง “ประชารัฐ” พร้อมกับขอให้มองเรื่องนี้ในเชิงบวก หยุดคิดว่าเจ้าสัวจะมากินประเทศ หรือรายใหญ่จะฮุบรายเล็ก เพราะถึงเวลาที่ “คนรวยจะช่วยคนจน”

คุณสมคิดพูดเรื่องนี้ในงานบันทึกลงนามความร่วมมือ “สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่” โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งสู่เศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืนระหว่างองค์กรชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานภาคเอกชน

รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจบอกว่าได้ขอความช่วยเหลือเอื้อเฟื้อจากเอกชน รับซื้อสินค้าจากภาคเกษตร เพราะเอกชนมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับต่างประเทศ

“แทนที่จะรวยคนเดียวเก็บเงียบคนเดียว ก็เชื่อมโยงกับเกษตรกรในท้องถิ่น นำสินค้าไปจำหน่ายในร้านโมเดิร์นเทรดทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วย” คุณสมคิดบอก

และเสริมว่า

“สิ่งเหล่านี้ไม่เคยปรากฏมาก่อน ใครจะมองในทางที่เป็นเชิงลบ บอกว่านี่ทำไมถึงเอารายใหญ่มาฮุบรายเล็ก เจ้าสัวมากินประเทศ...เราควรจะคิดให้เป็นบวกซะ ถ้าพวกเราไม่ช่วยพวกเขาก็รวยกันอยู่แล้ว แต่วันนี้มันเป็นหน้าที่ของคนรวยที่จะต้องเข้ามาช่วยคนจน ไม่อย่างนั้น เมืองไทยเดินไปข้างหน้าไม่ได้...”

ต้องถือว่าเป็นความพยายามที่ดี น่าสนับสนุน และไม่ควรที่บทบาทของ “เจ้าสัว” ทั้งหลายจะจำกัดอยู่เฉพาะในการซื้อสินค้าจากเกษตรกรเท่านั้น หากแต่ยังควรจะต้องมองภาพกว้างว่าเจ้าของธุรกิจใหญ่ ๆ ของประเทศจะต้องตระหนักในหน้าที่ช่วยสังคมในทุก ๆ ด้านเพื่อยกระดับของธุรกิจระดับกลางและเล็กให้สามารถขึ้นมาแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัญหาที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำวันนี้และเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยไม่อาจจะแข่งขันกับชาติอื่นแม้เพื่อนบ้านได้ก็เพราะความมั่งคั่งและโอกาสทางธุรกิจกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธุรกิจใหญ่เท่านั้น เรายังไม่สามารถสร้าง “นักรบธุรกิจ” ในระดับกลางที่สามารถไปต่อกรกับสมาชิกอาเซียนโดยเฉพาะเมื่อกำแพงภาษีกำลังจะถูกยกเลิกภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีและการก่อเกิดของประชาคมอาเซียน

ทุกวันนี้ ธุรกิจไทยที่สามารถแข่งกับคนอื่นได้มีอยู่ไม่กี่กลุ่ม ล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทยักษ์ที่มีเงินทุนหนา และยึดกุมธุรกิจบางอย่างเป็นของกลุ่มตนอย่างเหนียวแน่น และนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่พยายามจะเข้ามาแข่งขันในวงการนั้น ๆ ก็มักจะถูกเบียดตกไปด้วยกลยุทธ์ทางการค้าและความด้อยกว่าทางด้านทุนและโอกาส

“เจ้าสัว” ไทยทั้งหลายอาจจะสามารถแข่งกับต่างประเทศได้ แต่ก็จะเป็นเกมระยะสั้นและเพื่อประโยชน์ที่จำกัดเฉพาะด้าน ไม่สามารถจะยกระดับความสามารถของการแข่งขันในระดับชาติได้ทั้งหมด เพราะส่วนที่เหลือของสังคมไทยที่เล็กกว่า มีอำนาจต่อรองน้อยกว่า โอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนยากกว่ายังอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ไม่อาจจะก้าวพ้นสภาพเป็นมวยรองบ่อนได้

ยิ่งหาก “เจ้าสัว” ท่านใดมีวิธีคิดและวิถีปฏิบัติที่ต้องการจะ “กินรวบ” เพื่อสร้างกำไรสูงสุดแต่ไม่ให้ความสำคัญกับสังคม สิ่งแวดล้อมและความเหลื่อมล้ำในสังคมเพียงพอก็ยิ่งทำให้การสร้างประเทศไทยให้เป็นชาติที่แข็งแกร่งในทุกระดับ พร้อมจะสู้รบปรบมือกับต่างชาติในโลกดิจิทัลทุกวันนี้เป็นเรื่องที่เกือบจะเป็นไปไม่ได้

ดังนั้น หากนโยบาย “ประชารัฐ” จะประสบความสำเร็จจริงและยั่งยืนก็จะต้องทำให้ “เจ้าสัว” นอกจากจะรับซื้อสินค้าจากเกษตรกร ซึ่งอาจจะทำกันเฉพาะเมื่อถูกขอร้องเป็นครั้งคราวเท่านั้น แล้วก็ยังจะต้องมีกระบวนการที่ให้ธุรกิจยักษ์มีส่วนสำคัญ ในการช่วยยกระดับของธุรกิจกลางและเล็ก ให้สามารถแหวกอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับตนเอง... อันหมายถึงการสร้างชาติให้เป็น Smart Nation, Trading Nation ได้อย่างแท้จริง

ชาติที่หัวโต ขาลีบไม่อาจจะวิ่งแข่งมาราธอนกับใครได้แน่นอน