เป็นที่ “จับตา” และ “ตีความ” ถึงการออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว
ของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง องอาจ คล้ามไพบูลย์ และจุติ ไกรฤกษ์ ที่ระบุว่า “ไม่สามารถแสดงความรับผิดชอบร่วมกับการบริหารงานของกทม.ได้ และถือว่าการทำงานของกทม.เป็นเอกเทศ รวมทั้งจะไม่ทำกิจกรรมทางการเมืองร่วมกัน”
000 เกิดเป็นคำถามถึงสถานะความสัมพันธ์หลังการแถลงครั้งนี้ระหว่าง ปชป. กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ถูกกระแสข่าวคอรัปชั่นหลายเรื่องถล่มเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง และถูกระบุในการแถลงข่าวครั้งนี้ว่าพยายามติดต่อเพื่อพูดคุยกันมานานกว่า 3 เดือน แต่ไม่ได้รับการ“ตอบรับ”
000 ข่าวนี้ถูกนำเสนอเป็นข่าวในมุมมองที่แตกต่าง ผ่านการพาดหัวข่าวด้วยภาษาที่หลากหลาย ทั้ง “ตัดขาด-ตัดหาง-ไม่สังฆกรรม-ลอยแพ”แต่โดยเนื้อหาใจความบอกเล่าว่าเป็นการ“แยกทางกัน”อย่างค่อนข้างเป็นทางการเท่าที่เงื่อนไขทางการเมืองจะเอื้ออำนวย
000 สิ่งที่มีการแถลงแม้ไม่ใช่มติพรรค เพราะไม่สามารถจัดการประชุมได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการขออนุญาตไปแล้วแต่ คสช.ไม่เห็นด้วย...แต่คนที่ออกมานั่งแถลงคนหนึ่งเป็นถึง รองหัวหน้าพรรค อีกคนเป็นเลขาธิการพรรค ย่อมมีน้ำหนักรองลงมาจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่น่าจะถือเป็น“เสียง”ของพรรคได้
000 และเช่นเดียวกัน...การแถลงข่าวครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการ “ขับพ้นพรรค” เพราะมติเรื่องดังกล่าว จะต้องเกิดจากความเห็นชอบของกรรมการบริหารพรรค ที่มีการประชุมอย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่ก็ชี้ช่องเอาไว้ให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ุเป็นผู้ตัดสินใจเองถึงสถานภาพในพรรค รวมไปถึงสมาชิกอีกหลายคนที่ไปช่วยงานอยู่ที่ กทม.
000 เรื่องนี้มีการหารือผู้อาวุโสในพรรคทั้ง ชวน หลีกภัย และ บัญญัติ บรรทัดฐาน ไม้เว้นแม้แต่ สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตผู้มากบารมีของพรรคที่มีความสนิทชิดเชื้อกับม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ที่ว่ากันว่าทั้ง 3 คนไม่ได้เห็นคัดค้าน จะมีก็แต่หัวหน้าอภิสิทธิ์ ที่ออกอาการลำบากใจ และชั่งน้ำหนักถึงผลได้ผลเสีย
000 โดยเฉพาะการเตรียมตัวสำหรับการส่งคนลงชิงเก้าอี้“ผูู้ว่าฯกทม.”ที่จะหมดวาระลงในเดือนมกราคม 2560 ที่ ปชป.คิดล่วงหน้ากันมาสักระยะหนึ่งแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ไม่นานมีข่าวกระเส็นกระสาย ว่าจะมีคำสั่งฟ้าผ่า ม.44 ปลดผู้ว่าฯ เพื่อสอบข้อเท็จจริงความโปร่งใสบางประการ แต่ก็มี“กำนัน”ไปขอเอาไว้ ให้อยู่จนครบวาระ
000 อีกเรื่องที่ว่าด้วยความ...โปร่งใส หรือไม่? ทำท่าจะเงียบหายไป เพราะคนไทยลืมเร็ว... ก่อนหน้านี้การตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ ของกองทัพ และกระทรวงกลาโหม ยังไม่ค่อย“โดนใจ”เท่าไหร่ เพราะเป็นการตรวจสอบในเชิงหลักการ และไม่ได้มุ่งเน้นหาคน“ทำผิด”
000 วันนี้ความหวังจึงอยู่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตช.) ที่ร่วมกันพิจารณาในนามหน่วยตรวจสอบทุจริต ศอ.ตช. ที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธาน บอกว่าไม่รีบร้อนเพราะต้องทำด้วยความรอบคอบ
000 ในขณะที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.คนใหม่ ออกแนวไม่รีบเช่นเดียวกัน บอกว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและยังไม่มีการรายงานเข้ามา ทั้งยังบอกว่าขณะนี้มีส่วนงานอื่นกำลังดำเนินการอยู่ ไม่อยากให้เกิดความซ้ำซ้อน ฟังแล้วต้องตีความว่าตกลงแล้ว“ไม่คืบหน้า” หรือ“ไม่อยากจะพิจารณา”กันแน่
000 วุ่นๆ ที่สมาคมฟุตบอล วันนี้ถูกวิจารณ์ไปสารพัดเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปมผลประโยชน์ มาเฟีย ไปจนถึงเรื่องการเมือง เรื่องสีเสื้อ และทำท่าจะบานปลายไปใหญ่โต ไม่รู้ว่าท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา จะรู้สึกตะหงิดๆ อยากงัดเอา ม.44 มาใช่อีกซักทีหรือเปล่า !!!
..........................................
อัชชาวดี [email protected]






