พัฒนาการทางด้านเศรษฐกิจและสังคมไทย เดินทางมาถึงจุด
ที่คนไทยคุ้นเคยกับการเป็นหนี้มากขึ้น ตั้งแต่ระดับรุ่นพ่อแม่มาจนถึงคนรุ่นใหม่ ที่เพิ่งเข้าสู่วัยทำงานได้ไม่นาน มีเงินเดือนถึงเกณฑ์ที่สถาบันการเงินเข้าถึงได้ก็เริ่มรู้จักและยอมรับการเป็นหนี้ หรือใช้สินเชื่อได้อย่างไม่รู้สึกเขินอายเหมือนคนรุ่นก่อนที่ยังอยู่ในสังคมนิยมเงินสด
ที่น่าเป็นกังวลคือความรู้เท่าทันทางการเงินหรือ Financial Literacy ของคนไทยยังพัฒนาตามไม่เท่าทันกับการเปิดรับภาระหนี้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่หรือเจนวาย
จากข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโรได้ทำการแยกกลุ่มลูกหนี้จากทั้งคนยุคเบบี้บูม เจนเอ็กซ์ และเจนวาย ชี้ให้เห็นว่าแนวโน้มของลูกหนี้ที่อยู่ในกลุ่มเจนวายเพิ่มมากขึ้น ในทุกประเภทสินเชื่อทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อเช่าซื้อ สินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิต และมีสัดส่วนของการเป็นหนี้ที่มากสุดใน 3 กลุ่มลูกค้า
เครดิตบูโรระบุว่า ณ ไตรมาส 3 ของปีก่อนลูกหนี้ใหม่ที่เพิ่มขึ้นจากแต่ละประเภทสินเชื่อนั้นมาจากเจนวายเป็นหลัก โดยสินเชื่อบ้านที่มี 250,978 บัญชีมีสัดส่วนของลูกค้าเจนวาย 46% เทียบกับในปี 2555 ที่มีเพียง 30% ส่วนสินเชื่อเช่าซื้อที่มีจำนวน 983,497 บัญชี มีสัดส่วนของลูกค้าเจนวาย 40% บัญชีบัตรเครดิตมีจำนวน 1,617,884 บัญชี มาจากลูกค้า เจนวายสัดส่วน 50% และสินเชื่อบุคคลมีจำนวน 1,731,620 บัญชี เป็นลูกค้าเจนวาน 48%
แม้ในแง่ของจำนวนมูลหนี้ยังน้อยกว่าคนรุ่นเบบี้บูม และเจนเอ็กซ์ที่มีภาระหนี้หลายอย่าง แต่ยังมีแนวโน้มของการผิดนัดชำระหนี้ที่ลดลง
ขณะที่เจนวายเพิ่ิงเข้าถึงสินเชื่อได้ไม่นานแต่สัญญาณที่น่ากังวลคือคุณภาพลูกหนี้กลุ่มเจนวายกลับแย่ลง และกลายเป็นหนี้เสียหรือเอ็นพีแอลเพิ่มมากขึ้น โดยตั้งแต่ปี 2555มาถึงปัจจุบันยอดผิดนัดชำระหนี้ของเจนวายกลับเพิ่มขึ้นจากสินเชื่อทั้ง 4ประเภทที่กล่าวมา
การเสพติดหนี้ของเจนวายถือว่าน่ากังวล ด้วยลักษณะนิสัยของคนรุ่นนี้คือ ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง แม้จะเพิ่งเริ่มต้นชีวิตทำงาน แต่ประสบความสำเร็จได้เร็ว มีความมั่นใจในตัวเองสูง พร้อมที่จะซื้อสินค้าที่พึ่งพอใจ ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าการเก็บออมยังน้อยและความรู้ทางการเงินไม่มากพอ แต่เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายกว่าอดีต
ปัญหาที่เริ่มเกิดขึ้นในหลายองค์กรขณะนี้ คือประสิทธิภาพการทำงานของคนรุ่นใหม่ ที่พนักงานส่วนหนึ่งเสียเวลาไปกับการจัดการหนี้ และถูกเจ้าหนี้ตามหนี้ แม้จะไม่ใช่หนี้นอกระบบ ที่มีวิธีการทวงหนี้แบบโหดร้าย แต่ก็ทำให้สมาธิการทำงานลดลง แล้วจะเอาพละกำลังจากไหนมาผลักดันความก้าวหน้าให้ตัวเองและหน้าที่การงานได้ เพราะต้องใช้เวลาไปกับการความพยายามในการหมุนเงินให้เพียงพอกับภาระหนี้
โดยเฉพาะในยุคที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย แรงงานส่วนใหญ่จะเข้าสู่วัยเกษียณ แต่คนรุ่นใหม่อย่างเจนวายที่เข้าสู่ระบบแรงงานได้ไม่นาน และจะกลายเป็นกำลังหลักของประเทศในอนาคต กลับติดกับวงจรหนี้ที่สร้างขึ้นมาเอง เพราะความไม่รู้เท่าทันทางการเงิน กำลังอ่อนแอลงด้วยภาระหนี้ที่ท่วมหัวท่วมหูจนไม่เป็นอันทำอะไร จะกลายเป็นหนึ่งปัญหาที่กำลังท้าทายประเทศไทยในยุคสังคมสูงวัย






